xs
xsm
sm
md
lg

2 บริษัทเรือขนส่งน้ำมัน พบ “ดีเอสไอ” ให้ข้อมูลเดินเรือ ถูกโยงพิรุธ “กักตุน-ประวิงเวลา”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - ดีเอสไอ เรียกผู้แทน 2 บริษัทเจ้าของเรือขนส่งจาก 8 บริษัท ทยอยเข้าให้ปากคำในฐานะพยาน มีข้อมูลต้องสงสัย 20 เที่ยวเรือผิดปกติ ช่วงวิกฤตน้ำมันขาดแคลน

วันนี้ (21 เม.ย.) ณ กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชั้น 10 ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ออกหนังสือเรียกผู้แทนบริษัทเจ้าของเรือขนส่งน้ำมัน 2 แห่ง ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมันทางเรือที่มีพฤติการณ์ประวิงเวลาและชะลอเวลาการขนส่งน้ำมัน จนเป็นเหตุให้มีน้ำมันหายกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

จากกรณีคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) มีมติเอกฉันท์รับกรณีความผิดทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิงตามนิยามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดจากการกระทำของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือมาตรา 10 หรือผู้ค้าน้ำมันไม่ว่าจะจดทะเบียนตามกฎหมายหรือไม่ โดยทำเป็นขบวนการหรือมีความซับซ้อนหรือที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชนหรือกระบวนการภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 69 เป็นต้นไป จนกว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะสงบเป็นคดีพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องการลักลอบกักตุนน้ำมัน การประวิงเวลา การขนส่งน้ำมัน การกักตุนน้ำมัน การปฏิเสธจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกดีเอสไอ (แฟ้มภาพ)
ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า วันนี้พนักงานสอบสวนนัดหมายบริษัทเรือ 2 บริษัท เข้าให้ปากคำในฐานะพยาน ซึ่งจะเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท เนื่องจากพนักงานสอบสวนอยากฟังข้อเท็จจริงว่าเรือเป็นของบริษัทจริงหรือไม่ และมีเหตุผลใดที่ต้องใช้เวลาวิ่งแล่นเรือช้าผิดปกติในช่วงเกิดเหตุการณ์ ซึ่งพฤติการณ์ส่วนใหญ่ของบริษัทเรือ พบว่าบริษัทบางแห่งใช้เรือวิ่งเพียง 1 ลำ แต่บางแห่งก็ใช้เรือวิ่ง 2-3 ลำ แต่ก็มีที่ใช้เรือวิ่งวนซ้ำ ซึ่งหากดูจากจำนวนเที่ยวเรือ 20 เที่ยว และมีเรือเพียง 12 ลำ ก็เป็นไปได้ว่าเรือบางลำวิ่งมากกว่าหนึ่งเที่ยว

“นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนจะได้สอบถามถึงรูปแบบการประกอบธุรกิจของบริษัท การรับค่าจ้างวิ่งแล่นเรือขนส่งน้ำมัน สัญญาจ้าง เป็นต้น ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมว่าบริษัทแต่ละแห่งเข้ารับน้ำมันจากโรงกลั่นใดและไปส่งคลังบริษัทน้ำมันใดใน จ.สุราษฎร์ธานี บ้างก็เป็นในส่วนที่กรรมการของบริษัทจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพนักงานสอบสวนด้วย”

พ.ต.ต.วรณัน เผยอีกว่า สำหรับบริษัทเจ้าของเรือ ที่พบทั้งหมด 8 บริษัท ตนได้ดำเนินการสอบปากคำไปแล้ว 1 บริษัทใน จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวานนี้ (20 เม.ย.) และพนักงานสอบสวนได้นัดหมายอีก 2 บริษัท ในวันนี้ (21 เม.ย.) ยังเหลืออีก 5 บริษัท หากมีความคืบหน้าหรือเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็จะได้แจ้งมายังพนักงานสอบสวนให้รับทราบ

พ.ต.ต.วรณัน เผยด้วยว่า วันนี้ตนยังคงดำเนินงานอยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อหารือในเรื่องสำนวนคดีบริษัทคลังน้ำมัน (บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด) ส่วนกรณีเคส จ.อ่างทอง (บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด) ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ ก่อนเสนอ อธิบดีดีเอสไอ พิจารณารับไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษอีกคดีหนึ่ง


ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามตัวแทนหนึ่งในบริษัทเจ้าของเรือ ให้ข้อมูลว่า “ตนเองเป็นเพียงพนักงานของบริษัท และวันนี้ยืนยันว่าผู้บริหารได้เดินทางมาตามนัดหมายแน่นอน พร้อมนำข้อมูลและเอกสารทุกอย่างเข้ามาชี้แจงอย่างครบถ้วน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ”

ส่วนความกังวลเรื่องมีชื่อบริษัทเข้าไปเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบกับความผิดปกติของน้ำมันที่หายกลางทะเลนั้น ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ เพราะต้องเป็นผู้บริหารเท่านั้น แต่อะไรที่เป็นประโยชน์ เราพร้อมชี้แจง และในส่วนเรื่องของน้ำมันที่หายไป ก็รู้เพียงว่ามาชี้แจงเรื่องนี้ แต่ไม่ทราบในรายละเอียดหรือข้อมูลต่างๆ ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค