MGR Online - “บรรณพจน์” เป็นตัวแทนครอบครัวเยี่ยม “ทักษิณ” หลังติดคุกนาน 7 เดือน “ทนายวิญญัติ” ลุ้นผ่านเกณฑ์ขั้นสุดท้าย ขอได้รับโอกาสพักโทษ เผยยังมีโรคประจำตัวแต่ไม่น่ากังวล
วันนี้ (27 เม.ย.) เวลา 09.50 น. บริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ (พี่ชายบุญธรรมของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยาของนายทักษิณ ชินวัตร) เป็นตัวแทนครอบครัวเดินทางเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงมารอให้กำลังใจตามปกติ ซึ่งเป็นการเข้าเยี่ยมครั้งที่ 59 พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ทั้งนี้ ปัจจุบันนายทักษิณได้ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ เป็นระยะเวลา 7 เดือน กับอีก 18 วัน
ต่อมา เวลา 10.10 น. นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ ออกมาเปิดเผยสั้น ๆ กับผู้สื่อข่าวหลังการเข้าเยี่ยม ว่า จากการพูดคุยกับท่านทักษิณ ท่านโอเคดีครับ แต่รายละเอียดต่างๆ ขอให้สอบถามกับทนายวิญญัติ ชาติมนตรี แทน
ด้าน ทนายวิญญัติ เผยว่า ภายหลังจากเมื่อวันที่ 23 เม.ย.69 ทางลูกและหลานได้เข้าเยี่ยมใกล้ชิด ได้สวมกอดและไหว้ขอพรท่าน ซึ่งนายทักษิณและครอบครัวก็มีความสุขอย่างมาก เพราะไม่ได้เจอและสัมผัสกันนานหลายเดือนแล้ว ก็ต้องขอบคุณเรือนจำกลางคลองเปรมที่ได้ให้โอกาส และยังให้โอกาสผู้ต้องขังรายอื่นๆ ได้เยี่ยมญาติใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม วันที่ 23 เม.ย.69 ก็เป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่นายทักษิณจะได้เยี่ยมญาติใกล้ชิด และในฐานะที่ตนเป็นทนายความ มองว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆ
ทนายวิญญัติ เผยอีกว่า ส่วนเรื่องสุขภาพ นายทักษิณยังคงปกติดี แต่ก็มีโรคประจำตัวอย่างที่ทุกท่านทราบ แต่ก็ไม่ได้มีอาการโคม่าหรือน่ากังวลแต่อย่างใด เพราะท่านก็พยายามดูแลตัวเองให้ดี รับประทานยาอยู่เป็นประจำ อาการโดยรวมที่น่ากังวลใจจึงไม่มีเลย และสุขภาพจิตใจท่านก็ดีด้ว
เมื่อถามว่าคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรมจะได้ประชุมพิจารณาพักโทษขั้นตอนสุดท้ายนั้น ทนายวิญญัติ แจงว่า ตนไม่ทราบเรื่องการประชุม แต่ขอความกรุณาคณะอนุกรรมการฯ ทุกท่านให้พิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อเท็จจริง เพราะส่วนตัวตนก็คิดว่าท่านจะได้รับการพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อย้ำว่า วันที่ 29 เม.ย.69 ที่จะมีการประชุมพิจารณาของคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการลงมตินั้น ในฐานะทนายความ ตนก็อยากบอกว่า “อยากให้ท่านได้รับโอกาสพักโทษ” ส่วนเป็นห่วงหรือไม่ ก็ต้องยอมรับว่าทุกคนเป็นห่วงอยู่แล้ว แม้ญาติหรือครอบครัวของผู้ต้องขังรายใด เชื่อว่าความรู้สึกไม่ต่างกัน เพราะเรือนจำกลางคลองเปรมก็มีจำนวนผู้ต้องขังเยอะ ไม่ได้มีเพียงท่านคนเดียว อีกทั้งทั่วประเทศก็คงมีประมาณหลัก 500 ราย ซึ่งตนก็ไม่ก้าวล่วง และไม่อยากลงรายละเอียดมากนัก เพราะเจ้าหน้าที่หรือคณะอนุกรรมการฯ ก็ยังคงทำหน้าที่กันอยู่
เมื่อถามว่าสถานที่สำหรับพักโทษคุมประพฤตินายทักษิณ ครั้งนี้จะยังคงเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า ดังเดิมหรือไม่นั้น ทนายวิญญัติ ระบุว่า เรียนตามตรงว่าที่ตนได้ยื่นไปก็ยังคงเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งก็จะเป็นสถานที่ที่ท่านทักษิณจะใช้อาศัยระหว่างคุมประพฤติ ในกรณีท่านทักษิณผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษคุมประพฤติ ส่วนติดกำไล EM เพราะเข้าเกณฑ์ผู้ต้องขังสูงวัยเกินกว่า 70 ปี ตนไม่ทราบเรื่องนี้จริงๆ ขอให้รอฟังผลดีกว่าว่าจะเป็นจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ขอให้ท่านได้รับโอกาสตามระเบียบกฎหมาย เพราะท่านก็สูงอายุ และมีโรคประจำตัวด้วย ส่วนการประเมินต่างๆ ก็เป็นส่วนของเจ้าหน้าที่ ตนไม่ขอมีความเห็นใดๆ
นอกจากนี้ มีรายงานว่า เนื่องด้วยนายทักษิณ ชินวัตร มีอายุกว่า 76 ปี และมีปัญหาด้านสุขภาพ ส่วนใหญ่จึงเข้าเงื่อนไขในกลุ่มผู้ต้องขังสูงวัยที่ไม่ต้องติดกำไล EM ส่วนการปล่อยตัวคุมประพฤติจะเกิดขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 11 พ.ค.69 และจะต้องรับการคุมประพฤติต่อเนื่องอีกเป็นเวลา 4 เดือน จนกว่าจะพ้นโทษและได้รับอิสรภาพอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 9 ก.ย.69


