"มิน- พีชญา" ช็อคหลังอัยการส่งฟ้องคดีดิไอคอนใหม่ ระบุพร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน
กรณีวันนี้ 27 เมษายน 2569 พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 นัดส่งตัวฟ้อง น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือ บอสมิน และ นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือ บอสแซม 2 นักแสดงชื่อดัง ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน บริษัท ดิไอคอน กรุ๊ปฯ ต่อศาลอาญา ที่ทั้งสองขอเลื่อนเข้าพบอัยการจากวันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น
วันที่ 27 เมษายน 2569 นางสาวพีชญา วัฒนามนตรี หรือ มิน ได้ชี้แจงผ่านติ๊กต็อกส่วนตัวว่า ช่วงปีที่ผ่านมาหลังจาก มิน ถูกสั่งไม่ฟ้อง เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 อาจสงสัยมินหายไปไหนมา หายหน้าไปนานจากโซเชียล มินใช้ชีวิตปกติแค่ไม่ได้ลงโซเชียล ช่วงที่ผ่านมา มิน ไปพักฟื้นรักษาตัวจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในชีวิตมิน
วันนี้มินอยากมาเล่าสิ่งที่มินต้องเผชิญต้องเจอปีที่ผ่านมา ปีที่ผ่านมามินได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของมิน หลุดพ้นคำกล่าวหาที่ว่ามาแล้ว แต่วันนี้ก็ช็อกเหมือนกันที่อยู่ดีๆ ก็อยากให้มิน ได้พิสูจน์ตัวเองในศาลอีกครั้ง มินพร้อมและไม่เคยที่จะไม่ให้ความร่วมมือ พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานมาตลอด ตั้งแต่วันแรกที่เกิดเรื่อง ถึงแม้บริษัทจะไม่ได้ออกมาพูดอะไรเลยและเงียบ
“มินเองทำในส่วนที่มินสามารถทำได้ ทั้งแถลงข่าว มินไปศาลอาญาด้วยตัวเอง บ้านมินอยู่ตรงนี้ มีเบอร์นี้เรียกมินมาถามได้ หรือไปที่ CIB สอบสวนกลาง ก่อนจะมีการเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น มินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่แต่ละส่วนว่ามินยินดีให้ความร่วมมือทุกหน่วยงานมาตลอด”
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่มินยืนหยัดพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจมินมาตลอด มินก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง อยากใช้สิทธิ์ร้องขอความเป็นธรรม ช่วงที่ผ่านมา มิน ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมพร้อมพยานเข้าไปหลายฉบับเข้าไปต่อท่านอัยการ ฉบับล่าสุด 7 เม.ย. มินก็ยื่นไปแล้ว”
“ใจความสำคัญมินอยากให้มีการรอคดีหลักคือคดีดิไอคอน มีการตัดสินก่อนว่าเรื่องราวเป็นยังไ งมินจะได้รู้ ไปพร้อมๆ กับทุกคน ส่วนหากรอไม่ได้จริงๆ แล้วจำเป็นจะต้องฟ้อง มินก็ขอให้ฟ้องในจำนวนครั้งจำนวนปีที่มินได้เข้ามาร่วมงานกับบริษัทดิไอคอน”
ตอนนี้มินกำลังจะถูกฟ้องในช่วงที่มินไม่ได้เกี่ยวข้อง มินถูกเหมารวมมาตั้งแต่แรก ในช่วงแรกที่มีความวุ่นวายเกิดขึ้น แล้วพอทุกอย่างสงบตกตะกอนออกมา เหลือแต่ความเป็นจริง ถึงมีการสั่งไม่ฟ้อง และได้มีข้อเท็จจริงว่าเป็นยังไง ตอนนี้ผ่านมาปีกว่ายื่นข้อเท็จจริงไปทุกอย่างแล้ว หากจำเป็นจะต้องฟ้องจริงๆ ก็ให้ฟ้องบนหลักฐานที่ถูกต้อง จำนวนปี จำนวนครั้งให้ถูกต้อง
“อธิบายภาษาง่ายๆ เหมือนมินทำงานบริษัทหนึ่ง แล้วบริษัทเกิดเรื่อง แต่มินเพิ่งเข้ามาทำงานกับเขาได้แค่ปีครึ่ง แต่บริษัทเปิดมาแล้ว 6-7 ปี บริษัทถูกฟ้อง แต่มินถูกเหมารวมไปด้วย 6-7 ปี อย่างน้อยถ้าจะฟ้องมิน ก็ฟ้องในจำนวนครั้งจำนวนปีที่ถูกต้อง ตามความเป็นจริงบนหลักฐานที่ท่านมีในมือ แค่นั้นที่อยากจะขอร้อง”
