ตำรวจ ปคม.รวบผัวเมียนำเด็กบ้านแตก 3 คนมาเลี้ยดู ก่อนบังคับสวมชุดนักเรียนตระเวนขอทานย่านพัทยา-นครปฐม นาน 9 ปี เผยใครทำยอดไม่ถึงจะถูกทำร้ายทุบตี เจ้าหน้าที่ตามยึดเงินสด 5 หมื่น-ทอง 3 บาท -รถยนต์ 2 คัน -จยย.8 คัน
วันนี้ ( 2 เม.ย.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. สั่งการ พ.ต.อ.อลงกต คชแก้ว ผกก.5 บก.ปคม. พ.ต.ท.อาทิตย์ พุ่มทอง, พ.ต.ท.เกริก เสนาะสำเนียง รอง ผกก.5 บก.ปคม. พ.ต.ต.หญิง พรรษาวดี คล้อยระยับ สว.กก.5 บก.ปคม.นำกำลังจับกุม นายอาทร (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี และ น.ส.พิมพ์วิมล (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี สองสามีภรรยา ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1451-1452 /2569 ลงวันที่ 11 มี.ค.69 ข้อหา "สมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ (แสวงหาประโยชน์จากการนำคนมาขอทาน), บังคับขู่เข็ญหรือชักจูงให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร และแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก" ได้ที่บริเวณหมู่ 4 ต.ตาก้อง อ.เมือง จ.นครปฐม
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคม. สืบทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองรายได้นำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาบังคับขอทานตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ตลาดรอบองค์พระปฐมเจดีย์ งานวัดประจำปี และงานคอนเสิร์ตต่าง ๆ ทั้งใน จ.นครปฐม และพื้นที่ใกล้เคียงรวมถึงพัทยา จ.ชลบุรี โดยจะให้เด็กสวมใส่ชุดนักเรียนเพื่อสร้างความสงสารจากประชาชน
นอกจากจะให้ชาวบ้านที่สงสารเด็กให้ทานเป็นเงินสดแล้ว สองผัวเมียยังติดภาพถ่าย QR Code บัญชีธนาคารของผู้ต้องหาไว้ที่กล่องขอทาน หากผู้ใจบุญโอนเงิน เงินจะเข้าบัญชีผู้ต้องหาโดยตรง และเด็กต้องจดบันทึกยอดเงินหรือถ่ายภาพเวลายืนยันการโอนเงินด้วย หากไม่มีข้อมูลมายืนยันเมื่อกลับถึงที่พักจะถูกดุด่า ข่มขู่ และลงโทษด้วยการทุบตี
จากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลาง เงินสด 52,200 บาท ส่วนใหญ่เป็นธนบัตรชนิด 20 บาท, รถยนต์ 2 คัน, รถจักรยานยนต์ 6 คัน, รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 2 คัน และทองคำหนัก 3 บาท, กล่องขอทาน, ชุดนักเรียน และสติกเกอร์ QR Code พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือเยาวชนที่เป็นเหยื่อได้ 3 ราย คือ นายเฟรน (นามสมมติ) อายุ 17 ปี, นายวา (นามสมมติ) อายุ 16 ปี และ ด.ช.ฟิว (นามสมมติ) อายุ 11 ปี ซึ่งทั้งหมดถูกบังคับให้อยู่ในวงจรนี้มานาน 3-9 ปี โดยไม่ได้เข้าเรียนหนังสือ และต้องทำงานบ้านอย่างหนักในช่วงกลางวันก่อนถูกส่งออกไปขอทานช่วงเวลา 18.00 น. ถึง 02.00 น. ของทุกวัน
พล.ต.ต.วิทยา เปิดเผยว่า สำหรับเด็กที่เป็นเหยื่อทั้งสามคนนั้น หนึ่งในสามเป็นลูกที่ติดมากับฝ่ายหญิงที่เป็นภรรยา ส่วนอีกสองคน เป็นเด็กที่อยู่ในชุมชนเดียวกันกับผู้ต้องหา แต่ครอบครัวแตกแยกถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง ผู้ต้องหาทั้งสองผัวเมียจึงเก็บมาเลี้ยงไว้ตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งเลี้ยงดูกันมา 5-9 ปี เด็กจึงมีความผูกพัน จนไม่คิดที่จะหลบหนี และทำตามคำสั่งของสองผัวเมียตลอด เนื่องจากอยู่กันมานานจนเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน อย่างไรก็ตามการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามกฏหมาย
สอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การ ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้เสียหายเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ส่วนผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปคม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


