xs
xsm
sm
md
lg

ปิดยอด “คุมประพฤติ” เทศกาลสงกรานต์ “เมาขับ” สะสม 5,806 คดี - เชียงใหม่ อันดับ 1

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - อธิบดีกรมคุมประพฤติ เผย ยอด 7 วันคุมเข้มสงกรานต์ 2569 เมาแล้วขับทะลุ 5,806 คดี เปรียบเทียบปี 2568 ลดลง 4.82% - จ.เชียงใหม่ มากสุด 757 คดี

วันนี้ (17 เม.ย.) ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เปิดเผยผลการดำเนินงานช่วงควบคุมเข้มข้นในเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2569 ว่า วันที่ 16 เม.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของมาตรการดังกล่าว ยังคงมีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะในวันที่ 16 เม.ย. มีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติรวมทั้งสิ้น 948 คดี แบ่งเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา 861 คดี คิดเป็นร้อยละ 90.82 , คดีขับรถขณะเสพยาเสพติด 85 คดี คิดเป็นร้อยละ 8.96 , คดีขับรถประมาท 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.11 และ คดีขับซิ่ง 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.11

ร.ต.อ.ปิยะ เผยว่า สำหรับยอดคดีสะสมตลอด 7 วัน ระหว่างวันที่ 10–16 เม.ย. มีจำนวนทั้งสิ้น 6,180 คดี โดยเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 5,806 คดี คิดเป็นร้อยละ 93.95 , คดีขับรถขณะเสพยาเสพติด 366 คดี คิดเป็นร้อยละ 5.92 , คดีขับรถประมาท 5 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.08 และ คดีขับซิ่ง 3 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.05 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 ซึ่งมีคดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 6,100 คดี พบว่าในปี 2569 มีจำนวน 5,806 คดี ลดลงจากปีก่อน จำนวน 294 คดี คิดเป็นร้อยละ 4.82 ส่วนจังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่ 757 คดี , สมุทรปราการ 495 คดี และ กรุงเทพมหานคร 351 คดี


อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังสิ้นสุดช่วงควบคุมเข้มข้น พนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศจะเร่งดำเนินการตรวจสอบประวัติผู้กระทำผิดอย่างละเอียด พร้อมบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการคัดกรองผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงจากการดื่มสุรา เพื่อเข้าสู่กระบวนการแก้ไขฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ รวมถึงการส่งต่อเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสำหรับผู้กระทำผิดฐานขับรถขณะเมาสุราอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชีวิตและสังคม พร้อมปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนน


ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา (10–16 เม.ย.) สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศได้บูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การนำผู้ถูกคุมความประพฤติทำงานบริการสังคม ณ จุดบริการประชาชน 177 จุด มีผู้เข้าร่วม 2,574 ราย การจัดกิจกรรมรณรงค์และประชาสัมพันธ์การใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย 18 ครั้ง มีผู้เข้าร่วม 1,643 ราย การปรับปรุงภูมิทัศน์ในพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุ 14 ครั้ง มีผู้เข้าร่วม 855 ราย การบริจาคโลหิตรวม 6,500 ซีซี จากผู้บริจาค 147 ราย และการอบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายจราจรและโทษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 11 ครั้ง มีผู้เข้าร่วม 774 ราย และการนำผู้ถูกคุมความประพฤติเฝ้าสังเกตพฤติกรรมการขับขี่ผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) แบบเรียลไทม์ มีผู้เข้าร่วม 72 ราย

กรมคุมประพฤติเน้นย้ำเดินหน้ามาตรการ “ควบคุม คัดกรอง ฟื้นฟู” อย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนผู้กระทำผิดให้เป็นพลังในการสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน และคืนคนดีสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน