MGR Online - เลขา ป.ป.ส. ประสานความร่วมมือ สปป.ลาว จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย
ตามนโยบายเร่งด่วนของ พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดปฏิบัติการเชิงรุกภายใต้ชื่อ “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” เพื่อกวาดล้างและขุดรากถอนโคนเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด โดยมุ่งเน้นการสร้างความโปร่งใสในระบบราชการและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของภาคประชาชน โดยมีแนวทางในการดำเนินงานที่สำคัญ คือ การปราบปรามอย่างไม่มีข้อยกเว้น จะไม่มีการปกป้องเจ้าหน้าที่ หากพบหลักฐานความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดในทุกบริบท ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับข้ามชาติ โดยจะถูกลงโทษทั้งทางอาญาและวินัยขั้นสูงสุด รวมถึงการใช้มาตรการยึดทรัพย์สินมาใช้ตรวจสอบและดำเนินคดี เป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากประชาชน เพื่อส่งสัญญาณว่าหน่วยงานของรัฐต้องสะอาดและเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง
วันนี้ (1 เม.ย.) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมายให้ นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด พร้อมด้วย นายศรัณย์ศักดิ์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย , พ.ต.ท.ธียาฌพัตท์ รังสิพราหมณกุล รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย , พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคาย , น.ส.วรรณา ผู้อุตส่าห์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรหนองคาย ผู้แทนตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย และ ผู้แทนหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นบ.ยส. 24) เดินทางไปรับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติด จำนวน 1 คน คือ น.ส.ศรสวรรค์ (สงวนนามสกุล) ตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ที่ จ.224/2568 ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2568 (ในคดีการจับกุมยาบ้า 3.2 ล้านเม็ด ที่ จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2568) จาก สำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติ เพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด สปป.ลาว (Laos National Commission for Drug Control and Supervision : LCDC) ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 (นครหลวงเวียงจันทน์)
สำหรับ น.ส.ศรสวรรค์ฯ (ผู้ต้องหา) หลังจากถูกออกหมายจับ ได้หลบหนีหมายจับไปอาศัยอยู่ที่ สปป.ลาว แต่ยังคงมีพฤติการณ์ประสานงานเรื่องยาเสพติดร่วมกับเครือข่ายชาวลาวและชาวไทย ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจาก สปป.ลาว เข้ามายังประเทศไทย ทั้งนี้ น.ส.ศรสวรรค์ฯ เคลื่อนไหวโดยรับคำสั่งจาก นางภูเวียง ชาวลาว ซึ่งถูกจับกุมตามหมายจับไปแล้ว เมื่อวันที่ 30 ม.ค.69 รวมถึงรับคำสั่งจาก ส.ต.อ.นนทพัทธ์ (สงวนนามสกุล) ที่ถูกจับกุมตามหมายจับ เมื่อวันที่ 2 ก.พ.69
นอกจากนี้ เครือข่ายดังกล่าวเชื่อมโยงกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 พ.ย.68 เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมยาบ้า 1,594,000 เม็ด ในพื้นที่ จ.บึงกาฬ โดยมีพฤติการณ์ลักลอบนำยาเสพติดจาก สปป.ลาว เข้ามายังประเทศไทย และให้บุคคลในเครือข่ายเป็นผู้ประสานควบคุมการลำเลียงยาเสพติดและรับโอนเงินค่ายาเสพติด ซึ่งในปี 2568 พบว่ามีคดียาเสพติดที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้จำนวน 6 คดี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 คน ของกลาง ยาบ้า 5.8 ล้านเม็ด ไอซ์ 917 กก.
ด้าน พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายทุกหน่วยงานทั้งภายในและนอกประเทศที่ได้ร่วมมือกัน ทุ่มเท กำลังกายและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ถือเป็นความสำเร็จจากความร่วมมือที่ดีของการทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติ ระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. และ สำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติ เพื่อตรวจตราและควบคุมยาเสพติด สปป.ลาว (Laos National Commission for Drug Control and Supervision : LCDC) ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการข่าวและข้อมูลการสืบสวน จนสามารถนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง สำนักงาน ป.ป.ส. จะเร่งสืบสวนขยายผลเครือข่ายและรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในเครือข่ายดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


