ทีมทนาย "พระคึกฤทธิ์" หอบหลักฐานมอบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ยืนยันความบริสุทธิ์คดีจ่ายโบนัส 4 ล้านให้ลูกศิษย์ ฝากถาม "บิ๊กเต่า" มีหน้าที่อะไรให้สัมภาษณ์สื่อ
วันนี้ (1 เม.ย.) ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายนันทน อินทนนท์ ทนายความ" วัดนาป่าพง" จ.ปทุมธานี พร้อมทีมทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อยื่นหลักฐานเพิ่มเติมกรณีพนักงานสอบสวนได้ร้องขอคำชี้แจงและหลักฐานเพิ่มเติมภายใน 7 วัน ในคดีจ่ายเงินโบนัสให้กับลูกศิษย์ 4 คน
นายนันทน กล่าวว่า วันนี้ได้นำหลักฐานการโอนเงินและภาพถ่ายการทำงานของลูกศิษย์ทั้ง 4 คน เพิ่มเติมมาให้กับพนักงานสอบสวน หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการร้องขอหลักฐานเพิ่มเติมโดยกำหนดให้นำเข้ามาชี้แจงภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งในคดีนี้เป็นการนำเงินของวัดมาจ่าย ให้กับลูกศิษย์วัดที่ได้เข้ามาทำงานตั้งแต่เมื่อช่วงปี 2556 ถึง 2559 เป็นเงินจำนวน 4 ล้านบาท เนื่องจากลูกศิษย์ทั้ง 4 คนได้ทำงานตั้งแต่ปี 2545 เป็นช่วงที่วัดยังไม่มีชื่อเสียงโด่งดังและเงินหมุนเวียนภายในวัดมีไม่เพียงพอ ลูกศิษย์ที่ทำงานให้กับวัดฯจึงเป็นการทำด้วยจิตอาสา จนกระทั่งทางวัดได้มีการทอดกฐินและมีเงินหมุนเวียนเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จนได้นานเงินดังกล่าวไปให้กับลูกศิษย์ทั้ง 4 คนเป็นเงินจำนวน 4 ล้านบาท ตามความเหมาะสมที่ได้ทำงานให้กับวัดฯ โดยมีหลักฐานในการเซ็นโอนรับเงินอย่างถูกต้อง
นายนันทน กล่าวต่อว่าจากเรื่องที่ถูกฟ้องร้องมีการจ่ายเงินโบนัสนั้น เป็นเพียงการถูกกล่าวอ้างจากบุคคลกลุ่มหนึ่ง ที่พยายามโจมตีการเงินวัดนาป่าพงมาโดยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าทางวัดฯอาจไปขัดผลประโยชน์บางอย่างหรือไม่ นอกจากนี้กรณีที่ถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินบริจาคของวัดฯ จำนวน 135 ล้านบาท โอนไปให้คนที่เกี่ยวข้องทั้ง 32 คน นำไปใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งคดีดังกล่าวทางทีมทนายเพิ่งได้ทราบจากสื่อมวลชนว่าถูกกล่าวหา จึงเป็นเหตุให้พระคึกฤทธิ์และทีมทนายเดินทางมายังบช.ก.เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและสอบถามข้อเท็จจริง เมื่อเย็นวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนจึงตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มบุคคลนี้นำหลักฐานที่ได้มาจากธนาคารได้อย่างไร ซึ่งหลักฐานเป็นส่วนบุคคลที่ไม่สามารถนำมาเปิดเผยให้กับใครได้
"จากคดีที่ถูกฟ้องร้องที่ผ่านมาตนอยากทราบว่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เป็นหนึ่งในทีมงานหรือหัวหน้าพนักงานสอบสวนหรือไม่ และทำหน้าที่อะไรในฐานะ รอง ผบช.ก. ถึงได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอยู่ตลอดเวลา"นายนันทน กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. กล่าวว่า เดิมทีพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ได้นัดหมายให้ทางพระคึกฤทธิ์ไปเตรียมพยานหลักฐานเอกสารมามอบให้ภายในหนึ่งเดือน แต่ตัวเองมองว่าเป็นระยะเวลาที่นานเกินไปจึง นัดหมายให้ นำเอกสารเข้ามาชี้แจงภายใน 7 วัน เบื้องต้นได้ตรวจสอบเอกสารที่ทนายความนำมามอบให้แล้ว ส่วนกรณีที่มีการระบุจำนวนเงินไม่ตรงกัน โดยฝ่ายผู้ร้องเรียนระบุว่า พระคึกฤทธิ์ ได้โอนเงินโบนัสให้กับลูกศิษย์เป็นจำนวนเงิน 6 ล้านบาท แต่ฝ่ายทนายความอ้างว่าเป็นยอดเงินเพียง 4 ล้านบาทนั้น ข้อเท็จจริงขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตรวจสอบ
ว่าไปตามพยานหลักฐาน แต่ขณะนี้ตำรวจเห็นเส้นทางการเงินทั้งหมดแล้ว จึงอยากให้ทุกฝ่ายให้เข้ามาชี้แจงเพื่อความเป็นธรรม และยืนยันว่าไม่ได้มีการกลั่นแกล้งฝ่ายใด
ส่วนกรณีที่ทนายความของพระคึกฤทธิ์ตั้งข้อสงสัยถึงอำนาจหน้าที่ของตัวเองว่าเกี่ยวข้องอย่างไรในคดี พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า นอกจากตำแหน่ง รอง ผบช.ก.แล้ว ยังรับผิดชอบดูแล บก.ปปป. รวมถึงได้รับตำแหน่งรองหัวหน้าศูนย์ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและส่งเสริมพระธรรมวินัยรับผิดชอบในการตรวจสอบการทุจริตหรือการกระทำที่ผิดวินัยของพระสงฆ์ที่มีผู้ร้องเรียน


