"บิ๊กเต่า" แฉกลับ "โทน บางแค" ขอให้ช่วยเจรจา"มาดามเก่ง" หลังรู้ตัวจะถูกแจ้งข้อหา สุดท้ายแว้งกัดมาแจ้งจับ ยันไม่เคยรับงานทวงหนี้ เผยกลุ่ม 9 เซียนทำเป็นขบวนการ ยอดเสียหายรวมกว่า 5 พันล้านบาท
วันนี้ (5 พ.ค.) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวถึงกรณีถูกนายโทนทอง สุขแก่น หรือ "โทน บางแค" เซียนพระชื่อดังยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติอ้างว่าตัวเองไปข่มขู่กดดันให้ชำระหนี้สินเจ้าหนี้ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2568 น.ส.ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ มาดามเก่ง ผู้เสียหาย ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มเซียนพระประมาณ 9 ราย รวมถึงนายโทน บางแค ในข้อหา ฉ้อโกงหลอกขายพระเครื่อง และ พ.ร.บ.เช็คฯ เหตุเกิดในห้วงระยะเวลาปี 2568-2569 มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า พฤติการณ์กลุ่มนี้จะทำเป็นขบวนการ โดยทำทีเช่าพระเครื่องในราคาหลักสิบล้านด้วยการจ่ายเช็คค้ำประกันไว้ แล้วขอพระเครื่องไปก่อน แล้วจะมีอีกกลุ่มหนึ่ง มาขอเช่าพระเครื่องในราคาที่สูงกว่า แล้วจ่ายเช็คค้ำประกันไว้ด้วยราคาที่สูงกว่า ก่อนที่สองกลุ่มนี้แกล้งทะเลาะกัน และบอกผู้เสียหายเอาพระเครื่องไปจำนำไว้ 20 ล้านบาท และให้มาดามเก่งไปไถ่ออกมา เพราะเกรงว่าพระเครื่องจะถูกยึด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มนี้ไปทำในลักษณะแบบนี้กับหลายคนจนพบความเสียหายมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวต่อว่า สำหรับทางคดี พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. แจ้งข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงไปแล้ว 2 คน กำลังจะแจ้งข้อหา นายโทนด้วย เมื่อนายโทนรู้ว่าจะถูกแจ้งข้อหา จึงขอร้อง"ป๋องสุพรรณ" เซียนพระรุ่นพี่ ให้ประสานขอพบตนเพื่อเคลียร์กับคู่กรณี ซึ่งตนก็พยายามหลีกเลี่ยงสองสามครั้ง โดยอ้างไปว่าต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และไม่อยากเปลืองตัว
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า กระทั่งนายโทน ติดต่อนัดขอเข้ามาหาอีกครั้งที่ห้องทำงานตน ตนจึงนัดมาคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและบอกไปว่าให้ทั้งคู่ไปเจรจากันเอง โดยบอกนายโทนไปว่าอะไรที่ไม่ใช่ของเราก็คืนมาดามเก่งเขาไป ทั้งนี้ขอยืนยันอีกว่า ไม่ได้บังคับขู่เข็ญ และไม่เคยพูดกับโทนว่า "ถ้าไม่พร้อมคุย ก็เดินออกไปได้เลย" แต่ตนพูดว่า "ถ้าไม่พร้อมคุยก็กลับได้เลย" เพราะต้องการความสมัครใจในการไกล่เกลี่ย ซึ่งผลการเจรจาวันนั้นไม่จบ เพราะนายโทนบอกว่า ไม่มีทรัพย์สินอะไรแล้ว แต่จากการตรวจสอบพบว่านายโทน ยังมีทรัพย์สินหลายรายการรวมแล้วกว่า 60 ล้านบาท
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวด้วยว่า กระทั่งวันที่ 24 เมษายน ทนายของนายโทน นำกระเป๋า แบรนด์เนม 5-6 ใบ และทะเบียนรถเลขตองซึ่งมีมูลค่ำต่ำกว่าราคาเช็คค้ำประกัน ก็เลยทำให้การเจรจาไม่เป็นผลอีกครั้งส่วนเรื่องที่นายโทน จะรับงานใครมาหรือไม่นั้นตนไม่ทราบแต่ว่าตำรวจมีหลักฐานที่ไม่ตรงกับนายโทนเล่า พร้อมทั้งฝากไปถึงประชาชน ถ้าหากเจองูพร้อมกับเซียนพระกลุ่มนี้ ก็ขอให้ตีเซียนพระก่อน เพราะพวกนี้เป็นเซียนกระดาษเปล่า
"ยืนยันว่าที่นายโทนให้สัมภาษณ์สื่อนั้นเป็นคนละเรื่อง ผมไม่อยากจะพูดเรื่องนี้และประสานให้ทางผู้เสียหายพร้อมทนายความเป็นคนพูดเองในวันพรุ่งนี้ยืนยันว่า ที่ผมถูกครหาว่าได้รับค่าคอมมิชชั่นในการทวงหนี้ 30 เปอร์เซ็นนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามสิ่งที่นายโทนพูดที่ทำให้ผมเสียหาย เนื่องจากอยู่ในช่วงใกล้วาระการแต่งตั้งประจำปี 2569 ดังนั้น ผมจะปรึกษาฝ่ายกฎหมายพิจารณาฟ้องร้องอีกครั้ง" รอง ผบช.ก.กล่าว


