สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด จัดฝึกอบรมการซักถามอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อการสอบสวนและการรวบรวมข้อเท็จจริง ระดับที่ 2 โดยปราศจากการทรมาน เสริิมทักษะให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานตามกระบวนการยุติธรรม
เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา นายชาติ ชัยเดชสุริยะ ผู้ตรวจการอัยการ ร่วมเป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมการซักถามอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อการสอบสวนและการรวบรวมข้อเท็จจริง ระดับที่ 2 ซึ่งสถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) และสมาคมเพื่อการป้องกันการทรมาน (APT) จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 11 – 15 พฤษภาคม 2569 โดยมี ดร.อนูวรรณ วงศ์พิเชษฐ์ รองผู้อำนวยการ TIJ และนางสาวแคริน มัลธัส (Ms. Karyn Malthus) ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจอาวุโส สถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เข้าร่วมในพิธี ณ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
ผู้ตรวจการอัยการ กล่าวว่า การซักถามและสอบปากคำตามแนวทาง PEACE MODEL เป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศว่าเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพ ถูกต้องตามหลักนิติธรรม และเคารพต่อสิทธิมนุษยชนของทุกฝ่ายในกระบวนการยุติธรรม การนำหลักการดังกล่าวมาใช้ในการปฏิบัติงานของพนักงานอัยการและบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมของไทย จึงเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการซักถามพยานและการสอบสวนของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานและพันธกรณีระหว่างประเทศ การฝึกอบรมในระดับที่ 2 ครั้งนี้ ถือเป็นพัฒนาการที่ก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากหลักสูตรนี้มุ่งเน้นทักษะเฉพาะทางในการสอบปากคำกลุ่มเปราะบาง ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้มีความต้องการพิเศษ หรือผู้เสียหายจากคดีทางเพศ ซึ่งล้วนต้องการความละเอียดอ่อนและความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ และหลักสูตรนี้ยังมุ่งพัฒนาผู้เข้ารับการอบรมให้สามารถทำหน้าที่เป็นวิทยากรได้ เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างยั่งยืนและเป็นระบบในอนาคตต่อไป
นอกจากนี้ ผู้ตรวจการอัยการ ยังได้ขอบคุณและชื่นชมต่อทางการประเทศนิวซีแลนด์ ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณและจัดส่งผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติมาดำเนินการฝึกอบรมในครั้งนี้ รวมทั้ง TIJ ที่ให้การสนับสนุนสถานที่จัดอบรม และ APT ที่ร่วมเป็นพันธมิตรสำคัญในการจัดโครงการ โดยความร่วมมือระหว่างองค์กรทั้งในและต่างประเทศครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการสร้างกระบวนการยุติธรรมที่มีมาตรฐาน เป็นธรรม และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมจะได้นำความรู้และทักษะที่ได้กลับไปพัฒนาการปฏิบัติงาน และทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่องค์ความรู้นี้ในวงกว้างต่อไป
ด้าน นายบัญชา เขียวต่าย เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ กล่าวถึงรายละเอียดของโครงการนี้ว่า การซักถามอย่างมีประสิทธิภาพตามแนวทาง PEACE MODEL ประกอบด้วย Preparation and Planning, Engage and Explain, Account, Closure และ Evaluation เป็นมาตรฐานสากลในกระบวนการยุติธรรมที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศอย่างกว้างขวาง โดยมุ่งเน้นการสอบปากคำที่เคารพต่อสิทธิมนุษยชน ลดปัญหาการบังคับหรือข่มขู่ผู้ให้ปากคำ และส่งเสริมให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ โดยสถาบันนิติวัชร์ได้ดำเนินโครงการฝึกอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตร PEACE PROGRAMME มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 รวมแล้ว 2 รุ่น ซึ่งมีผู้เข้ารับการอบรมทั้งจากสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมการปกครอง และ TIJ นอกจากนี้ บุคลากรของสำนักงานอัยการสูงสุดยังได้รับโอกาสไปสังเกตการณ์และศึกษาดูงาน ณ ประเทศนิวซีแลนด์ จนกระทั่งทางการนิวซีแลนด์ได้แสดงเจตจำนงที่จะส่งผู้เชี่ยวชาญเดินทางมาจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการให้แก่พนักงานอัยการและบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมของไทย โดยเริ่มต้นเป็นครั้งแรกในการฝึกอบรมคราวนี้
สำหรับกลุ่มเป้าหมายในการอบรมครั้งนี้ ประกอบด้วยข้าราชการอัยการ ข้าราชการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมการปกครอง รวมถึงบุคลากรจาก TIJ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม ที่ผ่านการอบรมหลักสูตร PEACE PROGRAMME รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 มาแล้ว รวมจำนวน 12 คน ซึ่งจะได้เพิ่มพูนทักษะและความเชี่ยวชาญชั้นสูงในการปฏิบัติงานซักถามตามหลักการ PEACE MODEL โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะการสอบปากคำกลุ่มเปราะบาง อันได้แก่ เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้มีความต้องการพิเศษ และผู้เสียหายจากการกระทำความผิดทางเพศ ตลอดจนเพื่อพัฒนาศักยภาพพนักงานอัยการและบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม ให้สามารถทำหน้าที่เป็นวิทยากรเผยแพร่ความรู้ได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน อันจะนำไปสู่การสร้างเครือข่ายวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการซักถามในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย
ด้านรองผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า TIJ เชื่อมั่นว่า “คุณภาพของกระบวนการยุติธรรม” ไม่ได้วัดเพียงผลลัพธ์ของคดี แต่ยังสะท้อนผ่านวิธีการปฏิบัติต่อผู้คนในทุกขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมด้วยเช่นกัน แนวคิดนี้สอดคล้องกับหลัก “People-Centred Justice” ซึ่งเป็นหลักการสำคัญตามมาตรฐานองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ประเทศไทยให้ความสำคัญ ภายใต้นโยบายของรัฐบาลในการเตรียมความพร้อมสู่การเข้าเป็นสมาชิก OECD ในอนาคต โดยมุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการยุติธรรมที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกฝ่าย
ในการซักถามและการรวบรวมข้อเท็จจริงจึงไม่ใช่เพียงขั้นตอนทางกฎหมาย แต่ต้องอาศัยทั้งความรู้ ความเข้าใจต่อมนุษย์ ความละเอียดอ่อน และมาตรฐานวิชาชีพที่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานกับเด็ก เยาวชน และผู้ที่อยู่ในภาวะเปราะบาง แนวทาง PEACE Model ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติว่าช่วยให้การซักถามมีความเป็นมืออาชีพ โปร่งใส ลดการใช้อคติหรือแรงกดดันที่ไม่เหมาะสม และมุ่งค้นหาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ภายใต้การเคารพสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หลักสูตรระดับก้าวหน้าในครั้งนี้ไม่เพียงช่วยพัฒนาทักษะเฉพาะทางให้กับ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ที่อยู่ในห้องนี้เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการจุดประกายแนวคิด และขยายผลแนวปฏิบัติที่ดีไปสู่หน่วยงานต่างๆ เพื่อร่วมกันสร้างกระบวนการยุติธรรมที่สามารถมอบความยุติธรรมให้กับประชาชนไทยได้อย่างแท้จริง


