MGR Online - ตำรวจ สภ.ปากช่อง สรุปสำนวนสอบสวนคดีรันเวย์ วีไอพี ต.ขนงพระ จ.นครราชสีมา ส่ง "ป.ป.ช." ไต่สวน - "ดีเอสไอ" ยุติสืบสวน หลุดคดีพิเศษ
วันนี้ (17 มี.ค.) รายงานข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. กรณีการสอบสวนการขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางวิ่ง (Runway) ของอากาศยานในสนามบินขนงพระ ของพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง ที่ได้รับการร้องทุกข์กล่าวโทษจากประชาชนผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมกับบุคคลและนิติบุคคล ว่า ล่าสุดพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง ได้สอบปากคำผู้เสียหาย รวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสำนวนพร้อมความเห็นทางคดีส่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 3 ก.ค.68 ในข้อกล่าวหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ และการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 พร้อมระบุรายละเอียดพฤติการณ์และข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่รัฐ นิติบุคคล และบุคคลธรรมดาที่เข้าไปเกี่ยวข้องในคดีดังกล่าวให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาไต่สวนตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกประชาชนผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ ต.ขนงพระ ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง กรณีปล่อยปละละเลยให้มีการสร้างสนามบินทับถนนนิคม บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 12 คือ นิคมสร้างตนเองลำตะคอง และนอกจากนี้ ยังมีนิติบุคคล บุคคลธรรมดาที่เข้าไปมีพฤติการณ์เกี่ยวข้อง
นอกจากคดีการสอบสวนของพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง ที่ส่งสำนวนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนแล้วนั้น ในคดีการสืบสวนการขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางวิ่ง (Runway) ของอากาศยานในสนามบินขนงพระ โดย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ทำการสืบสวน ก็ได้มีการสรุปสำนวนสืบสวนส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริงเเล้วเช่นกันเมื่อเดือน ธ.ค.68 เนื่องจากเรื่องร้องเรียนกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐดังกล่าว เป็นการสืบสวนสอบสวนในเรื่องเดียวกัน ประเด็นเดียวกันกับทางพนักงานสอบสวนตำรวจ สภ.ปากช่อง ดังนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษจึงต้องส่งเรื่องดังกล่าวมายังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อรวมเรื่องดำเนินการตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เช่นกัน
สำหรับเรื่องสืบสวนที่ 108/2568 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณี ตรวจสอบข้อเท็จจริงการขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางวิ่ง (Runway) ของอากาศยานในสนามบินขนงพระ ดำเนินการสืบสวนโดยกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจากดีเอสไอได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ "ทนายอั๋น บุรีรัมย์" และ ดร.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท หรือ "เจ๊แมว" ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางวิ่ง (Runway) ของอากาศยานในสนามบินขนงพระโดยปรากฏภาพข่าวว่าถนนสาธารณะดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ ซึ่งมีพฤติการณ์เป็นการใช้ถนนสาธารณะ เพื่อเป็นทางวิ่งอากาศยานส่วนบุคคล ยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร เนื่องจากเป็นทางสาธารณะที่ประชาชนใช้สัญจรร่วมกันมาเป็นเวลานาน ก่อให้เกิดความเดือนร้อนและความไม่ปลอดภัยต่อคนในพื้นที่ ต่อมาคณะพนักงานสืบสวนดีเอสไอจึงได้ลงพื้นที่จริงร่วมกับเจ้าหน้าที่ อบต.ขนงพระ เพื่อรับฟังและรวบรวมข้อมูล โดยเฉพาะการตรวจสอบเบื้องต้นในส่วนของถนนสาธารณะประโยชน์ หรือเส้นทางธารณะประโยชน์ และจุดสิ้นสุดของเส้นทางสาธารณะฯ ที่พบว่าด้านหลังสุดมีสนามหญ้าที่ถูกใช้เป็นสนามกอล์ฟไปเเล้ว ทั้งที่ข้อเท็จจริงบริเวณดังกล่าวคือทางสาธารณะที่ชาวบ้านสัญจรได้
นอกจากนี้ พนักงานสืบสวนดีเอสไอ ประสานข้อมูลเอกสารจาก 5 หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1.อบต.ขนงพระ 2.กรมที่ดิน 3.นิคมสร้างตนเองลำตะคอง 4.สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย 5.สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา เพื่อนำเข้าสู่สำนวนการสืบสวนข้อเท็จจริง ก่อนเตรียมประมวลเรื่องและพยานหลักฐานทั้งหมดเสนอขออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ แต่ปรากฏว่าในทางการสืบสวนยาวนานกว่า 5 เดือน (นับแต่วันที่ 17 ก.ค. 68) ทางดีเอสไอได้ยุติเรื่องสืบสวนส่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริง เพื่อให้สำนวนการสืบสวนของดีเอสไอส่งคู่ไปพร้อมกับสำนวนของตำรวจ สภ.ปากช่อง โดยที่ท้ายสุดดีเอสไอ ไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษแต่อย่างใด


