xs
xsm
sm
md
lg

ปอศ.ทลายขบวนการวาฬคริปโต! รวบพี่ชาย"แอ็คมี่" พร้อมสมุน ตุ๋นลงทุนพันล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



ตำรวจ ปอศ.ทลายขบวนการวาฬคริปโต! บุกรวบพี่ชาย"แอ็คมี่" พร้อมสมุน หลอกลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม "1000x.live- Wowbit" เสียหายกว่าพันล้าน ยึดรถหรู-แบรนด์เนมอื้อ


วันนี้ ( 27 มี.ค.) ที่ กองบัญชากาาตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิตติโชติ เพ็ญจำรัส รอง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส รรท.ผกก.3 บก.ปอศ. และ พ.ต.อ.จำนาญ จันทร์เทศ ผกก.4 บก.ปอศ. ร่วมแถลงผลปฏิบัติการบุกทลายเครือข่ายหลอกลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม “1000x.live” และ “Wowbit” รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,300 ล้านบาท โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ประกอบด้วย น.ส.จุฑามาศ ได้ภายในอาคารลูคัส ซอยนาคนิวาส 7 เขตลาดพร้าว ขณะเตรียมเดินทางไปสนามบิน , นายอติชาติ (พี่ชายของ นายวรวัฒน์ หรือ “แอ็คมี่” ได้ขณะกำลังขึ้นเครื่องบิน ที่อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานดอนเมือง ทั้งสองถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และร่วมกันฟอกเงิน และ นายศักดินา ได้ที่บ้านพักหมู่บ้าน The Connect 37 เขตดอนเมือง ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกง และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จฯ”

นอกจากนี้ยังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 5 จุดในพื้นที่ลาดพร้าวและดอนเมือง รวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้อง พบของกลางจำนวนมาก อาทิ รถยนต์หรู 4 คัน ได้แก่ Bentley, Mercedes-Benz, Toyota Hiace Majesty และ Toyota Fortuner มูลค่ารวมประมาณ 25 ล้านบาท และสินค้าแบรนด์เนมกว่า 42 รายการ เช่น Louis Vuitton, Hermes, Chanel, Dior พร้อมเครื่องประดับรวมกว่า 60 รายการ มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท,อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และเซิร์ฟเวอร์ รวมกว่า 21 เครื่อง,เอกสารสำคัญ เช่น โฉนดที่ดิน 2 แปลง สมุดบัญชีธนาคาร เอกสาร KYC และแผนโปรเจกต์

พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า เมื่อปี 2566 สำนักงาน ก.ล.ต. ได้แจ้งความ นายวรวัฒน์ หรือ “แอ็คมี่” เจ้าของเพจ “Acme Traderist” ฉายา “วาฬบิทคอยน์” ของไทย กรณีเปิดแพลตฟอร์ม 1000x.live โดยไม่ได้รับอนุญาต หลังพบพฤติการณ์ชักชวนลงทุนเทรดทองคำ อ้างผลตอบแทนสูงถึง 200% ผ่านกิจกรรม “ทำ 3,000 เป็น 10,000 ดอลลาร์” พร้อมไลฟ์โชว์กำไรและให้เหยื่อทำตาม (Copy Trade) แต่เมื่อจะถอนเงินกลับไม่สามารถทำได้

ด้าน พ.ต.อ.จำนาญ กล่าวว่า ต่อมาในวันที่ 9 มีนาคม 2569 มีผู้เสียหาย จำนวน 64 ราย เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์คดีหลอกลงทุนโครงการ “Wowbit” มูลค่าความเสียหายกว่า 80 ล้านบาท ทาง กก.4 บก.ปอศ. จึงสืบสวนสอบสวนขยายผลจนพบว่า หลังจากกลุ่มผู้ต้องหามีการหลอกลวงผู้เสียหายลงทุนผ่าน แพลตฟอร์ม 1000x.live ตามที่กล่าวมาแล้ว ได้ออกกลอุยายในการหลอกลวงรูปแบบใหม่ ผ่าน “Wowbit” โดย นายวรวัฒน์ ได้ชักชวนให้ลงทุนโปรเจกต์เหรียญ "ACT Coin" และฝากสินทรัพย์รับผลตอบแทนสูง (Earn) พบ นายศักดินา ซึ่งเป็นพนักงาน เปิดบัญชีรับโอนเงินจากเหยื่อ ซึ่งพบยอดเงินหมุนเวียนกว่า 549 ล้านบาท เมื่อได้รับเงินโอนแล้ว ขบวนการนี้จะใช้วิธี "เดินสายถอนเงินสด" กระจายหลายสาขาในวันเดียวกัน เพื่อนำไปแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล และฟอกเงินผ่านระบบ DeFi ปิดบังเส้นทางการเงิน อีกทั้งยังพบการทำธุรกรรมเชื่อมโยงกับ บริษัท บิทแนนซ์ จำกัด ของ นายวรวัฒน์ อีกด้วย

ส่วน พ.ต.อ.วิญญู กล่าวว่า จากการสืบสวนทั้ง 2 กรณีทั้ง 1000x.live และ Wowbit ชี้ชัดว่า นายวรวัฒน์ เป็นตัวการหลัก ในการก่อเหตุทั้งหมด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) จึงได้ผนึกกำลังร่วมกันปฏิบัติการในครั้งนี้ สอบสวน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธและภาคเสธ