xs
xsm
sm
md
lg

"ทนายอั๋น-สายเชีย" พาชาวบ้านร้องกองปราบ ถูกนายทุนหลอกขายที่ดินสูญเงินรวม 50 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



"ทนายอั๋น บุรีรัมย์" ควง"สายเชีย" พากลุ่มผู้เสียหาย15 รายบุกร้องกองปราบเอาผิดเจ้าของโครงการจัดสรรที่ดินบางปะกง หลังผ่อนที่ดินหมดแล้วแต่ไม่โอนกรรมสิทธิ์ให้ อ้างขายฝากนายทุนแล้ว ยอดเสียหายรวมกว่า 50 ล้าน


วันนี้ ( 15 พ.ค.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายสายเชีย วงษ์วิโรจน์ นักแสดงชื่อดังจากโฆษณา “จน เครียด กินเหล้า”นำกลุ่มผู้เสียหาย 15 ราย จากกรณีซื้อที่ดินในพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา แต่ไม่ได้รับการโอนกรรมสิทธิ์จากผู้ขาย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 50 ล้านบาท เข้าพบพนักงานสอบสวน กองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน

ทนายอั๋น บุรีรัมย์เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้สืบเนื่องมาจากการที่ตนและ นายสายเชีย ได้ร่วมออกรายการโทรทัศน์เพื่อชี้แจงกรณีที่สังคมเข้าใจผิดว่านายสายเชียเป็นเจ้าของธุรกิจหาดทรายขาวใน จังหวัดนครปฐม ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเพียงหนึ่งในหุ้นส่วนโครงการดังกล่าวเท่านั้น หลังจากออกรายการ มีผู้เสียหายรายใหม่ทยอยติดต่อเข้ามาหาตน โดยระบุว่าตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกัน คือซื้อที่ดินแต่ไม่ได้รับการโอนโฉนด และยังพบอีกว่าคู่กรณีในคดีนี้เป็น น้องชายของคู่กรณีคดีนายสายเชีย อีกด้วย

ทนายอั๋น บุรีรัมย์ กล่าวต่อว่าตนตรวจสอบเบื้องต้นพบข้อพิรุธสำคัญ 1.ชุกช่อนสถานะที่ดิน ผู้ขายได้นำที่ดินผืนดังกล่าวไปจดจำนองไว้กับนายทุนหรือบุคคลอื่นก่อนแล้ว 2.เจตนาไม่บริสุทธิ์ มีพฤติการณ์นำที่ดินที่ติดภาระจำนองมาเร่ขายให้ประชาชน โดยรู้อยู่แล้วว่าตนเองไม่มีสิทธิ์หรือไม่มีความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ซื้อได้ 3.ผู้เสียหายวงกว้าง เนื่องจากมีผู้หลงเชื่อและจ่ายเงินไปเป็นจำนวนมาก

ด้าน น.ส.สุนันท์ รอบเเคว้น หนึ่งในผู้เสียหายกล่าวว่า ได้ซื้อที่ดินจำนวน 1 ไร่ ราคา 2.8 ล้านบาท ในพื้นที่ อ.บางปะกง โดยทำสัญญาผ่อนชำระ ระหว่างนั้นก็ได้ปลูกสร้างบ้านบนที่ดินดังกล่าว เนื่องจากผู้ขายยืนยันว่าสามารถดำเนินการได้ทันที จึงตัดสินใจลงทุนก่อสร้างบ้านไปอีกกว่า 10 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นกว่า 13 ล้านบาท แต่พอผ่อนหมดแล้ว กลับไม่มีการโอนที่ดินเป็นชื่อตน โดยอ้างว่าที่ดินแปลงนั้นได้นำไปขายฝากกับนายทุนไปแล้ว

ทนายอั๋น บุรีรัมย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้จึงได้นำกลุ่มผู้เสียหายรวม 15 ราย มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 50 ล้านบาท เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กองปราบปราม ในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน โดยกลุ่มผู้เสียหายทุกรายยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด​​​​​​​​​​​​​​​​