“อี้ แทนคุณ” พาผู้เสียหายร้อง ปคบ.เอาผิด “เจ๊ตุ้ม” เจ้าของร้านแบรนด์เนมชื่อดัง หลังนำกระเป๋า-สินค้า ฝากขายแต่กลับไม่ได้เงิน พบความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท
วันนี้ (24 มี.ค.) ที่ ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พากลุ่มผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ “เจ๊ตุ้ม” เจ้าของร้านรับฝากขายแบรนด์เนมชื่อดัง หลังนำกระเป๋าและสินค้าแบรนด์เนม ไปฝากขายแต่ไม่ได้เงิน อ้างหุ้นส่วนทิ้งงานและเงินจมกับการเปิดร้านใหม่ พบผู้เสียหายกว่า 30 ราย มูลค่าความเสียหาย 50 ล้านบาท
นายแทนคุณ กล่าวว่า สืบเนื่องจากพบว่า เจ๊ตุ้ม แอบอ้างว่า มีไฮโซอักษรย่อ “น” มาร่วมลงทุนขยายกิจการ จึงย้ายร้านจากสุขุมวิท 49 ไปยังตึกหรูย่านทองหล่อ 13 พร้อมตกแต่งร้านใหม่กว่า 20 ล้านบาท สร้างความน่าเชื่อถือ ผู้เสียหายระบุว่า รู้จักและทำการค้ากับเจ๊ตุ้มมานานกว่า 6 ปี ที่ผ่านมา จ่ายเงินตรงเวลา จนกระทั่งเริ่มเกิดปัญหาในช่วงปลายปี 2568 เมื่อผู้เสียหายทวงถามเงินค่าสินค้า เจ๊ตุ้ม มักอ้างว่า ระบบบัญชีมีปัญหา หรืออ้างว่าหุ้นส่วนทิ้งงานไม่มาช่วยดูแล ทำให้เงินจมอยู่กับการลงทุนร้านใหม่ จนไม่สามารถนำมาคืนได้
นายแทนคุณ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีผู้เสียหายบางส่วนให้ข้อมูลว่าได้รับสินค้าปลอมจากการซื้อขายกับร้านดังกล่าว หรือถูกสลับสินค้าแท้เป็นของปลอมส่งคืนมา ปัจจุบันมีผู้เสียหายรวบรวมตัวกันได้แล้วกว่า 30 คน มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นกว่า 50 ล้านบาท และคาดว่า อาจพุ่งสูงถึง 100 ล้านบาท เนื่องจากยังมีผู้เสียหายรายอื่นติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่องหลังปรากฏเป็นข่าว
ด้าน น.ส.นรินทร์พร (สงวนนามสกุล) ผู้เสียหาย กล่าวว่า รู้จักกับร้านดังกล่าวมา 6-7 ปีแล้ว โดยรู้จักร้านนี้จากในโซเชียลมีเดียช่วงก่อนหน้าเดือน พ.ย. 2568 ทราบข่าวว่า ร้านนี้เริ่มจ่ายเงินล่าช้า ก่อนจะเห็นเพจของ ครูเจี๊ยบ กูรูแบรรเนม แจ้งข่าวว่า มีผู้เสียหายจากร้านนี้หลายคน โดยตนได้นำสินค้าไปฝากขายช่วงสิ้นเดือน ธ.ค. 2568 รวมราคาสินค้าที่ไปฝากขายมูลค่ากว่า 400,000 บาท และได้รับเงินคืนมาแล้ว 140,000 บาท ซึ่งทางร้านเริ่มทยอยจ่ายเงินให้เมื่อช่วงเดือน ม.ค.- ก.พ. 2569 ช่วงแรกที่ทราบว่าร้านเริ่มมีปัญหา ก็ได้ทวงถามถึงสินค้าของตนไปทางร้านก็บอกว่าติดปัญหาเรื่องบัญชี และมีปัญหาภายในกับหุ้นส่วน กำลังเร่งหาเงินมาคืนผู้เสียหาย ได้พูดคุยล่าสุด คือ ต้นเดือน ก.พ. 2569 และหลังจากนั้น ก็ได้ทักถามไปแต่ก็อ่านและไม่ตอบข้อความ ส่วนที่เลือกร้านนี้ในการฝากขายเพราะเห็นว่าเป็นร้านดังและเคยขายกันมาก่อนหน้าก็ไม่เคยมีปัญหาพึ่งมาเริ่มมีปัญหาในช่วงหลัง
นายแทนคุณ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ได้ดำเนินการจับกุมตัวผู้ต้องหาไว้แล้ว และยังไม่อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากคดีมีมูลค่าความเสียหายสูงและอาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน ขณะที่กลุ่มผู้เสียหายมีความกังวลใจว่าหากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว อาจไปยุ่งกับพยานหลักฐาน จึงพยายามยื่นคำร้องคัดค้านการประกันตัว สุดท้ายนี้ผู้เสียหายฝากเตือนประชาชน จะฝาก จะซื้อ จะขาย ต้องตรวจสอบประวัติร้านและคอยติดตามเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดช่องว่างให้ผู้ประกอบการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จนเกิดความเสียหายซ้ำรอย


