xs
xsm
sm
md
lg

ผบ.ตร. ดันปฏิรูปงานสอบสวนยุคดิจิทัล ไฟเขียวแจกโน้ตบุ๊กพงส.ใหม่กว่า 3,000 นาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



"พล.ต.อ.นิรันดร" ขานรับนโยบาย ผบ.ตร. ลุยปฏิรูปงานสอบสวนยุคไซเบอร์ ขับเคลื่อนแผน Quick Win ปี 69 แก้ปมเรื้อรัง ไฟเขียวงบแจกโน้ตบุ๊กพนักงานสอบสวนจบใหม่กว่า 3,300 เครื่อง อนุมัติใช้ระบบติดตามงบประมาณงานสอบสวน มุ่งยกระดับต้นธารยุติธรรมให้รวดเร็ว-เท่าทันโจรไซเบอร์

วันนี้ (16 พ.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์อาชญากรรมไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมสั่งการให้เร่งพัฒนาระบบงานสอบสวนของตำรวจในทุกมิติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้รวดเร็ว ทันสมัย และสอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงการสนับสนุนด้านเครื่องมือ อุปกรณ์ และระบบงบประมาณให้เพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน

โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและพัฒนางานสอบสวน (ศส.ตร.) ขับเคลื่อนแผนพัฒนางานสอบสวน ซึ่งแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ การบริการประชาชน ผ่านการอำนวยความสะดวกด้วยแอปพลิเคชัน Police Care การพัฒนาระบบปฏิบัติงาน โดยนำเทคโนโลยี AI มาช่วยลดภาระงานเอกสาร พร้อมจัดหาอุปกรณ์และกำลังพลให้เหมาะสม การพัฒนาบุคลากร เพื่อสร้างเส้นทางความก้าวหน้าและสวัสดิการที่มั่นคงให้พนักงานสอบสวน


พล.ต.อ.นิรันดร เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เร่งผลักดันโครงการภายใต้แผนงานดังกล่าวให้เป็น “Quick Win” ที่สามารถเห็นผลได้ภายในปีงบประมาณ 2569 โดยเน้นแก้ปัญหาเรื่องอุปกรณ์และงบประมาณสนับสนุนการทำงานของพนักงานสอบสวน ผ่าน 4 โครงการสำคัญ ได้แก่

1.โครงการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กให้พนักงานสอบสวนใหม่

2.โครงการห้องสมุดกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (Smart E-Library)

3.ระบบสารสนเทศกำกับติดตามงบประมาณงานสอบสวน

4.โครงการเสริมงบค่าใช้จ่ายทำสำนวนคดีออนไลน์ตามเลข Case ID

ทั้งนี้ มี 2 โครงการที่ดำเนินการสำเร็จเป็นรูปธรรมแล้ว ได้แก่ โครงการจัดหาโน้ตบุ๊ก และระบบกำกับติดตามงบประมาณงานสอบสวน

สำหรับโครงการจัดหาโน้ตบุ๊กนั้น ได้รับอนุมัติงบประมาณจาก ผบ.ตร. แล้ว โดยจะจัดสรรให้พนักงานสอบสวนที่จบใหม่ในปี 2569 และ 2570 คนละ 1 เครื่อง เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการสอบสวน สามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา และเข้าถึงฐานข้อมูลกฎหมายหรือระบบสารสนเทศของ ตร. ได้ตลอดเวลา สอดคล้องกับหลักการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 130 ที่กำหนดให้เริ่มสอบสวนโดยมิชักช้า

จากการสำรวจความต้องการของตำรวจที่อยู่ระหว่างอบรมหลักสูตรพนักงานสอบสวน พบว่ากว่า 90% ต้องการเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเป็นอุปกรณ์หลักในการปฏิบัติงาน ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้าง โดยพนักงานสอบสวนจบใหม่ปี 2569 จำนวน 1,379 นาย และผู้ที่จะจบในปี 2570 รวมถึงปีต่อๆ ไปอีก 1,950 นาย รวมทั้งสิ้น 3,329 นาย จะได้รับเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กใช้งานทุกนาย


พล.ต.อ.นิรันดร ระบุว่า แม้เรื่องดังกล่าวอาจดูไม่ใช่ประเด็นใหญ่ แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด เนื่องจากที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนจบใหม่จำนวนมากต้องจัดซื้อคอมพิวเตอร์ใช้เอง ซึ่งเป็นปัญหาที่สะสมมานานหลายยุคสมัย

ขณะเดียวกัน ระบบสารสนเทศกำกับติดตามงบประมาณงานสอบสวน ได้เริ่มใช้งานอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เพื่อช่วยตรวจสอบและกำกับการใช้งบประมาณที่จัดสรรให้สถานีตำรวจทั่วประเทศ ให้พนักงานสอบสวนได้รับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายครบถ้วนตามสิทธิ

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างเร่งรัดอีก 2 โครงการสำคัญ ได้แก่ ระบบ Smart E-Library ที่จะนำ AI มาช่วยสืบค้นข้อกฎหมาย และโครงการสนับสนุนงบทำสำนวนคดีออนไลน์ตามเลข Case ID โดยเบื้องต้นจะกำหนดค่าใช้จ่าย 500 บาทต่อ 1 Case ID เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการทำคดีไซเบอร์ ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณเกือบ 400,000 คดีต่อปี

พล.ต.อ.นิรันดร กล่าวทิ้งท้ายว่า แผนพัฒนางานสอบสวนของ ศส.ตร. ถูกวางไว้ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อยกระดับมาตรฐานงานสอบสวนทั้งระบบ สร้างขวัญกำลังใจให้พนักงานสอบสวน และท้ายที่สุดประชาชนจะได้รับการอำนวยความยุติธรรมที่รวดเร็ว ทันสมัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น