xs
xsm
sm
md
lg

หนุ่มเชียงใหม่แจ้งจับหมอดูชื่อดัง หลอกทำพิธีอมอวัยวะเพศ เจ้าตัวเครียดจนคิดสั้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



หนุ่มเชียงใหม่ร้องกองปราบถูก "หมอดู" ชื่อดังด้านโรคเวร-โรคกรรม หลอกทำพิธีอมอวัยวะเพศ เจ้าตัวเครียดหนักจนคิดฆ่าตัวตาย



วันนี้ (7 พ.ค.) ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พา นายเอ (นามสมมติ) อายุ 32 ปี ผู้เสียหาย เข้าพบพนักงานสอบสวน กองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับอาจารย์ชื่อดัง หลังถูกหลอกอมอวัยวะเพศแก้กรรม

นายเอ กล่าวว่า ตนเองประสบปัญหาป่วยเป็นโรคปวดศีรษะเรื้อรัง หรือ "โรคปวดหัวฆ่าตัวตาย" สร้างความทรมานอย่างแสนสาหัส รักษาทางการแพทย์ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชนหลายแห่ง แต่ก็ไม่ทุเลา จนกระทั่งแม่ของตนไปพบเห็นคลิปการรักษาของอาจารย์คนดังกล่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่าสามารถรักษาโรคเวร-โรคกรรมให้หายขาดได้ จึงตัดสินใจเดินทางจากบ้านที่จังหวัดเชียงใหม่ และไปพบหมอดูรายนี้ที่สำนัก ซึ่งมีลักษณะใหญ่โต คล้ายกับสถานปฏิบัติธรรม

นายเอ กล่าวต่อว่า เมื่อไปถึงถูกอาจารย์คนดังกล่าวสอบถาม เกี่ยวกับปัญหาที่เจอก่อนจะอ้างว่ามีกรรมเยอะ เดี๋ยวจะแก้เป็นคิวสุดท้ายของวันให้ หลังจากนั้นก็ถูกแยกตัวออกจากแม่ที่ไปด้วยกัน และอาจารย์คนดังกล่าวให้เข้าไปในห้องลับเพียงลำพังกับอาจารย์ มีการล็อกประตูมิดชิด ก่อนที่อาจารย์จะอ้างตำรา "พราหมณ์-ศิวลึงค์" สั่งให้ถอดกางเกงออกเพื่อเช็กกรรม จากนั้นอาจารย์บอกให้ตนจับมือของอาจารย์มาแตะ 3 จุด คือบริเวณต้นขาทั้งสองข้าง และอวัยวะเพศ วนซ้ำหลายครั้ง ต่อมาอาจารย์บอกให้ตนไปอยู่ที่มุมห้อง และทำให้อวัยวะเพศแข็งประมาณ 80% เพื่อดูว่าสามารถรักษาให้หายได้หรือไม่ อ้างว่าหากแข็งตัวก็สามารถรักษาได้ จากนั้นให้ทำต่อจนแข็งเต็มที่ และบอกให้สำเร็จความใคร่ใส่ใบหน้าอาจารย์ พร้อมให้นำอวัยวะเพศมาถูหน้า ก่อนให้กลับไปนั่งขอขมากรรมบนเตียง

นายเอ กล่าวอีกว่า ระหว่างนั้นอาจารย์ได้นั่งอยู่หว่างขาของตน และบอกให้รูดอวัยวะเพศ เพื่อดูว่ายังรักษาได้หรือไม่ ตนจึงบอกว่าไม่น่าจะแข็งแล้ว เพราะเพิ่งสำเร็จความใคร่ไป อาจารย์จึงให้หยิบโทรศัพท์มือถือมาดูสื่อลามกเพื่อกระตุ้นอารมณ์ เมื่ออวัยวะเพศแข็ง อาจารย์ก็ได้อมอวัยวะเพศ ตนจึงใช้มือถือแอบถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน ส่วนสาเหตุที่ไม่รีบหนีออกมา เพราะตนมองว่าไม่ใช่เรื่องง่าย บ้านของอาจารย์กว้างมาก กลัวว่าหากวิ่งหนีออกไป แม่จะวิ่งตามไม่ทัน อีกทั้งไม่รู้ว่าหน้าห้องมีลูกศิษย์อยู่หรือไม่ กลัวว่าจะจับแม่เป็นตัวประกัน รวมถึงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีอาวุธหรือไม่

นายเอ กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ไม่รู้มาก่อนว่าอาจารย์คนดังกล่าวจะใช้วิธีรักษาแบบนี้ ที่มาหาเพราะอยากหาย เนื่องจากรักษาทางการแพทย์มาหลายที่แล้วไม่ดีขึ้น จึงคิดว่าหากมาหาอาจารย์ก็ไม่มีอะไรจะเสีย และตลอดการรักษาไม่ได้มีการพูดถึงค่าใช้จ่าย

“เมื่อกลับถึงบ้านที่เชียงใหม่ ได้พูดคุยกับแฟนว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว และบอกกับแม่ว่าสภาพจิตใจแย่มาก อยากผูกคอตายตอนนั้นเลย หากตอนนั้นมีคานก็จะผูกคอตายตรงนั้นเลย” นายเอ กล่าวและว่า หลังจากเกิดเหตุ ก็ไม่ได้ติดต่อกับอาจารย์คนดังกล่าวอีก และจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่ยอมไกล่เกลี่ย เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของคนอื่น ทั้งผู้ที่อาจเคยเจอเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน และคนที่จะเข้ามารักษาในอนาคต

ด้าน นายเอกภพ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ประสานไปยัง กก.4 บก.ป. เพื่อดำเนินการสอบสวน และตั้งข้อกล่าวหาตามพยานหลักฐาน โดยยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อไม่ให้ไปกระทำกับผู้อื่นซ้ำอีก