วันที่ 27 เม.ย.นี้มินพร้อมให้ความร่วมมือ พร้อมจะไปพบท่านอัยการ ให้ข้อมูลรับทราบทุกอย่างที่ท่านอยากจะชี้แจงกับมิน ส่วนเมื่อเข้าสู่กระบวนการศาล มินก็ขอให้มินได้ใช้สิทธิ์พื้นฐานในการประกันตัว ออกมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของมินข้างนอก หาหลักฐานข้างนอกในการต่อสู้ทั้งหมด มินไม่หนีแน่นอน ที่บ้านมินก็มีหลักแหล่ง มีความสูญเสียมากมายแน่นอนถ้ามินหนีไป
สำหรับประชาชนที่รอฟัง ขอบคุณที่อดทนรอมินมาถึงปีกว่า วันนี้มินก็ได้ออกมาพูดให้ฟังในมุมของมินแล้ว ไม่ต้องพูดถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิตมินและครอบครัวมหาศาล แต่วันนี้มินก็พร้อมที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้และพยายามที่จะเข้มแข็งอีกครั้งหนึ่ง ฝากทุกคนลุ้น อธิษฐานเผื่อ เป็นกำลังใจให้มิน ในการต่อสู้อีกครั้ง และประกันตัวออกมาต่อสู้ข้างนอกให้ได้ด้วย
ขอบคุณที่ยังรอคอยมินในการพิสูจน์ตัวเอง ไม่ว่านานแค่ไหน ยากแค่ไหน มินก็พร้อมที่จะเดินในเส้นทางนี้ ฝากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความเป็นธรรม และเมตตามินด้วย ท่ามกลางคอมเมนต์เข้ามาให้กำลังใจนางเอกสาว โดยแฟนๆ ต่างก็แสดงความคิดถึงให้มินผ่านพ้นไปด้วยดี
ทนายวิทูรย์ เผยได้คุยกับทั้ง มิน พีชญา-แซม ยุรนันท์ ยันทั้งคู่เครียดแน่นอน ไม่ทราบว่าจะมีหลักฐานใดมาสู้บ้าง พร้อมทำเต็มที่เพื่อให้คดีนี้รับความเป็นธรรม
เวลา 11.30 น.วันเดียวกันที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ภายหลังจากพนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 นำตัว นายยุรนันท์ ภมรมนตรี และ น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี 2 นักแสดงชื่อดัง ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนมาส่งฟ้องในคดีฉ้อโกงต่อศาลอาญา
นายวิทูรย์ เก่งงาน ทนายความของกลุ่มผู้ต้องหาดิไอคอนกรุ๊ป ได้ให้สัมภาษณ์ว่า จากการที่ได้คุยกับทั้งสองคน ตนค่อนข้างตกใจว่าทั้งคู่โดนฟ้องข้อหาเดียวกันกับผู้ต้องหาดิไอคอนรายอื่นทุกประการ ข้อเท็จจริงจากทีมทนายความทั้งคู่ทราบตั้งแต่วันพฤหัสแล้ว ตนไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีการฟ้องอีก แต่จะพ้นข้อหานี้หรือไม่อยู่ที่ศาลวินิจฉัย ตนขอไม่ก้าวล่วง ข้อเท็จจริงปรากฎแบบนี้ควรจะเรียกมาสอบปากคำกันใหม่ หรือเรียกอัยการที่ทำสำนวนคดีนี้มาสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีประมวลกฎหมายอาญาเปิดช่องไว้ว่าในกรณีที่อัยการฟ้องมาแบบนี้จะไม่มีการไต่สวนมูลฟ้อง แต่หากมีเหตุอันสมควรศาลก็สามารถไต่สวนมูลฟ้องได้ ตนไม่อยากไปกดดันศาลเพียงแต่ลองพิจารณากันดูว่าคดีนี้ควรจะไต่สวนมูลฟ้องไหม เพราะอย่างแรก น.ส.พีชญาเป็นพรีเซ็นเตอร์เมื่อปี 2566 ส่วนนายยุรนันท์เป็นพรีเซ็นเตอร์ตอนช่วงตุลาคม ปี 2566 ประเด็นนี้ตนมองว่าควรไต่สวนมูลฟ้องว่ามีความเป็นมาอย่างไร
