ชาวนาสุพรรณฯ ร้อยกว่าคนรวมตัวร้อง "บิ๊กเต่า" ช่วย! หลังถูกโรงสีเบี้ยวค่าข้าวเปลือก 42 ล้านบาท เผยคนโกงใช้ชีวิตหรูหรา ส่วนผู้เสียหายแทบสิ้นเนื้อประดาตัว
วันนี้ (21 เม.ย.) ที่ ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 14.30 น. “อาจารย์หนึ่ง” ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย นำชาวนาจากจังหวัดสุพรรณบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงรวม 155 ราย เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้ช่วยเร่งรัดติดตามคดีกรณีถูกโรงสีแห่งหนึ่งใน จ. สุพรรณบุรี ไม่จ่ายเงินค่าข้าวเปลือก เสียหายรวมกว่า 42 ล้านบาท
นางกรรณิการ์ อายุ 52 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า โรงสีคู่กรณีในจังหวัดสุพรรณบุรีได้ใช้วิธีเสนอราคารับซื้อข้าวเปลือกที่สูงกว่าท้องตลาดถึง 7,000-8,000 บาทต่อเกวียน เป็นเหตุให้เกษตรกรในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี และ จังหวัดใกล้เคียง หลงเชื่อนำข้าวเปลือกไปขายให้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน กลับยังไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อภาระหนี้สิน ทั้งต้นทุนค่าปุ๋ย ค่ายา ตลอดจนค่าครองชีพและค่าเล่าเรียนบุตรที่กลายเป็นภาระหนักอึ้งในขณะนี้
"พวกเราเดือดร้อนกันแสนสาหัส แต่กลับเห็นเจ้าของโรงสีใช้ชีวิตหรูหรา เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างสุขสบาย ช่างสวนทางกับภาพชาวนาที่กำลังจะสิ้นเนื้อประดาตัว" นางกรรณิการ์ กล่าว
ด้าน อาจารย์หนึ่ง กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าทางคดี ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี ซึ่งต่อมาคดีได้ถูกส่งต่อไปยังพนักงานอัยการแล้ว แต่กลับไม่มีความคืบหน้าหรือการดำเนินการเยียวยาใด ๆ ที่เป็นรูปธรรม ทำให้กลุ่มชาวนาตัดสินใจรวมตัวกันมาพบ "บิ๊กเต่า" เพื่อขอให้ช่วยใช้อำนาจหน้าที่เร่งรัดคดีและติดตามทรัพย์สินกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด
ต่อมา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้รับเรื่องดังกล่าวพร้อมรายงาน พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ให้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว พร้อมกันนี้ได้กำชับให้ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคม. ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด หากพบการกระทำที่เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนหรือความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรโดยด่วนที่สุด


