ตำรวจคอมมานโดบุกจับ "บัญชีม้า" แก๊งเงินกู้ทิพย์ หลอกเหยื่อ 1.7 ล้าน จนเกิดโศกนาฏกรรมฆ่ายกครัว 3 ศพ พบหมายจับติดตัวหลายคดี
วันนี้ ( 5 เม.ย.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ. พ.ต.อ.ชัยฏิภูมิ อำนวยชัย ผกก. 5 บก.ปพ. และ พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงบัวขาว รอง ผกก.5 บก.ปพ. นำกำลังจับกุม น.ส.นันฐพัต อายุ 23 ปี ตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 666/2566 ลงวันที่ 6 ก.ย.66 ข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและ มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" นอกจากนี้ยังมีหมายจับคดีลักษณะดังกล่าวอีก 2 หมายจับ ได้บริเวณลานจอดรถสถานีขนส่งหมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงและเขตจตุจักร กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2566 กลุ่มคนร้ายได้โพสต์โฆษณาปล่อยเงินกู้ โดยอ้างว่าสามารถกู้ให้ได้เป็นเงินจำนวน 5 เท่า ของเงินเดือน ผู้เสียหายเกิดความสนใจที่จะกู้เงิน จึงได้กดลิงค์โพสต์โฆษณาที่คนร้ายโพสต์หลอกลวงไว้แล้วกรอกข้อมูลส่วนตัวผ่านแพลตฟอร์มของคนร้าย พร้อมแจ้งความประสงค์ยื่นกู้เงิน จำนวน 1 แสนบาท เมื่อกรอกข้อมูลลงทะเบียนเสร็จไม่นานกลุ่มคนร้ายแจ้งว่า เงินกู้ได้รับการอนุมัติแล้วและได้ส่งเงื่อนไขในการกู้เงินให้ผู้เสียหายทราบ โดยให้โอนเงินจำนวน 10% ของยอดเงินที่ยื่นกู้ หรือจำนวน 10,000 บาท เพื่อสร้างเครดิตในระบบธนาคาร จึงจะสามารถอนุมัติรหัสถอนเงิน (OTP) ได้
ต่อมาผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินตามคำแนะนำของคนร้าย แต่กลับไม่ได้เงินที่จะกู้แต่อย่างใด อีกทั้งยังหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินไปแก้ไขข้อขัดข้องของระบบอีกหลายครั้ง รวมยอดเสียหายจำนวน 1.7 ล้านบาท จากนั้นพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาไว้ กระทั่งเจ้าหน้าที่ตามจับกุมได้ดังกล่าว
ทั้งนี้ชุดสืบสวนยังพบด้วยว่าเมื่อวันที่ 28 ส.ค.2566 ผู้ต้องหารายนี้เป็นหนึ่งในบัญชีม้าที่เป็นสาเหตุให้นายสาณิช อายุ 41 ปี เกิดความเครียดลงมือฆ่าภรรยาและลูกชายวัย 11 ปี และ13 ปี ดับรวม 3 ศพ ก่อนปาดคอตัวเองบาดเจ็บสาหัส เกิดเหตุภายในหมู่บ้าน ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ส่วน สาเหตุที่ลงมือเพราะจะถูกยึดบ้าน เนื่องจากภรรยาของผู้ก่อเหตุถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาจากหลายที่เป็นเงินกว่า 1.7 ล้านบาท ทำให้ถูกเจ้าหนี้มาตามทวงทุกวัน จึงลงมือก่อเหตุดังกล่าว หลังตกเป็นเหยื่อของ น.ส.นันฐพัต ผู้ต้องหารายนี้
จากการขยายผลเพิ่มเติม พบว่า น.ส.นันฐพัต ยังมีหมายจับและพัวพันกับคดีในลักษณะเดียวกันอีก 2 แห่ง ได้แก่คดีพื้นที่ สภ.เมืองสุรินทร์ ที่ร่วมกับพวกอ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น หลอกเหยื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและฟอกเงิน โดยใช้อุบายให้โอนเงินมาตรวจสอบเส้นทางการเงินกับ ป.ป.ง. และ พื้นที่ สภ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี ซึ่งแสดงถึงพฤติการณ์เดินสายกวาดทรัพย์เหยื่อในลักษณะเดียวกันทั่วภูมิภาค
สอบสวนผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเตรียมประสานงานกับท้องที่อื่น ๆ เพื่ออายัดตัวดำเนินคดีในทุกข้อหาที่เกี่ยวข้องต่อไป


