xs
xsm
sm
md
lg

ผลพวงจากสงคราม ราคาน้ำมันแพงขึ้น ประเทศไทยจะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนอย่างไร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวคุณภาพชีวิต


นายเมธา มาสขาว ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย หรือ ครป.
ผลพวงจากสงคราม ราคาน้ำมันแพงขึ้น ค่ารถโดยสาร ค่าเครื่องบิน ค่าครองชีพแพงขึ้นตาม ประเทศไทยจะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนอย่างไร?

วันนี้ (18 เม.ย.) นายเมธา มาสขาว ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย หรือ ครป. โพสต์เฟซบุ๊กว่า รัฐบาลไทยต้องถือว่า สงครามอิสราเอล/สหรัฐอเมริกา-อิหร่าน เป็นการโจมตีโลกทางเศรษฐกิจโดยตรง และต้องมียุทธศาสตร์ฉุกเฉินตั้งรับและต่อสู้เพื่อความมั่นคงของประเทศและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจไทย ไม่ใช่คิดว่าเป็นผลกระทบทางอ้อมแล้วจึงค่อยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

1.ประเทศไทยต้องวางจุดยืนในกลุ่มประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด อย่าหลงไปในยุทธศาสตร์ของมหาอำนาจที่แข่งกันอย่างรุนแรงระหว่างสหรัฐและจีน เช่นที่เคยตกหลุมพรางมหาอำนาจในประวัติศาสตร์ ดังนั้น ต้องยุติการอนุญาตให้สหรัฐใช้สนามบินนานาชาติกระบี่ หรือสนามบินใดเพื่อส่งกำลังบำรุง ลำเลียงอาวุธยุทธภัณฑ์ หรือประโยชน์ทางการทหารโดยเด็ดขาด เรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ในภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ไทยจำเป็นต้องรักษาความมั่นคงของตนเองให้ได้

2.กำหนดนโยบายพลังงานใหม่ ให้รัฐเป็นเจ้าของทรัพยากรของส่วนรวมทั้งหมด โดยเฉพาะน้ำมันที่ขุดได้ในประเทศไทย และการผลิตไฟฟ้า ไม่ปล่อยให้เศรษฐกิจถูกถูกผูกขาดโดยกลุ่มทุนระหว่างประเทศ รัฐบาลต้องเข้ามาบริหารจัดการใหม่เพื่อให้ประชาชนที่เป็นเจ้าของได้ใช้ประโยชน์ที่คุ่มค่าและราคาถูก ทั้งควรมีรายได้จากทรัพยากรของส่วนรวม ไม่ใช่เอกชนเพียงไม่กี่รายที่ได้สัมปทานหรือสัญญาที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะ กฟผ.ให้กลับมาผลิตไฟฟ้าเต็มกำลังการผลิต เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย ไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อจากเอกชน

3.นอกจากการเพิ่มช่องทางซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย น้ำมันสำเร็จรูปจากจีนแล้ว ประเทศไทยควรจะวางรากฐานความมั่นคงทางพลังงานที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยเฉพาะการสนับสนุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่ประเทศไทยมีมากมาย และรถยนต์ไฟฟ้าที่จะมาแทนเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจเป็นไทมากขึ้นจากระบอบทุนนิยมโลกและสงครามทางเศรษฐกิจ โดยควรเริ่มต้นจากการเปลี่ยนระบบขนส่งมวลชนและรถโดยสารทั่วประเทศ เป็นรถเครื่องยนต์ไฟฟ้าก่อน ซึ่งสามารถบริการมวลชนได้ฟรีในหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เพราะรัฐผลิตไฟฟ้าได้เอง และสนับสนุนเศรษฐกิจพื้นฐาน ซึ่งเวียดนามเริ่มทำแซงไทยแล้ว

4.ประเทศไทยมีจุดเด่นด้านอาหาร พยาบาลและการท่องเที่ยว ควรกำหนดยุทศาสตร์สนับสนุนเกษตรกรรมอินทรีย์ของเกษตรกร ชาวนาไทยควรจะร่ำรวยเหมือนในญี่ปุน ไม่ใช่พ่อค้าคนกลาง สนับสนุนการแปรรูปสินค้าเกษตรกรรมต่างๆ ขนานใหญ่ เพื่อเป็นฮับอาหารและบริการสุขภาพที่สามารถเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของโลกได้ และบำรุงเลี้ยงคนในภูมิภาคให้อิ่มหนำได้แม้ยามสงคราม ถ้าหากมีในอนาคต ประเทศไทยจะได้รับการยอมรับในฐานะประเทศผู้ผลิตอาหารเลี้ยงประชาคมโลกและเมืองแห่งยิ้มสยาม มิตรภาพและวัฒนธรรม ที่ส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและการพำนักในระยะสั้นได้อย่างมีศักยภาพ ถ้าบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพโดยให้พื้นที่เป็นฐานในการจัดการทรัพยากรของตนเอง

นายเมธา มาสขาว ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย หรือ ครป.