ครอบครัวเดินทางเข้ารับศพ “น้องแอล” เหยื่อรถไฟชนรถเมล์ ไปทำพิธีทางศาสนา พี่ชายเผย น้องสาวเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่ง อนาคตกำลังไปได้ดี
วันนี้ (21 พ.ค.)ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ครอบครัวของ นางสาวสุภาพร จงจิตร หรือแอล อายุ 33 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุรถไฟชนรถโดยสาร เดินทางมาติดต่อขอรับร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีกำหนดนำร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดน้ำแพร่
โดยนายธิติกร จงจิตร พี่ชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า หลังเกิดเหตุคุณพ่อโทรศัพท์มาหาตนเอง เพราะติดต่อน้องสาวไม่ได้ ตอนแรกยังไม่คิดว่าน้องจะเป็นหนึ่งในเหยื่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายวันและยังติดต่อไม่ได้ ครอบครัวจึงเริ่มกังวล ก่อนตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อตรวจดีเอ็นเอเมื่อวานนี้
ทั้งนี้ยอมรับว่า ยังทำใจไม่ได้ เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป โดยระบุว่า น้องแอลเป็นคนเก่งและเป็นคนดี ใช้ชีวิตทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ มาหลายปี ล่าสุดเพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการคลินิกเสริมความงามย่านศรีนครินทร์ อนาคตกำลังไปได้ดี และยังไม่มีครอบครัว
ซึ่งตนเองไม่ค่อยได้พูดคุยกับน้องสาวมากนัก และเจอกันครั้งล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมา จึงไม่ทราบว่าวันเกิดเหตุน้องแอล เดินทางด้วยรถเมล์เป็นประจำหรือไม่ เมื่อทราบว่าน้องสาวเป็นหนึ่งในผู้โดยสารรถเมล์คันเกิดเหตุ ก็รู้สึกช็อกอย่างมาก
ทั้งนี้ ครอบครัวเตรียมนำร่างน้องแอลกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดน้ำแพร่ ตำบลน้ำแพร่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงบ่ายวันนี้
ขณะที่ร่างของนางสาวเอ เอ มิท ชาวเมียนมา ที่เมื่อวานนี้ติดปัญหาเรื่องของเอกสารที่สถานฑูต วันนี้คาดว่าจะสามารถรับศพกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้เช่นกัน ปลายทางไปที่วัดพรหมวงศาราม กทม. โดยอยู่ระหว่างการติดต่อประสานงาน
อย่างไรก็ตามในจำนวนผู้เสียชีวิต 8 คน ยังคงเหลืออีก 1 คน ที่ยังไม่มีผู้ติดต่อมาขอเปรียบเทียบดีเอ็นเอ จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงผู้ที่สงสัยว่าญาติหรือคนรู้จักของตัวเองสูญหาย ในห้วงเวลาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สามารถมาติดต่อที่ สน.มักกะสัน หรือสำนักงานเขตราชเทวี เพื่อแจ้งความประสงค์ขอเปรียบเทียบดีเอ็นเอได้ทันที


