xs
xsm
sm
md
lg

รมว.ยธ. เผยบอร์ด กคพ.เตรียมรับคดี “กักตุนน้ำมัน” เป็นคดีพิเศษ ปมน้ำมันล่องหนทั่วประเทศ 9 เม.ย.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - รมว.ยุติธรรม สั่ง “ดีเอสไอ” รวบรวมข้อมูลเรือขนน้ำมันหายกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี กว่า 57 ล้านลิตร ต้องชี้แจงได้ พร้อมรับคดี “กักตุนน้ำมัน” เป็นคดีพิเศษ

วันนี้ (7 เม.ย.) ณ กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนคดีการกักตุนน้ำมัน ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 3/2569 ลงวันที่ 20 มี.ค.69 ในการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ว่า การติดตามน้ำมัน 57 ล้านลิตรซึ่งหายไปกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี และปลายทางไปที่ใดนั้นพบว่าเป็นถ่ายโอนน้ำมันไปเรืออื่น เจ้าหน้าที่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นเรือลำใดบ้าง โดยมอบหมาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนเพื่อทราบว่ามีปริมาณจำนวนน้ำมันที่หายไปกลางทะเลเท่าใด มีเรือกี่เที่ยวและกี่ลำ เข้ามาเกี่ยวข้องจนถึงปลายทาง เบื้องต้นยังเป็นตัวเลข 57 ล้านลิตร ซึ่งนอกจาก จ.สุราษฎร์ธานี ก็มีพื้นที่ของ จ.ชุมพร และ จ.สงขลา ด้วย

พล.ต.ท.รุทธพล เผยต่อว่า สำหรับกรณีน้ำมัน 57 ล้านลิตรที่หายกลางทะเลนั้น ต้องประสานข้อมูลกับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เพราะ ศรชล. สามารถดูข้อมูลย้อนหลังเส้นทางการเดินเรือได้ถึง 90 วัน ซึ่งสามารถรู้รายละเอียดได้ ทั้งนี้ เรือที่เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งหมดทราบว่าเป็นเรือที่มาจากหลากหลายบริษัท ส่วนเรืออยู่ในน่านน้ำทะเลไทยหรือไม่ ต้องไปตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึกอีกครั้ง เพราะอาจจะมีการจอดเทียบฝั่ง หรือลอยลำอยู่กลางทะเล

พล.ต.ท.รุทธพล เผยอีกว่า ส่วนเรือที่อาจจอดเสียหรือไปชะลออยู่กลางทะเลนั้นก็ต้องให้ความเป็นธรรม หากพิสูจน์ในส่วนที่ว่าการจอดเรือเสีย มีความเกี่ยวข้องกับน้ำมันที่หายไปกลางทะเลหรือไม่ เพราะน้ำมันที่หายไปมันมีปริมาณหลายแสนลิตร อย่างน้อยก็ต้องมีหลักฐานยืนยันได้ ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าปริมาณน้ำมันที่หายกลางทะเล อาจไม่ใช่แค่ 57 ล้านลิตรแต่สูงถึง 70 ล้านลิตร เรื่องนี้ต้องขอไปตรวจสอบก่อน ทั้งนี้ ในส่วน บริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด ชี้แจงว่าปริมาณน้ำมันคงคลัง 2 ล้านลิตร ไม่ได้เป็นการสต๊อกเพื่อเก็งกำไร แต่มีไว้จำหน่ายให้กับพาร์ตเนอร์ลูกค้า ตนเชื่อว่าดีเอสไอย่อมให้ความเป็นธรรมอยู่แล้


“สำหรับโรงกลั่น จำนวน 6 แห่งในประเทศไทย เบื้องต้นหลายหน่วยงานได้ไปตรวจสอบดูแล้วพบว่าไม่พบข้อพิรุธ เพราะโรงกลั่นต้องระบายน้ำมันออกอยู่แล้ว ไม่สามารถที่จะกักเก็บน้ำมันไว้ได้ แต่เมื่อน้ำมันออกจากโรงกลั่นถูกส่งไปถึงบริษัทคลังน้ำมัน ก็พบกรณี จ.สุราษฎร์ธานี ตามที่ปรากฏในข่าว แต่เชื่อว่ายังมีพื้นที่ส่วนอื่นอีก และต้องมีการเปิดปฏิบัติการตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไป เพราะอาจมีบริษัทคลังน้ำมันเจ้าอื่นที่มีลักษณะกักตุนน้ำมันสำหรับเก็งกำไร”

เมื่อถามว่าความผิดปกติเรื่องกักตุนน้ำมันล้วนเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ มีความเกี่ยวข้องในเรื่องการเมืองหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล แจงว่า สำหรับ จ.สุราษฎร์ธานี เป็นกรณีตัวอย่างเท่านั้น เพราะในภาคอื่นก็มีด้วย ไม่ว่าทั้ง จ.อ่างทอง , อ.แม่สอด จ.ตาก หรือ จ.นครสวรรค์ เป็นต้น อีกทั้งเรื่องของระบบการขนส่ง ที่มีการลักลอบไปแถวภาคเหนือ อย่างไรก็ตาม ต้องมีการเปิดปฏิบัติการขยายผลเพื่อดูรายละเอียดต่อไปแต่เราต้องบอกก่อนว่ายังไม่มีผู้กระทำความผิด ส่วนจะเป็นบริษัทคลังน้ำมันในพื้นที่ภาคใต้หรือภาคตะวัน ออก ขอตรวจสอบเพิ่มเติมอีกครั้ง

เมื่อถามว่าการกักตุนน้ำมันอาจมีลักษณะทั้งเป็นกองทัพมดและน้ำมันที่ถูกถ่ายโอนหายไปกลางทะเล ไม่สามารถที่จะกระทำการโดยตัวคนเดียวได้ ต้องมีลักษณะเป็นการอั้งยี่ หรือมีเจ้าหน้าที่ของรัฐไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า ต้องดูรายละเอียดก่อนเพราะข้อมูลถูกจัดเก็บจากหลายหน่วยงาน

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวเสริมว่า วันที่ 9 เม.ย.นี้ จะมีการประมวลรายละเอียดเรื่องการกักตุนน้ำมันทั้งหมดนำเสนอเข้าสู่บอร์ดคณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) เพื่อขอให้พิจารณารับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษ โดยจะเน้นในเรื่องของปัญหาการกักตุนน้ำมัน ไม่ใช่แค่เพียง จ.สุราษฎร์ธานี เท่านั้น แต่จะรวบรวมในทุกมิติที่ได้มีการตรวจสอบร่วมกัน โดยฐานความผิดเบื้องต้นที่จะรับไว้เป็นคดีพิเศษ คือ พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542