xs
xsm
sm
md
lg

ผบช.ก.สั่งรวบรวมหลักฐานเอาผิดแก๊งเซียนพระ งัด กม.ฟอกเงินยึดทรัพย์หากพบเข้าข่าย"ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ผบช.ก.สั่งรวบรวมหลักฐานเอาผิดแก๊งเซียนพระโกง "มาดามเก่ง" หากพบเข้าข่าย"ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ" งัดกฎหมายฟอกเงินตามยึดทรัพย์ เผย"รองเต่า"เข้าชี้แจงปม"โทน บางแค"ร้องขู่ทวงหนี้ ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

วันนี้ (7 พ.ค.) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 15.30 น. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวถึงคดี "โทน บางแค" ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานที่ผู้เสียหายมาแจ้งความไว้พอสมควรแล้ว แต่เนื่องจากส่วนใหญ่พยานหลักฐานเป็นลักษณะของการพูดคุยกันเป็นหลัก จึงต้องใช้ความพยายามในการรวบรวมเพื่อระบุให้ชัดเจนว่ามีความเกี่ยวข้องกับพระเครื่ององค์ใดหรือบุคคลใดบ้าง ซึ่งในระหว่างการสืบสวนตามที่ปรากฎเป็นข่าว มีเซียนพระบางรายได้มีการชดใช้ค่าเสียหายและขอยกเลิกการดำเนินคดีไปบ้างแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังคงรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่ามีหลักฐานชัดแจ้งในบางส่วน และมีผู้เสียหายบางรายกลับมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในภายหลัง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการรวบรวมเข้าสู่สำนวน

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวต่อว่าสำหรับความชัดเจนของบุคคล 1 ใน 3 ที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น ในส่วนของเนื้อหาสำนวนยังต้องขอเก็บเอาไว้ก่อน เนื่องจากเป็นระบบการทำงานของตำรวจส่วนกลางในการทำคดีใหญ่ ซึ่งเมื่อมีการรับแจ้งความจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนให้ชัดเจนใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1. มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริงหรือไม่ 2. ความผิดนั้นเป็นความผิดทางอาญาหรือไม่ และ 3. ผู้กระทำความผิดมีใครบ้าง ก่อนที่จะมีการดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา โดยเฉพาะคดีที่มีโทษสูงซึ่งต้องมีการขออนุมัติศาลออกหมายจับ ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางได้ดำเนินการตามขั้นตอนมาโดยตลอด

"ส่วนการจะออกหมายจับหรือหมายเรียกนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน เพราะต้องพิจารณาอย่างละเอียดว่าบางกรณีอาจเป็นเรื่องทางแพ่ง หรือบางกรณีเป็นเรื่องทางอาญา ซึ่งต้องยึดตามหลักฐานที่ผู้เสียหายนำมามอบให้เป็นสำคัญ" ผบช.ก.กล่าว

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวอีกว่า ยังมีพยานหลักฐานส่วนอื่นที่เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ซึ่งไม่สามารถปฏิเสธได้ เช่น ข้อมูลการพูดคุยผ่านแอปพลิเคชัน ไลน์ ซึ่งหากมีอยู่จริงจะถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ไม่สามารถบิดเบือนได้ ทั้งนี้ในคดีฉ้อโกงมักพบว่าฝ่ายผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหาให้การไม่ตรงกันซึ่งเป็นเรื่องปกติ เจ้าหน้าที่จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานจากทั้งสองฝ่ายให้ชัดเจน ส่วนประเด็นจำนวนผู้เสียหายที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เคยกล่าวอ้างว่ามี 9 ราย หรือที่มีกระแสข่าวว่าอาจมีมากกว่านั้น ตนขออนุญาตให้เป็นรายละเอียดที่อยู่ในสำนวนการสอบสวน

ผบช.ก.กล่าวด้วยว่า เรื่องเงินจำนวน 20 ล้านบาท ที่มีการอ้างว่านำไปมอบให้กับ โทน บางแค ซึ่งขณะนี้คำให้การของแต่ละฝ่ายยังขัดแย้งกันอยู่นั้น ตนมีหน้าที่นำข้อเท็จจริงทั้งหมดมาประมวลผล ร่วมกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อพิจารณาว่าในแต่ละกรณี แต่ละกรรม เป็นความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ เนื่องจากคดีฉ้อโกงเป็นความผิดที่ยอมความกันได้ เมื่อผู้กระทำผิดทราบว่ามีการดำเนินคดีจึงมีการเจรจาเคลียร์ค่าเสียหาย ทำให้จำนวนผู้เสียหายยังไม่แน่นอน

อย่างไรก็ตาม แม้ข้อหา "ฉ้อโกงเป็นปกติธุระ" จะไม่มีระบุไว้โดยตรง แต่หากพบว่ามีการกระทำผิดซ้ำซ้อนบ่อยครั้ง สามารถนำไปใช้เป็นความผิดมูลฐานในคดีฟอกเงินได้ ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการยึดทรัพย์ผู้กระทำความผิดทั้งหมด

"ยืนยันว่า ตำรวจสอบสวนกลางไม่เคยกลั่นแกล้งใคร ผมได้กำชับเรื่องนี้มาโดยตลอด โดยเคสนี้ได้รับรู้ข้อมูลตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งเป็น รอง ผบช.ก. และได้มีการพูดคุยกำชับกับผู้กำกับการในขณะนั้นให้เร่งรัดคดีมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมารับตำแหน่ง ผบช.ก. ก็มีหลายประเด็นที่ปรากฏเป็นข่าว ส่วนกรณีที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เรียกทั้งสามฝ่ายมาพบกันนั้นจะทำได้หรือไม่ ประชาชนสามารถดูได้จากสิ่งที่สื่อนำเสนอไป ซึ่งแต่ละฝ่ายพูดไม่ตรงกัน จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย" ผบช.ก.กล่าว

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวต่อว่าส่วนกรณีที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่ามีเซียนพระประสานขอเข้าพบ แต่ทางฝั่งนายโทนพูดอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งทราบว่าเซียนพระรายดังกล่าวได้มาร้องเรียนที่สอบสวนกลางส่วนหนึ่งแล้ว ส่วนเรื่องนี้จะกระทบต่อหน้าที่การงานของพล.ต.ต.จรูญเกียรติหรือไม่นั้นขณะนี้มีการแจ้งความดำเนินคดีที่ สน. พหลโยธิน ซึ่งต้องรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ นอกจากนี้ตนได้เรียก พล.ต.ต.จรูญเกียรติ มาพูดคุยแล้ว ซึ่ง รองเต่าได้ชี้แจงข้อมูลเหมือนกับที่ได้แจ้งต่อสื่อมวลชน

"ขอยืนยันว่าในเรื่องคดีความ ตำรวจสอบสวนกลางดำเนินการตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับทั้งฝ่ายผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา ส่วนเรื่องความประพฤติก็ต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง โดยต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งรองเต่าและผู้ที่มาร้องเรียนด้วยเช่นกัน" ผบช.ก.กล่าว