xs
xsm
sm
md
lg

“เอกพันธ์” มอบเงินบริจาค 1 ล้าน คืนครอบครัว “น้องเบญ” เด็กเก็บขยะ แนะซื้อบ้าน-ทุนการศึกษา ทำตามฝันให้สมกับที่คนไทยช่วยเหลือ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



จากกรณีดราม่าในโลกโซเชียลเกี่ยวกับ “น้องเบญ” นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่ปรากฎภาพเดอนเก็บขยะจนเป็นข่าวดังและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยสรุปยอดเงินบริจาคและประกาศปิดบัญชีรับบริจาคอย่างเป็นทางการ หลังผู้มีจิตศรัทธาทยอยโอนเงินเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยอดรวม ณ วันที่ 15 เม.ย. 69 เพิ่มขึ้นเป็น 3,110,932 บาท

โดยครอบครัวของน้องเบญ ซึ่งประกอบด้วยตัวน้องเบญ คุณพ่อ และคุณแม่ มีความประสงค์จะเก็บเงินไว้จำนวนหนึ่งเพื่อเป็นทุนการศึกษาและดูแลครอบครัวในอนาคต อีกส่วนตั้งใจนำไปบริจาคช่วยเหลือสังคม โดยแบ่งมอบให้หลายหน่วยงาน อาทิ มูลนิธิร่วมกตัญญู มูลนิธิอื่นๆ และโรงเรียนที่ขาดแคลน ซึ่งก่อนหน้านี้ นายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ หรือไทด์ หัวหน้าอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้ขอชะลอเงินจำนวนดังกล่าวไว้ประมาณ 1 เดือน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริจาคที่อาจไม่พอใจหรือมีความประสงค์จะขอเงินคืนหลังมีกระแสดราม่าต่างๆ

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 17 พ.ค. 69 ดร.รัตนา​ สมสกุลรุ่งเรือง ประธานมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้มอบหมายให้​ นายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ หรือไทด์ หัวหน้าอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เป็นตัวแทนเดินทางมารับมอบเงินจำนวน 1 ล้านบาท​ จากน้องเบญและครอบครัว ที่ตั้งใจส่งต่อให้กับมูลนิธิร่วมกตัญญู ซึ่งมีนางวาริน วีระสุนทร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี และนายปรเมศร์ มีสมภพ หรือ “เมศ เจ้าชายน้อย” ผู้ที่ช่วยเหลือครอบครัวของน้องเบญ ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้

นายเอกพันธ์ หรือไทด์ กล่าวว่า วันนี้ตนได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนจากมูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางมาหาครอบครัวของน้องเบญ เมื่อครบกำหนด 1 เดือน ตามที่เคยมีการนัดหมายมอบเงินบริจาคให้กับมูลนิธิตามประสงค์ของครอบครัว ทาง ดร.รัตนา​ สมสกุลรุ่งเรือง ประธานมูลนิธิร่วมกตัญญู ได้มีความเห็นว่าน้องเบญควรจะมีบ้านเป็นของตัวเอง ซึ่งน้องเบญเองก็โตขึ้นทุกวัน ตอนนี้อยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 แล้ว หากมาอยู่บ้านเช่าแบบนี้ อยู่รวมกับคุณพ่อ คุณแม่ อาจจะไม่สะดวกในเรื่องของการเรียนรู้เกี่ยวกับศึกษา การทำการบ้าน หรือศึกษาค้นคว้าใดๆ ก็อาจจะไม่ค่อยได้มีการพัฒนา เพราะมีสิ่งรบกวนมากมาย หากมีบ้านหรือมีห้องส่วนตัวของตัวเองน่าจะดีขึ้น ท่านประธานมูลนิธิเลยมอบเงินบริจาคกลับคืนให้กับครอบครัวของน้องเบญ โดยให้ตนเป็นตัวแทนนำไปซื้อบ้านเพื่อเป็นของตัวเอง และเก็บเงินส่วนที่เหลือไว้เป็นทุนการศึกษา พร้อมฝากให้น้องเบญดูแลตัวเองให้ดี

เงินนี้สำหรับมูลนิธิอาจจะไม่ได้มาก แต่มากสำหรับของครอบครัวของน้องเบญแน่นอน ถือเป็นการให้ชีวิตทั้ง 3 ชีวิตนี้ให้เขาอยู่สุขสบายได้ ทำให้น้องเบญได้เรียนหนังสือ และทำตามความฝันที่อยากเป็นพยาบาลให้สำเร็จ ตนมองจากศักยภาพของน้องเบญสามารถเป็นได้ถึงคุณหมอ อนาคตของน้องเบญจะได้เป็นเสาหลักของครอบครัว