“แทนไท ณรงค์กูล” นักธุรกิจดัง ฟ้องอินฟลูเอนเซอร์ เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ปมถูกไลฟ์สดกล่าวหาว่าพัวพันเว็บพนันและฟอกเงิน ชี้ เป็นการทำลายชื่อเสียงและความน่าเชื่อถืออย่างร้ายแรง
วันนี้ (28 เม.ย.) นายแทนไท ณรงค์กูล นักธุรกิจชื่อดัง เจ้าของฉายา “ไอดอลคริปโต” มอบอำนาจให้ นางสาวกนกวรรณ วัชระ เป็นผู้ดำเนินคดียื่นฟ้อง นายเขมทัต (สงวนนามสกุล) อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ต่อศาลอาญา คดีหมายเลขดำที่ อ1128/2569 กรณีถูกกล่าวหาผ่านแพลตฟอร์ม TikTok ว่า เกี่ยวข้องกับการทำเว็บพนันออนไลน์และการฟอกเงิน
นายธนัท แสงอรุณ ทนายความ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 13-17 เมษายน 2569 โดยจำเลยได้ใช้แพลตฟอร์ม TikTok ไลฟ์สดและมีการกล่าวถ้อยคำพาดพิงโจทก์ในลักษณะใส่ความต่อบุคคลที่สาม ซึ่งมีผู้เข้าชมไลฟ์สดจำนวนมาก ทำให้ข้อมูลดังกล่าวถูกเผยแพร่และกระจายออกไปในวงกว้าง
ตามคำฟ้องระบุว่า ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวในไลฟ์สด มีลักษณะทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายร้ายแรง ได้แก่ การทำเว็บพนันออนไลน์และการฟอกเงิน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมาก ต่อชื่อเสียง ภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือทางธุรกิจของโจทก์ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
คดีนี้ โจทก์ยื่นฟ้องในข้อหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328, มาตรา 393, มาตรา 59 วรรคสอง จากการเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ไปยังบุคคลจำนวนมาก จึงเรียกร้องค่าเสียหายรวม 100,000,000 บาท (หนึ่งร้อยล้านบาทถ้วน) พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง วันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 16.30 น.
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเป็นการฟ้องร้องโดยตรงต่อศาล โดยโจทก์มิได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เนื่องจากประสงค์ดำเนินคดีเอง และขอให้ศาลเป็นที่พึ่งในการพิจารณาความยุติธรรมต่อไป
สำหรับ นายแทนไท ณรงค์กูล เป็นนักธุรกิจนักลงทุนชื่อดัง และยังเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่มีชื่อเสียง อาทิ บริษัท
ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด, บริษัท แทนไท อินดัสตรี้ส จำกัด, บริษัท ณรงค์กูล เวิลด์ จำกัด, บริษัท
ริชซิซ จำกัด, บริษัท จัสท์ คาร์ จำกัด, บริษัท จัสท์ โลน จำกัด และบริษัท ญามี่ ไลฟ์ (ไทยแลนด์) จำกัด รวมถึงเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง 4Kings อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2569 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สรุปสำนวนและส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 64/2567 ต่อพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหา จำนวน 11 ราย รวมนายแทนไท ในข้อหา ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน โดยสำนวนมีทั้งหมด 39 แฟ้ม รวม 12,816 แผ่น อย่างไรก็ดี ปัจจุบันสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย และยังมีผู้ต้องหาหลบหนีอีก 7 ราย
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการสืบสวนของกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ซึ่งได้ดำเนินคดีในความผิดมูลฐานและขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้กระทำผิด พบว่ามีการรับโอนเงินจากการละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานของผู้อื่นเพื่อนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังมีการจัดให้ประชาชนรับชมหรือรับฟังสื่อประเภทภาพยนตร์และรายการต่างประเทศ โดยเรียกเก็บค่าบริการหรือผลประโยชน์อื่น ส่งผลให้เกิดความเสียหาย รวมมูลค่ากว่า 4,500 ล้านบาท
นอกจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ยังตรวจพบว่า เครือข่ายดังกล่าวดำเนินเว็บไซต์ให้บริการดูภาพยนตร์ออนไลน์ รายการโทรทัศน์ และการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลจากต่างประเทศ รวมถึงมีการแฝงเว็บไซต์พนันออนไลน์ผ่านแบนเนอร์โฆษณาบนหลายเว็บไซต์ แม้ผู้ใช้งานทั่วไปจะสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่จะมีการเชื่อมโยง (Link) ไปยังบริการสำหรับลูกค้ากลุ่ม VIP ซึ่งสามารถเข้าถึงเนื้อหาพิเศษ รวมถึงสื่อลามกอนาจารได้ และมีการแฝงโฆษณาเว็บไซต์พนันออนไลน์ทั้งในรูปแบบแบนเนอร์ และการตั้งค่าเปลี่ยนเส้นทางอัตโนมัติ (URL Redirect) เพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่การเล่นพนันออนไลน์ อีกทั้งยังมีการใช้บัญชีม้ารับโอนเงินจากกิจกรรมดังกล่าว ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบรวมกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งจากการขยายผลพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงกันในลักษณะเครือข่ายอาชญากรรม มีการใช้บัญชีธนาคารเพื่อโอนและรับโอนเงิน รวมถึงการแปลงสภาพทรัพย์สินเพื่อปกปิดแหล่งที่มา และอำพรางเส้นทางการเงิน อีกทั้งยังมีการฟอกเงินผ่านการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล


