xs
xsm
sm
md
lg

สนง.อัยการสูงสุด ร่วมมือ ดีเอสไอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดี สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



สนง.อัยการสูงสุด จับมือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ทำข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดี สร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม

วันนี้ (5 พ.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. นายโชคชัย ทิฐิกัจจธรรม รองอัยการสูงสุด และ พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถและบูรณาการองค์ความรู้ในกระบวนการยุติธรรม ระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดและกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยมีนางวลัยรัตน์ บุญประสงค์ อธิบดีอัยการ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ และ ร.ต.อ. วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงานร่วมในพิธี ณ ห้องรับรองกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ

นายโชคชัย รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดกับกรมสอบสวนคดีพิเศษในวันนี้ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถและบูรณาการองค์ความรู้ในกระบวนการยุติธรรม สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นร่วมกันระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดและกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในการพัฒนาการปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรมให้มีการสอดประสานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่พิจารณาสำนวนและการดำเนินคดี ตระหนักเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการในครั้งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน ทั้งในด้านการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรม การวิจัย และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างบุคลากรของทั้งสองหน่วยงาน ซึ่งจะช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันในประเด็นข้อกฎหมายและแนวทางการปฏิบัติงาน และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงานจะช่วยเสริมสร้างความสอดคล้องในการปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงาน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพของสำนวนและการดำเนินคดีให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป
ด้านพ.ต.ต. ยุทธนา อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ในวันนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษและสำนักงานอัยการสูงสุดต่างมีบทบาทหน้าที่สำคัญและมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดในกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่การสืบสวนสอบสวน การพิจารณาสำนวน ไปจนถึงการดำเนินคดีในชั้นศาล การประสานความร่วมมือและการเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างหน่วยงาน จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างการพัฒนาศักยภาพบุคลากร การวิจัย การพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรม และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมถึงทรัพยากรทางวิชาการระหว่างสองหน่วยงานอันจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานให้มีความเป็นมืออาชีพที่ทันสมัย สอดคล้องกับบริบทของสังคมในปัจจุบัน และต้องขอขอบคุณสำนักงานอัยการสูงสุดที่ได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงาน ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อทั้งสองหน่วยงานและต่อประเทศชาติโดยรวม
สำหรับรายละเอียดของบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมมือกันในการส่งเสริมและพัฒนาด้านการศึกษา การวิจัย การฝึกอบรม และกิจกรรมทางวิชาการ รวมทั้งการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความสามารถหรือทักษะความเชี่ยวชาญระหว่างบุคลากรของทั้งสองฝ่าย เพื่อยกระดับศักยภาพในการสืบสวนสอบสวน การดำเนินคดีและการพัฒนากระบวนการยุติธรรมให้มีประสิทธิภาพและทันสมัย ส่งเสริมให้บุคลากรของทั้งสองฝ่ายมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ร่วมมือกันในการพัฒนาหลักสูตรทางวิชาการและหลักสูตรการฝึกอบรม เพิ่มพูนความรู้และทักษะที่จำเป็นแก่บุคลากรทั้งสองฝ่ายและอาจขยายผลสู่หน่วยงานอื่นในกระบวนการยุติธรรมตามที่เห็นสมควร ร่วมกันจัดประชุมสัมมนา ประชุมวิชาการ หรือกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายและงานยุติธรรม รวมถึงการให้คำปรึกษาทางวิชาการแก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือสถาบันการศึกษา เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมความเข้าใจและการประยุกต์ใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูลทางวิชาการเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับบุคลากรของทั้งสองฝ่ายและหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมอื่นๆ อีกด้วย