xs
xsm
sm
md
lg

“สนธิญา” บุกดีเอสไอ จี้รับคดี “หมิงเฉิน ซัน” เป็นคดีพิเศษ เข้าข่ายอั้งยี่-ซ่องโจร ภัยความมั่นคง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - “สนธิญา สวัสดี” เผยคดี “หมิงเฉิน ซัน“ เป็นภัยความมั่นคง ร้องขอ ดีเอสไอ รับเป็นคดีพิเศษ ขยายผลยึดทรัพย์-ตรวจที่มาออกบัตรประชาชน

วันนี้ (14 พ.ค.) เวลา 11.00 น. ณ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายสนธิญา สวัสดี เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอให้ดำเนินการกรณี นายหมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี (สัญชาติจีน) ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี ในความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและวัตถุระเบิด มีลักษณะเข้าข่ายอั้งยี่-ซ่องโจร และเป็นผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ เป็นองค์กรอาชญากรรมระหว่างประเทศ เสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ และความสงบสุขของประชาชน ด้วยการกระทำทั้งหมด จึงเป็นการเข้าข่ายการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 21 หมวด 3 การสอบสวนคดีพิเศษ (1) ข้อ ก , ข , ค , ง จึงมาร้องต่ออธิบดีดีเอสไอ ที่เป็นกรรมการและเลขานุการ คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) หรือบอร์ดคดีพิเศษ ให้พิจารณารับเป็นคดีพิเศษ โดยมี น.ส.อรุณศรี วิชชาวุธ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับเรื่อง

นายสนธิญา เปิดเผยว่า กรณีนายหมิงเฉิน ซัน ถือเป็นผู้กระทำความผิดอาชญากรรมข้ามชาติ มีลักษณะเป็นการกระทำอั้งยี่-ซ่องโจร มีการครอบครองอาวุธสงคราม และยังมีกระบวนการต่างๆ ที่สุ่มเสี่ยงเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศชาติ และความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินคนไทย ซึ่ง พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษฯ จะมีบทบัญญัติ มาตรา 21 หมวด 3 อนุ 1 ข้อ ก,ข,ค,ง ที่ระบุชัดเจนว่าหากเป็นบุคคลชาวต่างชาติที่มีการกระทำด้านอาชญากรรมผิดกฎหมาย ซ่องสุมอาวุธ อั้งยี่ ซ่องโจร ก็จะเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษตามเกณฑ์ของ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษฯ ตนขอเรียกร้องให้ ผบ.ตร. ดำเนินการโอนสำนวนมาให้ดีเอสไอได้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ ทั้งนี้ อยากให้ขยายผลเรื่องการยึดอายัดทรัพย์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีทางตำรวจได้มีการระบุว่ายังไม่พบการกระทำความผิดอาญาอื่นของนายหมิงเฉิน ซัน นั้น นายสนธิญา ระบุว่า ตนจะดำเนินการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากเจ้าหน้าที่รายใดบอกว่านายหมิงเฉิน ซัน ยังไม่ได้มีการกระทำความผิดทางอาญา เพราะมีหลักฐานเรื่องอาวุธสงครามที่ถูกนำเข้ามาภายในประเทศประเทศไทย และตนก็ไม่เชื่อด้วยว่านายหมิงเฉิน ซัน จะนำ C4 มาติดกับเสื้อเกราะเพื่อไปใช้ประเทศกัมพูชา หากคิดแบบนั้นคงเป็นคนที่โง่มากเพราะ จ.ชลบุรี ออกไปยังชายแดน ก็ไม่ต่ำกว่า 200 กม. และเชื่อว่านายหมิงเฉิน ซัน มีพฤติกรรมที่จะก่ออาชญากรรมในไทยมากกว่าที่กัมพูชา


”ส่วนกรณีที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ให้สัมภาษณ์ว่าการสะสมอาวุธของนายหมิงเฉิน ซัน เป็นเพียงความชื่นชอบ ยังไม่ใช่เรื่องของการจะก่อวินาศกรรมนั้น ผมมองว่ามันเป็นสิทธิของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่จะแสดงความเห็น ซึ่งไม่ขอแสดงความเห็นในเรื่องนี้ แต่หากมองดูแล้วมันก็เป็นเรื่องของการสะสมอาวุธเพื่อก่ออาชญากรรมในประเทศไทยและมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศหรือไม่“

นายสนธิญา กล่าวอีกว่า หากดูบริบทของประเทศไทย เรามีปัญหากับประเทศกัมพูชา ในเรื่องของสแกมเมอร์ เพราะขบวนการสแกมเมอร์ ได้มีการสร้างเม็ดเงินเป็นแสนล้านบาท เมื่อมีการกระทบกระเทือนกันทำให้อาชญากรเสียหายรายได้จากตรงนี้ไป นอกจากนี้ มองว่าเรื่องการให้ฟรีวีซ่าแก่ชาวต่างชาติเป็นเรื่องสำคัญ เพราะตนไม่เคยเห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว อย่างไรแล้วคนที่มีฟรีวีซ่าก็ต้องผ่านสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แต่มันก็ต้องมีการคู่ขนานไปกับการซีลพื้นที่ให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรงซ้ำอีก

นายสนธิญา กล่าวต่อว่า วันนี้ตนอยากเรียกร้องให้ยกระดับไปตรวจสอบที่ อ.เชียงแสน อ.เชียงดาว เพราะเป็นจุดเริ่มต้นในการออกบัตรประชาชน เพราะนายหมิงเฉิน ซัน ก็ได้บัตรชมพูมาจากอำเภอเหล่านี้ บางคนมีบัตรประชาชนคนไทยด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นบัตรที่ถูกจัดทำขึ้นโดยปลัดอำเภอ เพื่อให้แก๊งสแกมเมอร์ หรือคนร้ายข้ามชาติได้ถือใช้

อย่างไรก็ตาม กรณีนายหมิงเฉิน ซัน กินยาเกินขนาดจนถูกส่งเข้าโรงพยาบาล ตนมองว่าระหว่างการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ คิดว่าไม่น่าปล่อยให้ผู้ต้องหากินยาเกินขนาดเช่นนั้นได้ อาจเป็นการที่ผู้ต้องหาต้องการปิดปากตัวเองหรือไม่ เพราะผู้ต้องหารายสำคัญเช่นนี้จะต้องได้รับการดูแลปฏิบัติอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในเรื่องของกระบวนการของแพทย์ ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้ต้องหากินยาอะไรก็ได้ แล้วสุดท้ายต้องไปนอนอยู่ในห้อง ICU เพราะถ้าสุดท้ายแล้วผู้ต้องหาเสียชีวิตไป เราก็จำไม่ได้อะไรเลย หากเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการปล่อยประละเลยก็จะต้องโดนแจ้งความ