xs
xsm
sm
md
lg

"มาดามเก่ง" ร่ำไห้! ขอโทษ ทำ"บิ๊กเต่า" เดือดร้อนถูก "โทน บางแค" แจ้งจับข่มขู่ทวงหนี้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



"มาดามเก่ง" ร่ำไห้! ขอโทษ ทำ "บิ๊กเต่า" เดือดร้อน ถูก"โทน บางแค" แจ้งความดำเนินคดีข่มขู่ทวงหนี้ แจงยิบวันเจรจาไม่มีการข่มขู่ ด้านทนายยันไม่ได้ยืมมือตำรวจทวงหนี้ เตรียมขยายผลเส้นเงินโยง 9 เซียน

วันนี้ (6 พ.ค.) ที่ กองปราบปราม เมื่อเวลา 14.00 น. น.ส.ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ มาดามเก่ง พร้อมด้วย นายเชษฐพล โกวิทวาณิชย์ หรือทนายโต ทนายความและนายอุ๊ กรุงสยาม เพื่อนสนิทมาดามเก่ง ออกมาชี้แจงกรณีมีเรื่องพิพาทกับ นายโทนทอง สุขแก่น หรือ "โทน บางแค" เซียนพระชื่อดัง

น.ส.ดรณ์ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องกล่าวคำขอโทษไปถึง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ที่ทำให้เดือดร้อน วันนี้จึงอยากกราบขอโทษ เพราะรู้สึกเสียใจมาก และรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ยุติธรรม พร้อมขอสาบานว่า "บิ๊กเต่าไม่เคยรับเงินแม้แต่บาทเดียว" และอยากฝากถึงนายโทนทอง ว่า ตนไม่อยากให้น้องต้องมาต่อสู้อะไรที่ไม่ใช่เรื่องที่เจรจาไม่ได้ ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว

น.ส.ดรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนไทม์ไลน์จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์กับ นายโทนทอง เริ่มจากเมื่อปี 2565 ตนได้โทรศัพท์ไปหา นายอรรณพ ล้วนพร หรือ "ตี๋ ตื่น" เซียนพระที่สนิทสนมกันเรื่องที่ตนต้องการขายรถเบนท์ลี่ย์พร้อมทะเบียนตองเก้า 18 ล้านบาท ระหว่างนั้นทราบว่ามีนายโทนทอง อยู่ร่วมกับ นายอรรณพด้วย ระหว่างนั้น นายอรรณพ จึงยื่นโทรศัพท์ให้ นายโทนทอง และแนะนำให้รู้จักกับ นายโทนทองเนื่องจากอ้างว่านายโทนทองมีความรู้เรื่องการตีราคารถหรู เพื่อให้ได้ราคาสูงกว่าตลาด จึงได้เริ่มการติดต่อนายโทนทองเป็นครั้งแรก ก่อนที่จะมีการดีลซื้อขายด้วยการจ่ายเช็ค 10 ใบ รวมเป็นเงิน 18 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขว่าหลังจากทำสัญญาอีก 10 เดือนถึงจะมีการนำเช็คไปขึ้นเงินได้ ต่อมาเมื่อถึงเวลาที่กำหนด ปรากฏว่าเช็คดังกล่าวมีบางใบขึ้นเงินไม่ได้ แต่ตนก็ยังคิดว่า นายโทนทองเป็นคนดี และเชื่อใจเนื่องจากเขาอ้างว่าเป็นอินฟูฯเซียนพระชื่อดังมีคนติดตามนับล้าน น่าจะทำธุรกิจร่วมกันได้อีกยาว

น.ส.ดรณ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นก็ยังมีการซื้อขายของแบรนด์เนมเรื่อยมากระทั่งในปีเดียวกัน นายโทนทอง ก็มาขอยืมเงิน 100 ล้านบาท อ้างว่าจะนำไปจ่ายค่าจ้างบริษัทในประเทศเยอรมนีผลิตกล้องส่องพระจำนวน 1,000 ตัว ค่าจ้างผลิตตัวละ 2,600 บาท มาขายในไทยตัวละ 17,000 บาท หากหาเงินมาจ่ายไม่ทันธุรกิจจะเสียหายถึงขั้นหมดตัว เนื่องจากได้เปิดพรีออเดอร์ไว้แล้ว โดยนายโทนทอง ให้สัญญาว่าจะขายให้ตน 500 ตัวในราคาเท่าทุน จากนั้นได้นำตึกมาค้ำประกันอ้างว่ามีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท แต่เมื่อนำไปประเมินภายหลังกลับพบว่าได้มูลค่าเพียง 60 ล้านบาท ซึ่งการทำธุรกรรมมีสัญญาจดจำนองอย่างชัดเจน ต่อมานายโทนทองก็นำเงินไปจ่ายค่ากล้องส่องพระ เมื่อตนทวงถามเขาบอกว่า "ขายแดกหมดแล้ว" แต่หากมาดามอยากได้จะขายให้ราคา 10,000 บาท ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้ตนเริ่มผิดหวังและรู้สึกไม่สบายใจ แต่นายโทนทองก็เข้ามาพูดคุยสร้างความมั่นใจ โดยอ้างความสัมพันธ์พี่น้อง จึงทำให้ตนยังมีการซื้อขายของในลักษณะต่างกรรมต่างวาระ

"ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยให้เงินและสิ่งของนายโทนโดยเสน่หา แต่ก็พบว่าเช็คก็เด้งอยู่ตลอด จนมารวมยอดแบ่งเป็นเงิน 2 ก้อน คือ 120 ล้านบาท และ 180 ล้านบาท แต่นายโทนทองก็ได้นำพระพุทธรูปที่สะสมจำนวน 152 องค์ โดยอ้างว่าหากเก็บไว้เก็งกำไรจะมีมูลค่า 400-500 ล้านบาท ทำให้หลงเชื่อ เนื่องจากไม่ได้เป็นเซียนพระ ต่อมาเมื่อขาดภาพคล่อง จึงนำพระทั้งหมดไปตีราคา และพบว่ามีมูลค่าเพียง 35-40 ล้านบาทเท่านั้น จึงทำให้ผิดหวังซ้ำอีก แม้ว่าเงิน 180 ล้านบาท จะมีการทำสัญญาถึงปี 2573 โดยส่งเป็นเช็คงวดละ 5.5 ล้านบาท แต่เมื่อนำไปขึ้นเงิน พบว่าไม่สามารถดำเนินการได้ จึงส่งผลให้เครียดจนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า" มาดามเก่ง กล่าว

น.ส.ดรณ์ กล่าวอีก ต่อมาในวันที่ 14 มกราคม 2568 ตนได้มอบหมายให้ทีมทนายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่กองปราบปราม แต่คดีไม่มีความคืบหน้า เรื่องนี้ทำให้นายโทนทองรู้ตัวว่าจะเดือดร้อน จึงพยายามหาทางนัดเจรจากับบิ๊กเต่าหลายครั้ง โดยประสานผ่าน "ป๋อง สุพรรณ" แต่ก็ไม่สำเร็จ กระทั่งวันที่ 17 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ตนขอยืนยันว่า นายโทนทองเป็นคนนัดให้ทั้ง 3 ฝ่ายมาเจอกัน โดยผ่านตัวกลางเป็นป๋องสุพรรณ ซึ่งบรรยากาศในวงเจรจาวันดังกล่าวมีทั้งหมด 8 คน ประกอบด้วย ตน บิ๊กเต่า นายโทนทอง ทนายความทั้ง 2 ฝั่ง เลขาของตน และอัยการ ในการเจรจายืนยันว่าไม่มีการข่มขู่ โดยขอยกคำพูดของบิ๊กเต่าในห้องเจรจา "โทน พี่งานยุ่งมากเลยพี่ป๋องฝากมา อะไรเคลียร์ได้ก็เคลียร์กันไปจะได้ไม่ต้องไปแจ้งความ" ซึ่งนายโทนทองได้บอกในวันนั้นว่าขอไปรวบรวมทรัพย์สินก่อนว่ามีอะไรเหลืออยู่บ้าง และนัดเจรจาเป็นครั้งที่ 2 ในวันที่ 24 เมษายน แต่เมื่อถึงวันดังกล่าว พบว่านายโทนทองส่งทนายมาเพียงคนเดียว แล้วทรัพย์สินที่บอกว่าจะนำมาคืนอาทิ รถเบนท์ลี่ย์พร้อมทะเบียนตองเก้า,นาฬิการิชาร์ด มิลล์ ,เครื่องเพชร และกระเป๋าแบรนด์เนม แต่เมื่อถึงวันนัดหมายนายโทนทอง กลับไม่มาส่งเพียงทนายมาพร้อมกระเป๋าแบรนด์เนมมูลค่าไม่กี่ล้าน จึงทำให้การเจรจาล่ม พร้อมทราบภายหลังว่าเขากลับไปรวบรวมหลักฐานเพื่อไปร้องทุกข์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนไปที่ สน. พหลโยธิน และสำนักงานอัยการสูงสุด โดยเฉพาะที่ สน. พหลโยธิน มีการแจ้งความตน , บิ๊กเต่า โดยรวมทั้งหมด 5 คน ซึ่งตนก็ไม่กังวลถือว่าเป็นสิทธิ์

น.ส.ดรณ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนอัยการที่ถูกนายโทนทองแจ้งความ 1 ใน 5 เนื่องจากอยู่ในวงการเจรจาเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ยอมรับว่าเป็นอัยการจริง ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องที่วันนั้นwork from home มาให้ความเห็นทางด้านกฎหมายแต่ไม่ส่วนเกี่ยวข้องในคดี ท้ายที่สุดตนพึ่งรู้ความจริงทั้งหมดเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว ว่าถูกหลอกมาตลอด จึงรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่นายเชษฐพล ระบุว่า สำหรับขบวนการนี้มีทั้งหมด 7 คน แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้ว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง แต่ขณะนี้ได้มีการแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้ได้สืบสวนสอบสวน โดยยืนยันว่าไม่ได้เป็นการยืมมือตำรวจ เพราะมาดามเก่งถูกฉ้อโกง ส่วนจะทำเป็นขบวนการหรือไม่ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินก่อน และยังยืนยันว่า มูลค่าความเสียหายของมาดามเก่งเดิมทีตั้งแต่ปี 2565-ปัจจุบัน ทั้งหมดมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท แต่มีการชดใช้หนี้กันมาบางส่วนแล้ว เป็นทั้งพระและเช็คจำนวนมากน้ำหนักเป็นกิโลกรัม จึงไม่สามารถนับจำนวนได้ ทำให้ตอนนี้ยอดหนี้เหลือประมาณ 300 ล้าน ทั้งนี้ในฐานะที่มาดามเก่งเป็นเจ้าหนี้ วันนี้มาเพื่อยืนยันว่า อยากได้เงินคืนแต่ไม่ได้เป็นการยืมมือตำรวจเพื่อมาทวงเงิน พร้อมทิ้งท้ายหากถามว่ามาดามเก่งรู้สึกยังไง “เงินเป็นร้อยล้าน แถมยังโดนแจ้งความกลับอีก จะไม่เสียใจและร้องไห้เหมือนวันนี้ ก็เก่งแล้ว”

ด้าน นายอุ๊ กรุงสยาม ในฐานะเซียนพระ บอกว่า ตนอยู่ในเหตุการณ์ทุกขั้นตอน ยกเว้นวันที่ 17 เมษายน จึงทำให้ไม่ถูกแจ้งความ ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดมีต้นเรื่อง เดิมที่คู่กรณีมีเพียงแค่มาดามเก่งและนายโทนทองเท่านั้น แต่บุคคลอื่นที่ถูกกล่าวอ้าง เช่น ต้อม นครสวรรค์ อั๋น โอกิ และอื่นๆ ซึ่งบุคคลเหล่านี้มีบางคนมีการเคลียร์ไปแล้ว แม้จะเป็นคดีความกับมาดามเก่งแล้วก็ตาม ส่วนคนอื่นตอนนี้อยู่ระหว่างที่ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐาน ว่าจะพบความผิดเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงมาดามเก่งหรือไม่ตนไม่ทราบ เพราะมีหลายบุคคลที่เข้ามากู้ยืมเงินกับมาดามเก่ง