xs
xsm
sm
md
lg

"เมธา มาสขาว"เลขาธิการ ครป.จี้รัฐบาล แก้ปัญหาเร่งด่วน น้ำมันแพง ปั้มขาดแคลนน้ำมัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


นายเมธา มาสขาว เลขาธิการ ครป.และผู้ประสานงานเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ
"เมธา มาสขาว" เลขาธิการ ครป.จี้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเร่งด่วน น้ำมันแพง ปั้มขาดแคลนน้ำมัน สินค้าจ่อขึ้นราคา ทำชาวบ้านเดือดร้อนหนัก แนะให้ประชาขนประหยัดพลังงาน แต่รัฐบาลเอาเงินชดเชยให้นายทุนได้กำไรเพิ่ม แทนที่จะออกกฎหมายควบคุมตรึงราคาน้ำมัน-ไฟฟ้า ย้ำคนไทยควรใข้น้ำมันราคาถูก เหมือนประเทศเพื่อนบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และผู้ประสานงานเครือข่ายประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ โพสต์เฟซบุ๊ก วิจารณ์ประเด็นรัฐบาลแถลงว่า "สินค้าและพลังงานมีเพียงพอต่อความต้องการของประเทศ แต่บอกให้ประชาชนลดการบริโภค ประหยัดน้ำมันและพลังงาน เพื่อฝ่าข้ามวิกฤตไปด้วยกัน" แต่หลายเรื่องทำไมช่างย้อนแย้งกันเหลือเกินกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่รัฐบาลบอกน้ำมันมีเพียงพอสำรอง แต่หลายปั๊มขาดแคลนทั่วประเทศและคนเดินทางไม่สามารถเติมน้ำมันได้ ทำให้การสัญจรได้รับผลกระทบ บางจังหวัดหาที่เดิมน้ำมันไม่ได้ ซ้ำร้าย รัฐบาลเอาเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปชดเชยราคาน้ำมันให้นายทุนได้กำไรเพิ่ม

แทนที่จะใช้อำนาจรัฐในภาวะวิกฤตกำกับควบคุมทั้งน้ำมัน-ไฟฟ้า ในฐานะพลังงานเป็นความมั่นคงของประเทศ โดยใช้กฎหมายแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมัน สั่งตรึงราคาจริงได้โดยรัฐไม่ต้องชดเชย รวมถึงใช้โรงกลั่นของรัฐสำรองการผลิตได้

คำถามสำคัญวันนี้ ถึงเวลาที่รัฐจะต้องยึดคืนการผลิตพลังงานน้ำมันให้มาเป็นของรัฐอันเป็นความมั่นคงของประเทศทั้งในภาวะวิกฤตพลังงานหรือในภาวะสงครามแล้วหรือไม่ ทั้งการยึดคืน ปตท.ที่ถูกแปรรูปแบ่งกำไรไปให้เอกชนยึดครองครึ่งหนึ่ง ให้กลับมาเป็นของรัฐ 100% ดังหลายประเทศที่มีพลังงานน้ำมันเป็นของตนเอง

คนไทยควรใช้น้ำมันราคาถูก เหมือนในมาเลเซียและอีกหลายประเทศที่เป็นผู้ผลิตเองได้ ส่วนคนต่างชาติใช้น้ำมันราคาตลาดโลกแทน เรามีตัวอย่างในหลายประเทศที่ทำได้ แต่รัฐบาลไทยยังไม่มีวิสัยทัศน์ในเรื่องนี้ ทำให้เศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพามหาอำนาจเป็นหลัก และรู้ไม่ทันเขา แค่ส่วนแบ่งการผลิตก็ยกให้นายทุนข้ามชาติมหาศาล สัมปทานก็ยกให้เขาหมด แล้วให้คนไทยไปซื้อราคาฝรั่ง ทั้งที่ภายในประเทศมีทรัพยากรมหาศาล

ตัวอย่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็เช่นกัน เราควรถอยกลับมาให้ กฟผ.ผลิตไฟฟ้าเต้มกำลัง 100% เหมือนในอดีต เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงเรื่องไฟฟ้า ไม่ใช่อยู่ดีๆ ให้รัฐวิสาหกิจไปหยุดการผลิตที่ทำได้แล้วไปซื้อของนายทุนแทน มันเป็นการเมืองสามานย์ที่เราปล่อยให้เอกชนควบคุมรัฐกลายเป็น State Capture ไปแล้วตอนนี้

การสัมปทานความร่ำรวยแบบเก่าจนถึงการเข้าผูกขาดเศรษฐกิจโดยวิธีธุรกิจการเมืองและนโยบายเอื้อประโยชน์จากรัฐบาล ยิ่งทำให้การเติบโตของทุนไทยพุ่งสูงขึ้นจนประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำอันดับ 1 ของโลกไปแล้ว และเศรษฐกิจที่ไร้ความมั่นคงจะไม่มีเสถียรภาพท่ามกลางสงครามอย่างแน่นอน ถ้ารัฐบาลไม่ทำอะไรเลยตอนนี้ ประเทศชาติจะยิ่งอ่อนแอรอวันพังทลายลงเรื่อยๆ ในยุคสงครามความขัดแย้งในภูมิรัฐศาสตร์โลกใหม่

รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะต้องกล้าหาญที่จะปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ให้รัฐกลับมาเป็นเจ้าของพลังงานและความมั่นคงพื้นฐานของประเทศ ไม่ใช่เข้ามาจัดการสัดส่วนเศรษฐกิจเพื่อรับใช้ชนชั้นตนเอง แต่ต้องเข้ามาเพื่อแก้ไขโครงสร้างเศรษฐกิจให้รับใช้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศรัฐบาลแถลงว่า "สินค้าและพลังงานมีเพียงพอต่อความต้องการของประเทศ แต่บอกให้ประชาชนลดการบริโภค ประหยัดน้ำมันและพลังงาน เพื่อฝ่าข้ามวิกฤตไปด้วยกัน" แต่หลายเรื่องทำไมช่างย้อนแย้งกันเหลือเกินกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่รัฐบาลบอกน้ำมันมีเพียงพอสำรอง แต่หลายปั๊มขาดแคลนทั่วประเทศและคนเดินทางไม่สามารถเติมน้ำมันได้ ทำให้การสัญจรได้รับผลกระทบ บางจังหวัดหาที่เดิมน้ำมันไม่ได้ ซ้ำร้าย รัฐบาลเอาเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปชดเชยราคาน้ำมันให้นายทุนได้กำไรเพิ่ม

แทนที่จะใช้อำนาจรัฐในภาวะวิกฤตกำกับควบคุมทั้งน้ำมัน-ไฟฟ้า ในฐานะพลังงานเป็นความมั่นคงของประเทศ โดยใช้กฎหมายแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมัน สั่งตรึงราคาจริงได้โดยรัฐไม่ต้องชดเชย รวมถึงใช้โรงกลั่นของรัฐสำรองการผลิตได้

คำถามสำคัญวันนี้ ถึงเวลาที่รัฐจะต้องยึดคืนการผลิตพลังงานน้ำมันให้มาเป็นของรัฐอันเป็นความมั่นคงของประเทศทั้งในภาวะวิกฤตพลังงานหรือในภาวะสงครามแล้วหรือไม่ ทั้งการยึดคืน ปตท.ที่ถูกแปรรูปแบ่งกำไรไปให้เอกชนยึดครองครึ่งหนึ่ง ให้กลับมาเป็นของรัฐ 100% ดังหลายประเทศที่มีพลังงานน้ำมันเป็นของตนเอง

คนไทยควรใช้น้ำมันราคาถูก เหมือนในมาเลเซียและอีกหลายประเทศที่เป็นผู้ผลิตเองได้ ส่วนคนต่างชาติใช้น้ำมันราคาตลาดโลกแทน เรามีตัวอย่างในหลายประเทศที่ทำได้ แต่รัฐบาลไทยยังไม่มีวิสัยทัศน์ในเรื่องนี้ ทำให้เศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพามหาอำนาจเป็นหลัก และรู้ไม่ทันเขา แค่ส่วนแบ่งการผลิตก็ยกให้นายทุนข้ามชาติมหาศาล สัมปทานก็ยกให้เขาหมด แล้วให้คนไทยไปซื้อราคาฝรั่ง ทั้งที่ภายในประเทศมีทรัพยากรมหาศาล

ตัวอย่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็เช่นกัน เราควรถอยกลับมาให้ กฟผ.ผลิตไฟฟ้าเต้มกำลัง 100% เหมือนในอดีต เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงเรื่องไฟฟ้า ไม่ใช่อยู่ดีๆ ให้รัฐวิสาหกิจไปหยุดการผลิตที่ทำได้แล้วไปซื้อของนายทุนแทน มันเป็นการเมืองสามานย์ที่เราปล่อยให้เอกชนควบคุมรัฐกลายเป็น State Capture ไปแล้วตอนนี้

การสัมปทานความร่ำรวยแบบเก่าจนถึงการเข้าผูกขาดเศรษฐกิจโดยวิธีธุรกิจการเมืองและนโยบายเอื้อประโยชน์จากรัฐบาล ยิ่งทำให้การเติบโตของทุนไทยพุ่งสูงขึ้นจนประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำอันดับ 1 ของโลกไปแล้ว และเศรษฐกิจที่ไร้ความมั่นคงจะไม่มีเสถียรภาพท่ามกลางสงครามอย่างแน่นอน ถ้ารัฐบาลไม่ทำอะไรเลยตอนนี้ ประเทศชาติจะยิ่งอ่อนแอรอวันพังทลายลงเรื่อยๆ ในยุคสงครามความขัดแย้งในภูมิรัฐศาสตร์โลกใหม่

รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะต้องกล้าหาญที่จะปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ให้รัฐกลับมาเป็นเจ้าของพลังงานและความมั่นคงพื้นฐานของประเทศ ไม่ใช่เข้ามาจัดการสัดส่วนเศรษฐกิจเพื่อรับใช้ชนชั้นตนเอง แต่ต้องเข้ามาเพื่อแก้ไขโครงสร้างเศรษฐกิจให้รับใช้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ประเด็นพลังงานว่า รัฐบาลแถลงว่า "สินค้าและพลังงานมีเพียงพอต่อความต้องการของประเทศ แต่บอกให้ประชาชนลดการบริโภค ประหยัดน้ำมันและพลังงาน เพื่อฝ่าข้ามวิกฤตไปด้วยกัน" แต่หลายเรื่องทำไมช่างย้อนแย้งกันเหลือเกินกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะที่รัฐบาลบอกน้ำมันมีเพียงพอสำรอง แต่หลายปั๊มขาดแคลนทั่วประเทศและคนเดินทางไม่สามารถเติมน้ำมันได้ ทำให้การสัญจรได้รับผลกระทบ บางจังหวัดหาที่เดิมน้ำมันไม่ได้ ซ้ำร้าย รัฐบาลเอาเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปชดเชยราคาน้ำมันให้นายทุนได้กำไรเพิ่ม

แทนที่จะใช้อำนาจรัฐในภาวะวิกฤตกำกับควบคุมทั้งน้ำมัน-ไฟฟ้า ในฐานะพลังงานเป็นความมั่นคงของประเทศ โดยใช้กฎหมายแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมัน สั่งตรึงราคาจริงได้โดยรัฐไม่ต้องชดเชย รวมถึงใช้โรงกลั่นของรัฐสำรองการผลิตได้

คำถามสำคัญวันนี้ ถึงเวลาที่รัฐจะต้องยึดคืนการผลิตพลังงานน้ำมันให้มาเป็นของรัฐอันเป็นความมั่นคงของประเทศทั้งในภาวะวิกฤตพลังงานหรือในภาวะสงครามแล้วหรือไม่ ทั้งการยึดคืน ปตท.ที่ถูกแปรรูปแบ่งกำไรไปให้เอกชนยึดครองครึ่งหนึ่ง ให้กลับมาเป็นของรัฐ 100% ดังหลายประเทศที่มีพลังงานน้ำมันเป็นของตนเอง

คนไทยควรใช้น้ำมันราคาถูก เหมือนในมาเลเซียและอีกหลายประเทศที่เป็นผู้ผลิตเองได้ ส่วนคนต่างชาติใช้น้ำมันราคาตลาดโลกแทน เรามีตัวอย่างในหลายประเทศที่ทำได้ แต่รัฐบาลไทยยังไม่มีวิสัยทัศน์ในเรื่องนี้ ทำให้เศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพามหาอำนาจเป็นหลัก และรู้ไม่ทันเขา แค่ส่วนแบ่งการผลิตก็ยกให้นายทุนข้ามชาติมหาศาล สัมปทานก็ยกให้เขาหมด แล้วให้คนไทยไปซื้อราคาฝรั่ง ทั้งที่ภายในประเทศมีทรัพยากรมหาศาล

ตัวอย่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตก็เช่นกัน เราควรถอยกลับมาให้ กฟผ.ผลิตไฟฟ้าเต้มกำลัง 100% เหมือนในอดีต เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงเรื่องไฟฟ้า ไม่ใช่อยู่ดีๆ ให้รัฐวิสาหกิจไปหยุดการผลิตที่ทำได้แล้วไปซื้อของนายทุนแทน มันเป็นการเมืองสามานย์ที่เราปล่อยให้เอกชนควบคุมรัฐกลายเป็น State Capture ไปแล้วตอนนี้


การสัมปทานความร่ำรวยแบบเก่าจนถึงการเข้าผูกขาดเศรษฐกิจโดยวิธีธุรกิจการเมืองและนโยบายเอื้อประโยชน์จากรัฐบาล ยิ่งทำให้การเติบโตของทุนไทยพุ่งสูงขึ้นจนประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำอันดับ 1 ของโลกไปแล้ว และเศรษฐกิจที่ไร้ความมั่นคงจะไม่มีเสถียรภาพท่ามกลางสงครามอย่างแน่นอน ถ้ารัฐบาลไม่ทำอะไรเลยตอนนี้ ประเทศชาติจะยิ่งอ่อนแอรอวันพังทลายลงเรื่อยๆ ในยุคสงครามความขัดแย้งในภูมิรัฐศาสตร์โลกใหม่

รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะต้องกล้าหาญที่จะปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ให้รัฐกลับมาเป็นเจ้าของพลังงานและความมั่นคงพื้นฐานของประเทศ ไม่ใช่เข้ามาจัดการสัดส่วนเศรษฐกิจเพื่อรับใช้ชนชั้นตนเอง แต่ต้องเข้ามาเพื่อแก้ไขโครงสร้างเศรษฐกิจให้รับใช้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