"ตู่-จตุพร" เผย สถานการณ์ปั่นป่วนบีบรอบไทย ชายแดนใต้ยังสนุกปลุกปั่นแบ่งแยกดินแดน บี้ รบ.หนู รีบตัดไฟยิวแต่ต้นลม ต้านแลนด์บริดจ์ โครงการหากิน ยกที่ดินให้ทุนต่างชาติ ติงอยากขึ้น VAT ก็ลองดู แค่อดีตขึ้นค่ารถเมล์ 25 สต.รมต.ยังเด้งพ้นตำแหน่ง
เมื่อ 21 เม.ย. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า เหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คนไทยยังปลุกปั่น กล่าวหาการแบ่งแยกดินแดนกันอย่างสนุกสนาน โดยไม่คิดถึงสถานการณ์ต่างๆ ให้ลึก เพื่อปกป้องชาติบ้านเมืองเอาไว้
ดังนั้น การปลุกปั่นอย่างมันมือย่อมทำให้ละเลงความไม่สงบเกิดขึ้นกับพื้นที่นี้กันอีกรอบหนึ่ง นอกจากนี้ ต้องไม่ลืมว่า เครื่องบินรบ F-35 ของสิงคโปร์จอดอยู่ในไทย และสหรัฐพร้อมใช้ได้ทุกเมื่อ สิ่งนี้จึงเป็นอีกสถานการณ์ที่จะบีบรัดเชื่อมโยงให้ความมั่นคงของไทยมีความเปราะบางมาก
นอกจากนี้ ความเปราะบางยังอยู่รายรอบไทยและถูกปิดล้อมด้วยความขัดแย้งของประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีชุมชนต่างชาติอพยพหนีสงครามมาอยู่ในพื้นที่ไทย จนถนนถูกเรียกเป็นเส้นทางของแต่ละชนชาติไป ขณะที่ชุมชนยิวถ้ามาอยู่กันมากแล้ว ไม่รู้ไทยจะเอาสถานการณ์กันอยู่ได้จริงหรือไม่ เมื่อไทยไม่ได้คิดวิธีจัดการตัดไฟแต่ต้นลม
ส่วนการเจรจาระหว่างสหรัฐ-อิหร่านนั้น คงมีโอกาสเกิดขึ้นยากมาก เพราะสงครามยังไม่จบ หากเจรจาโดยสหรัฐต้องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ อิหร่านคงไม่ยอมแน่ เนื่องจากไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจสหรัฐและกลัวถูกหักหลังจนถูกโจมตีทิ้งบอมบ์ฆ่าผู้นำอิหร่านมาแล้ว
"ขณะนี้ แทบทุกเรื่องไทยไม่อยู่ในสถานการณ์จะรับมืออย่างเป็นเรื่องเป็นราว ถ้า 3 จังหวัดชายแดนใต้มีปัญหา แล้วฝั่งพม่าก็มีปัญหา จึงหวังว่า รัฐบาลควรจัดการทุกเรื่องอย่างเท่าทัน และควรดับไฟ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็ว เพราะจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ถูกปั่นจนจะเป็นเรื่องแล้ว เมื่อพื้นที่นี้เป็นขุมทองของคนได้ประโยชน์ จึงไม่อยากให้เลิก และยังต้องช่วยกันทำมาหากินกับงบประมาณ”
พร้อมกับกล่าวถึงราคาน้ำมันว่า รัฐบาลพยายามทำให้ราคาขึ้น-ลงด้วยลีลาวูบวาบ โดยไม่ไปรื้อโครงสร้างพลังงานกันใหม่ ย่อมทำให้เกิดความเสียหายอยู่ดี แล้วมาถูกซ้ำเติมปัญหาโครงการแลนด์บริดจ์ เกิดทุนบุกรุกที่ดินป่าสงวน ออกเอกสารสิทธิ์ผิดกฎหมาย ซึ่งจะได้ทั้งการตัดไม้ ได้ที่ดิน ดังนั้น จึงเป็นโครงการที่มากับหายนะของประเทศ และจะเกิดประเทศใหม่ทั้งพื้นที่สองฝั่งตั้งแต่ชุมพรเรื่อยไปถึงระนอง พร้อมกับได้ทางออกทะเลด้วย
นอกจากนี้ยังจะมีโครงการขุดคลองเชื่อมทางออกทะเลด้วย แต่สภาพประเทศไทยมีปัญหากันมากในขณะนี้จึงไม่ควรทำ แม้การขุดคลองไม่เสียพื้นที่ก็ตาม แต่โครงการแลนด์บริดจ์เป็นการเสียพื้นที่ให้ต่างชาติเช่า 99 ปี จึงควรมีสติและต้องกังวลกับความมั่นคงของประเทศด้วย
นายจตุพร กล่าวว่า ไทยควรหยุดโครงการที่จะขายสมบัติชาติ ขายรายได้ให้เอกชนและทุนต่างชาติเสียที ที่ผ่านมาถ้าไม่แปรรูป ปตท. ไทยคงไม่ต้องเจอกับปัญหาราคาน้ำมันแพง รวมถึงองค์การโทรศัพท์ด้วยที่เละเทะไม่มีชิ้นดีกันในขณะนี้
"ผมว่า ไม่เกิน 2-3 เดือนจะเห็นสถานการณ์ที่บีบไทยมารอบทิศทาง จึงหวังให้รัฐบาลตั้งสติกันแต่ละเรื่องราว และสร้างความรู้สึกให้คนในชาติร่วมมือกันในการต่อต้านปัญหาต่างๆ ไม่ว่ากรณีอิสราเอล รวมทั้งต้องไม่ยอมให้สหรัฐใช้ผืนดินไทยเป็นจุดพัก ขนาดมีฐานทัพยังทิ้งไทยไปก็เกิดขึ้นมาแล้ว”
อีกทั้งกล่าวว่า สหรัฐยังใช้วิธีการเดิมๆ ในการปลุกปั่นให้นักศึกษาแต่ละประเทศประท้วง แล้วยัดข้อกล่าวหาผู้นำประเทศนั้น จากนั้นส่งกำลังเข้ายึดประเทศ ไม่ว่าจะเป็นลิเบีย เมื่อสหรัฐสูบน้ำมันเสร็จ ลิเบียก็แตกแยก ส่วนอีรัคก็ยัดข้อกล่าวหาก่อน แล้วสหรัฐอ้างไปสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้น แต่กับอิหร่านก็ทำแบบเดียวกัน ด้วยตำราเดียวกัน ซึ่งไม่สำเร็จ เพราะอิหร่านจัดการภายในกันได้
นายจตุพร กล่าวถึงการจะขึ้นแวตเป็น 10% ว่า ภายใต้ประชาชนมีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น รัฐบาลจะเสี่ยงกับการขึ้นแวตแล้ว ก็หาความสำราญกันเลย ซึ่งไม่ง่ายเลยในช่วงที่คนลำบากเช่นนี้ แค่บอกจะขึ้นแวต แต่ราคาสินค้าก็ขึ้นล่วงหน้าไปแล้ว ยิ่งทำให้ประชาชนรับภาระเพิ่มไปอีก
"แทนที่รัฐบาลจะไปลดรายได้ของนายทุน กลับจะมาเอากับชาวบ้าน ดังนั้น เชื่อว่า ภายใต้สถานการณ์นี้ รัฐบาลยังไม่กล้าขึ้นหรอก แต่เอาเถอะจะขึ้นก็ลองขึ้นสิ สมัยก่อนขึ้นค่ารถเมล์ 25 สตางค์ รัฐมนตรียังอยู่ไม่ได้เลย"
ขณะที่นายนิติธร ล้ำเหลือ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ระบุว่า การลอบสังหาร สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ โดยอดีตทหารผ่านการฝึกอย่างดีและใช้รถของ กอ.รมน.เป็นพาหนะ ล้วนมีความคลืบแคลงมากมาย และยังลากโยงกับสงครามสหรัฐ-ยิวกับอีหร่าน ดังนั้นจึงทำให้ความมั่นคงชายแดนภาคใต้เปราะบางมาก
อีกอย่างทหารที่ถูกกล่าวหาพัวพันเป็นมือสังหารนั้น เคยเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของสหประชาชาติในหน่วย SSS ซึ่งสามารถปฏิบัติการบางเรื่องในนามสหประชาชาติได้ ไม่เพียงเท่านั้น การปฏิบัติการครั้งนี้เหมือนกับรู้ว่า จะถูกบันทึกด้วยกล้องวงจรปิด
ไม่เพียงเท่านั้น ในสถานการณ์ชายแดนใต้นั้น หากเชื่อมโยงกับเครื่องบินหลายสิบเที่ยวบินของสหรัฐมาลงที่กระบี่แบบปิดลับโดยที่คนไทยไม่รู้เรื่อง เมื่อปฏิบัติภารกิจเสร็จแล้ว กองทัพอากาศไทยจึงแถลงว่า เป็นเรื่องปกติและได้ขออนุญาตแล้ว
อีกอย่างในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 พูดพาดพิงถึงโรงเรียนปอเนาะและดาริกา จนเกิดการรวมตัวของ 3 องค์กรอย่างรวดเร็วและตอบโต้กลับทันที โดยเรียกร้องให้ย้ายแม่ทัพภาค 4 ออกจากพื้นที่
สิ่งสำคัญในลำดับต่อมาแม่ทัพภาค 4 ไปประชุมในพื้นที่เกาะสมุยและพะงัน ซึ่งชาวยิวมาตั้งชุมชน มีภาพผู้นำศาสนายิวนั่งหัวโต๊ะร่วมประชุมด้วย แล้วอธิบายว่า มาพูดถึงการดูแลคนยิวให้อยู่ด้วยความสงบเรียบร้อย
“เรื่องนี้แปลก คุณสามารถใช้อำนาจทางกฎหมายจัดการได้เต็มๆ อยู่แล้ว แต่คุณคุยกับผู้นำ (ยิว) แสดงว่าชุมชนยิวอยู่ในไทยขณะนี้ไม่ใช่นักท่องเที่ยวแล้ว เพราะมีการจัดตั้งชุมชนคิบบุตส์ในไทย ทำการสื่อสารภายใน เศรษฐกิจภายใน กันคนนอกห้ามเข้าเต็มระบบ แล้วยังจัดตั้งหน่วยงานและสถานที่ทางศาสนา ซึ่งแสดงว่า ไม่ใช่นักท่องเที่ยว และการปฏิบัติแบบนี้แสดงให้เห็นว่ามีลักษณะพิเศษ มีท่าทียอมรับชุมชนและสนับสนุนไปเรียบร้อยแล้ว”
ถ้าลงพื้นที่เกาะพะงัน เกาะสมุย ถ้าคุยกับชาวบ้านจะรู้ว่าพื้นที่กว่า 60% เป็นของยิวเรียบร้อยแล้ว เปิดบริษัทผ่านนอมินี ให้คนไทยถือหุ้น 51% แต่อำนาจการตัดสินใจเป็นของคนยิว แล้วยังห้ามคนไทยเข้าพื้นที่ สิ่งสำคัญโบสถ์ยิวที่ตั้งใน อ.ปาย เกาะพะงัน เกาะสมุย ให้แต่คนยิวเข้าเท่านั้น โดยคนไทย และเจ้าหน้าที่ไทยก็เข้าไม่ได้
“ดังนั้น คนไทยต้องให้ความสำคัญ และรัฐไทยต้องออกมาพูดเรื่องนี้ เพราะเรื่องนี้เมื่อเชื่อมโยงกันแล้วย่อมเข้ากับสถานการณ์สงคราม รวมถึงมีการย้ายกำลังเข้ามาแล้ว ซึ่งแม่ทัพภาค 4 จะพูดอะไรก็ตาม แต่ระวังจะตกเป็นเครื่องมือ และตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์”
นายนิติธร กล่าวว่า ด้วยประสบการณ์ทำคดีในภาคใต้มาหลายคดีนับแต่เกิดปัญหาความไม่สงบ จึงเชื่อว่า พี่น้องมุสลิมกว่า 99% ไม่มีความต้องการแบ่งแยกดินแดน ดังนั้น ถ้าไทยเรียนรู้การปฏิบัติการของ CIA ของมอสสาดให้เกิดการเกลียดชังแล้วนำไปสู่อีกสถานการณ์หนึ่งนั้น จะเข้าใจสถานการณ์การปั่นความเกลียดชังระหว่างคนไทยกับมุสลิมในขณะนี้และเริ่มรุนแรงขึ้น
สิ่งสำคัญจะเกิดอะไรขึ้นกับไทย เมื่อเป้าหมายสหรัฐต้องการปิดช่องแคบมะละกากดดันจีน จึงลากไทยกลายเป็นพื้นที่สงครามไปด้วย และการปั่นสถานการณ์ให้ไปเร็วและแรงขึ้นต้องพุ่งเป้าไปสู่ความขัดแย้งทางศาสนา วัด มัสยิด และผู้นำทางศานา ซึ่งลักษณะแบบนี้ไม่รู้ใครทำ แต่ได้เปิดพื้นที่ให้มือที่สามเรียบร้อยแล้ว
พร้อมกับกล่าวถึงการลากโยงไปสู่สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางว่า ขณะนี้เริ่มขยับไปสู่การควบคุมช่องแคบภูมิรัฐศาสตรืโลก โดยอิหร่านคุมได้สำเร็จคือช่องแคบฮออรืมุซกับบาบเอล มันเดบ ดังนั้น สหรัฐจึงขยายอำนาจไปคุมช่องแคบมะละกาเพื่อปิดกั้นทางทะเลกับจีนได้
ขณะเดียวกัน สหรัฐขอใช้น่านฟ้าอินโดนีเซียด้วย แต่ถูกประชาชนอินโดนีเซียประท้วงขัดขวาง ดังนั้น โอกาสที่จะหันมาใช้ความร่วมมือกับไทยเพื่อขอใช้น่านฟ้า เพราะมีพันธะสัญญาอินโดแปซิฟิกต่อกันแล้ว สิ่งนี้จะลากพ่วงไทยขยับเข้าใกล้สงครามไปด้วย
นายนิติธร กล่าวถึงโครงการแลนด์บริดจ์ EEC. หรือ SEC รัฐบาลดำเนินการโดยออกกฎหมายพิเศษควบคุมพื้นที่กว่า 3 แสนไร่ในสองฝั่งทะเล ดังนั้นเรื่องเหล่านี้คนไทยต้องใช้สติค้นหาความจริงกันให้มาก ไตร่ตรองเหตุการณ์ต่างๆให้ดี เพราะทุกเรื่องมีการเชื่อมโยงกันทั้งสิ้น
นอกจากนี้ การแก้ปัญหาพลังงานขณะนี้ รัฐบาลได้แต่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า ส่วนประชาชนต้องการเห็นลงลึกถึงปัญหาโครงสร้าง แต่รัฐบาลไม่ทำเพราะอยู่ภายใต้การสั่งการของสหรัฐจึงไม่เป็นผลดี
อย่างไรก็ตาม กิจการพลังงานในไทยขณะนี้เป็นกิจการเหนือรัฐ เหนืออำนาจรัฐบาลแล้ว ทั้งที่รัฐบาลสามารถใช้มาตรการผู้ถือหุ้น ปตท.ถึง 51% สั่งการได้ แต่กลับไม่ทำ จึงทำให้เข้าใจว่า กลุ่มทุนรัฐบาลมีผลประโยชน์ทับซ้อนกันในการสนับสนุนทุนเลือกตั้งกับทุกพรรคการเมือง สิ่งกังขาคือ ในยามวิกฤตเช่นนี้ คนไทยลับยอมให้ทุนและรัฐบาลเอาเปรียบได้
การขึ้นแวตเป็น 10% และกู้เงิน 5 แสนล้านบาทนั้น เป็นการปล่อยข่าวเพื่อฟังเสียงประชาชนก่อน ทั้งที่เป็นสถานการณ์จริงที่จะเกิดในวันข้างหน้าตามการเมืองของไทยต้องการเสียงเชียร์จึงจำเป็นต้องกู้
ขณะนี้ หนี้สาธารณะไทย มีจีดีพีอยู่ที่ 66 % คงกู้ได้อีก 4 % ประมาณ 8 แสนล้านจึงเต็มเพดานกู้เงินของประเทศ ถ้ารัฐบาลทำต้องแบกภาระดอกเบี้้ยอีก ดังนั้น การกู้เงินจึงต้องขยายเพดานก่อหนี้ออกไปพร้อมกันเป็นกว่า 70% หรืออาจถึง 75% สิ่งสำคัญขณะนี้ประเทศเราไม่มีรายได้ จำเป็นต้องหารายได้จากกระเป๋าประชาชน ซึ่งง่ายและสิ้นคิดที่สุด
"เมื่อล้วงเงินจากการะเป๋าประชาชนก็ต้องโยนภาระให้ประชาชนแบกหนี้ด้วย ดังนั้น การกู้เงินพร้อมขยายเพดานก่อหนี้และการขึ้นแวต 10% จึงถูกโยนออกมาพร้อมกัน เพื่อทำให้ประเทศมีรายได้แล้วอ้างเป็นการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจของกลุ่มทุน"