นายวิทูรย์ กล่าวอีกว่า ส่วนแนวทางการต่อสู้อยู่ในกระบวนพิจารณาอยู่แล้วทางเรามีข้อมูลของตัวแทนที่แจ้งความทั้งหมดและทางทีมทนายความก็ได้ส่งข้อมูลต่อศาลไป ก่อนหน้านี้การสืบพยานเมื่อวันศุกร์ตำรวจสอบสวนกลางมาเบิกความปรากฎว่าคดีนี้สืบสวนสอบสวนครั้งแรกคือวันที่ 10 ตุลาคม 2567 และออกหมายจับ 16 ตุลาคม มีเวลาแค่ 5-6 วัน แต่หมายจับที่ออกมาถือว่าชอบแล้ว เพียงแต่หลักฐานการขอออกหมายจับครบถ้วนหรือไม่ ส่วนข้อหาพ.ร.ก.ฉ้อโกงเงินที่เป็นการกู้ยืมประชาชน ทางเราพยายามอธิบายจนเมื่อวันพฤหัส สำนักงานเศรฐกิจการคลังได้เข้ามาเบิกความ กลายเป็นว่าเขาเข้าใจว่าโปรโมชั่น Dealer get dealer จ่ายผลตอบแทนเป็นประจำทุกเดือน แต่พอสืบพยานไปสักระยะทางดีเอสไอยอมรับว่าพบว่ามีการจ่ายแค่ครั้งเดียว และจ่ายให้กับคนที่แนะนำให้คนมาเปิดบิลซื้อสินค้า ไม่ได้จ่ายให้คนที่เปิดบิลด้วย คำให้การของคนที่แจ้งความแต่ละรายก็ไม่ได้ให้การประเด็นนี้มาก ทุกคนที่เบิกความก็ยืนยันว่าได้แค่รอบเดียว คนที่เปิดบิลไม่ได้ คนที่ได้คือผู้ที่แนะนำ ทีนี้ทางสำนักงานเศรฐกิจการคลังเข้าใจว่าได้ทุกเดือนเดือนละ 10,000 บาท ต่อ 250,000 บาทเป็น 4 เปอร์เซ็นต์ ต่อเดือนเอา 4 เปอร์เซ็นต์คูณ 12 เป็น 48 เปอร์เซ็นต์ ถ้ามี 5 สายก็เป็น 480 เปอร์เซ็นต์ เลยฟันธงว่าเป็นการแชร์ลูกโซ่ พอเบิกความก็เจอข้อมูลอีกแบบว่าได้แค่รอบเดียว ซึ่งในทางการค้าคือค่าคอมมิชชั่น และทางกฎหมายคือค่านายหน้า
เมื่อถามว่า 5 ข้อหาที่ทั้งคู่ถูกฟ้องมองว่าเข้าข่ายกี่ข้อหา นายวิทูรย์ กล่าวว่า ถ้าพูดในฐานะที่เป็นทนายความที่ทำคดีนี้ ตนมองว่าไม่เข้าข่าย แต่ทีนี้ถ้าฟ้องกันแล้วก็ต้องพิจารณาว่าประเด็นไหนใช่ ประเด็นไหนไม่ใช่ อย่างผู้เสียหายที่อ้างว่าเป็นผู้เสียหาย 7 พันกว่าคน ต้องสกัดออกมาว่าเข้ามาเป็นพรีเซ็นเตอร์เมื่อไหร่ ไม่ใช่ฟ้องยกเข่งแบบนี้ ส่วนเรื่องข้อหาแชร์ลูกโซ่ต้องนั่งคิดกันใหม่ว่าข้อเท็จจริงปรากฎในศาลอีกแบบนึงต้องพิจารณาดูว่าฟ้องแบบนี้โอเคหรีอเปล่า เพราะแต่ละข้อหาค่อนข้างหนัก และเป็นข้อหาที่ผู้ที่โดนไม่ค่อยได้รับการปล่อยชั่วคราวสักเท่าไหร่ แต่ตนก็หวังว่าวันนี้ทั้งนายยุรนันท์ และน.ส.พีชญาจะได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวออกมาต่อสู้คดี
เมื่อถามว่ารูปแบบการรับเงินที่ไม่ได้รับแบบคอมมิชชั่นแต่ถือเป็นรายได้ต่อเดือนเป็นอย่างไร นายวิทูรย์ กล่าวว่า ประเด็นนี้ตนถามในห้องพิจารณาคดีมี 5 แผนที่ตำรวจสอบสวนกลางส่งไปให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังมีเรื่อง Dealer get dealer 3 แผน ตนจึงถามไปว่าอะไรที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นการจ่ายต่อเดือนปรากฎว่าตนได้รับคำตอบมาว่าทางกรมตำรวจสอบสวนกลางบอกว่าเป็นการจ่ายต่อเดือน ตนไม่ทราบว่าทางนั้นเอาข้อมูลมาจากอะไร ซึ่งน่าเสียดายว่าทางกรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ได้สอบสวนประเด็นนี้ให้มากเพียงพอ เพราะในคดีฟ.6 มีการถามเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษรายหนึ่งก็ได้บอกว่าพอทราบว่าได้เงินเพียงแค่ครั้งเดียวก็ไม่ได้สอบปากคำเพิ่ม ตนเลยมองว่าไม่เป็นธรรม
เมื่อถามว่า น.ส.พีชญามีหลักฐานอะไรหรือไม่ที่จะสู้ว่าตนเองเป็นแค่พรีเซ็นเตอร์ นายวิทูรย์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบในส่วนนี้ว่าเจ้าตัวมีหลักฐานอะไรมาสู้บ้าง ตนก็ไม่สามารถบอกได้ว่าคดีนี้จะจบที่การยกฟ้องหรือไม่ แต่ในฐานะทนายความก็พยายามแสดงข้อมูลหรือถามค้านเต็มที่ เพื่่อให้คดีนี้ได้รับความเป็นธรรมที่มากพอ
เมื่อถามว่าจากที่คุยกับทั้งคู่มีความเครียดหรือไม่ นายวิทูรย์ กล่าวว่า ทั้งคู่เครียดแน่นอนเพราะกลัวว่าจะไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว เจ้าตัวก็ตกใจกับข้อมูลนี้ที่มีการฟ้องข้อหาแชร์ลูกโซ่มาอีก ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีการสอบอะไรเพิ่มเลย


