จากกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกคุมขังเรือนจำกลางคลองเปรม แดนพยาบาล จากคำสั่งบังคับโทษ 1 ปี ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเตรียมได้รับการปล่อยตัวพักโทษเพื่อคุมประพฤติ เนื่องด้วยจะครบกำหนดการรับโทษมาแล้ว 2 ใน 3 ของอัตราโทษ 1 ปี (8 เดือน) ในวันที่ 11 พ.ค.69 และเข้าสู่ขั้นตอนการคุมประพฤติอีก 4 เดือน
วันนี้ (29 เม.ย.) ณ อาคารกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการพักการลงโทษ ระดับกระทรวงยุติธรรม โดยมี นางธารินี แสงสว่าง รองปลัด ยธ. เป็นประธานฯ ประชุมหารือร่วมกับผู้แทนจากกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการปกครอง กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ฯลฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษรายชื่อผู้ต้องขังเด็ดขาดจากทั่วประเทศที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษกรณีทั่วไป เพื่อที่จะได้รับการปล่อยตัวคุมประพฤติตามระยะเวลาโทษคงเหลือ
ส่วนเรื่องการติดกำไล EM ระหว่างคุมประพฤติหรือไม่นั้น ทางกรรมการในที่ประชุมจะได้มีการหารืออย่างถี่ถ้วน เนื่องด้วยนายทักษิณถือเป็นผู้ต้องขังสูงวัยที่มีอายุเกินกว่า 70 ปีขึ้นไป และมีโรคประจำตัวที่ต้องใช้ยารักษาต่อเนื่องเป็นประจำอยู่แล้ว ฉะนั้น จึงต้องรับฟังเหตุผลข้อหารือของกรรมการแต่ละหน่วยงานด้วย รวมถึงกรณีเงื่อนไขพิเศษเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องการข้องเกี่ยวกับทางการเมือง ที่ถึงแม้ระเบียบการพักการลงโทษจะไม่ได้ห้ามไว้ แต่ก็สามารถเป็นเรื่องการหารือในส่วนของเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ หากมีความจำเป็น
ด้าน พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยก่อนการประชุมว่า วันนี้ทางกรมราชทัณฑ์ก็ได้เตรียมเอกสารทั่วไปที่เกี่ยวกับโปรไฟล์ของแต่ละคนที่เราทำเป็นปกติอยู่แล้ว และวันนี้ก็ทั่วไปไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ก็อยู่ที่คณะกรรมการฯ จะพิจารณา ส่วนจำนวนผู้ต้องขังที่จะได้รับการพิจารณาเข้าเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษจากทั่วประเทศ เกินกว่า 500 รายแน่นอน และอดีตนายกรัฐมนตรีก็คือ 1 ในนั้น เพราะปกติแล้วรอบหนึ่งก็ประมาณพันกว่าคน อย่างไรก็ตาม เรื่องเงื่อนไขการติดหรือไม่ต้องติดกำไล EM หรือเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ ก็ขึ้นอยู่กับการหารือในที่ประชุมของคณะกรรมการ ทั้งนี้ วันนี้ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายแล้ว ซึ่งก็ต้องรอดูผลการพิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่าภายหลังผ่านการประชุมได้มีมติให้ นายทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องขังเด็ดขาดเรือนจำกลางคลองเปรม เป็นผู้มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษกรณีทั่วไป โดยไม่ต้องติดกำไล EM เนื่องด้วยเป็นผู้ต้องขังสูงวัยอายุเกินกว่า 70 ปี และมีโรคประจำตัว จากนั้นมติที่ประชุมที่เกิดขึ้นในวันนี้จะถูกส่งแจ้งไปยังผู้บัญชาการเรือนจำกลางคลองเปรมรับทราบ และเจ้าหน้าที่คุมประพฤติรับทราบและเรือนจำกลางคลองเปรมจะได้ดำเนินการปล่อยตัวนายทักษิณเข้าสู่การคุมประพฤติอีก 4 เดือนในวันที่ 11 พ.ค.69
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับเงื่อนไขการคุมความประพฤติสำหรับผู้ได้รับการพักการลงโทษ 9 ข้อสำคัญ ดังนี้ 1.ต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติที่สำนักงานคุมประพฤติท้องที่ภายใน 3 วันนับแต่ได้รับการปล่อยตัว และต่อไปให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติตามที่พนักงานคุมประพฤติกำหนดจนกว่าจะพ้นโทษ 2.ต้องพักอาศัยอาศัยอยู่กับผู้อุปการะตามบ้านเลขที่ที่แจ้งไว้และห้ามออกนอกเขตท้องที่จังหวัด เว้นแต่ติดธุระสำคัญและต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานคุมประพฤติก่อน 3.ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ หากฝ่าฝืนและถูกลงโทษโดยเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับนั้น ต้องแจ้งให้พนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง
4.ให้ประกอบอาชีพสุจริต หากเปลี่ยนสถานที่ทำงานหรือย้ายงานใหม่ต้องแจ้งพนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง 5.ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำตักเตือนของพนักงานคุมประพฤติและเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการแก้ไขฟื้นฟูตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมคุมประพฤติกำหนด 6.ห้ามประพฤติตนในทางเสื่อมเสีย เช่น เล่นการพนัน เสพยาเสพติด และกระทำความผิดขึ้นอีก 7.ห้ามเกี่ยวข้องกับสารระเหย วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตหรือประสาท หรือยาเสพติดให้โทษทุกประเภท รวมทั้งอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดทุกชนิด 8.ห้ามเยี่ยมเยียนและติดต่อกับนักโทษที่ไม่ใช่ญาติซึ่งกำลังต้องโทษอยู่ และ 9.ต้องแสดงหนังสือสำคัญการปล่อยตัวต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจหรือเจ้าพนักงานเรือนจำเมื่อมีการเรียกให้แสดง และหากหนังสือสำคัญการปล่อยตัวสูญหายให้รีบแจ้งต่อพนักงานคุมประพฤติ


