xs
xsm
sm
md
lg

“มหาหนึ่ง” ขอโทษ “มาดามเก่ง” รับข่าวถูกอุ้มทวงหนี้ 30 ล้านไม่จริง ด้านมาดามเก่งยกหนี้ให้อีก 7 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



“มหาหนึ่ง พระเครื่อง” เข้าขอขมา “มาดามเก่ง” ยอมรับข่าวถูกอุ้มทวงหนี้ 30 ล้านไม่เป็นความจริง อ้างเครียดสะสม-ระแวงหนี้สิน ด้านมาดามเก่งประกาศยกหนี้ให้อีก 7 ล้าน พร้อมโต้กลับปมเช็คเด้ง-หมายจับ ยันอัยการสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดแล้ว



วันนี้ (9 พ.ค.) ที่โรงแรมเดอะบาร์ซา แบ็งคอก นายพบพุทธ อินปัน หรือ “มหาหนึ่ง พระเครื่อง” ได้เดินทางเข้าพบ น.ส.ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ “มาดามเก่ง” เพื่อขอขมา หลังเคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อหลายแห่ง ว่า ถูกมาดามเก่งส่งคนมาอุ้มเพื่อทวงหนี้มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

มหาหนึ่ง ยอมรับว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง แต่เกิดจากความวิตกกังวลและความระแวงส่วนตัว เนื่องจากตนเองมีภาระหนี้สินกับเจ้าหนี้หลายราย อีกทั้งยังกังวลว่าจะมีชื่ออยู่ในกลุ่ม “9 เซียนพระแบล็กลิสต์” ที่อาจถูกดำเนินคดี แม้ตนจะทยอยชำระหนี้ไปแล้วจำนวนมาก จึงให้ข้อมูลกับสื่อไปด้วยความเข้าใจผิด จนส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของมาดามเก่ง


ด้าน มาดามเก่ง ยืนยันว่า ไม่เคยส่งคนไปข่มขู่หรืออุ้มใครตามที่ถูกกล่าวอ้าง พร้อมระบุว่า มหาหนึ่งไม่ได้อยู่ในรายชื่อ 9 เซียนพระที่เธอกำลังดำเนินคดี เชื่อว่าอีกฝ่ายอาจได้รับข้อมูลจากบุคคลบางกลุ่มจนเกิดความเข้าใจผิด นอกจากนี้ ยังประกาศยกหนี้ที่เหลืออีก 7 ล้านบาทให้ทั้งหมด เพื่อยุติปัญหา

ขณะเดียวกัน มาดามเก่งยังชี้แจงกรณีที่เซียนพระ “จ.” หรือ เจน ปิยะทัศน์ กล่าวหาเรื่องคดีเช็คเด้งและหมายจับ โดยระบุว่า จุดเริ่มต้นมาจากการซื้อขายพระเครื่องจำนวน 53 องค์ มูลค่ากว่า 65 ล้านบาท กับกลุ่มเซียนพระ 3 ราย ได้แก่ เจน ต้อม และหนุ่ม ซึ่งเธอได้เซ็นเช็คส่วนตัวไว้เป็นหลักประกัน


อย่างไรก็ตาม ภายหลังกลับพบว่าพระบางส่วนถูกนำไปจำนำไว้กับบุคคลอื่น เมื่อพยายามเจรจาขอไถ่ถอนแต่ไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจอายัดเช็คและเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ

ส่วนประเด็นหมายจับ มาดามเก่งยอมรับว่า เคยถูกออกหมายจับจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้หลบหนี โดยเกิดจากปัญหาการย้ายที่อยู่ไปจ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อบริหารจัดการด้านภาษี ทำให้ไม่ได้รับหมายเรียกตามที่อยู่เดิม เมื่อทราบเรื่องจึงนำหลักทรัพย์เงินสด 4 ล้านบาท เข้าประกันตัวและต่อสู้คดีตามกระบวนการกฎหมายทันที

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา มาดามเก่งยังได้แสดงหลักฐานบันทึกประจำวัน ระบุว่า พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการมีคำสั่ง “ไม่ฟ้องเด็ดขาด” ในคดีดังกล่าวแล้ว ส่วนกรณีที่คู่กรณียื่นฟ้องต่อศาลเองนั้น ถือเป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย ซึ่งเธอพร้อมนำพยานหลักฐานเข้าสู้คดีในการนัดไต่สวนมูลฟ้องช่วงปลายเดือนนี้ต่อไป