MGR Online - "โฆษกดีเอสไอ" แจงยุติเรื่องสืบสวนคดีเขากระโดง หลังไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษ เหตุตำรวจ ปปป. ดำเนินการแล้ว ส่ง ป.ป.ช.ตามกฎหมาย
จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งเเวดล้อม ดำเนินการสืบสวนเรื่องข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการครอบครองและการออกเอกสารสิทธิในที่ดินบริเวณเขากระโดงจังหวัดบุรีรัมย์ อันอาจเป็นที่ดินของรัฐและเกี่ยวข้องกับกลุ่มคณะบุคคลหลายฝ่าย เป็นเรื่องสืบสวนที่ 97/2568 พร้อมให้ดำเนินการสอบสวนปากคำพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวบรวมและตรวจสอบพยานหลักฐาน ประสานเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมที่ดิน สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ การรถไฟแห่งประเทศไทย แขวงการทางรถไฟลำปลายมาศ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่บุรีรัมย์ และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ต่อมา การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงานอาณาบาล หรือฝ่ายกฎหมายของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นผู้รับมอบอำนาจเข้าดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในวันศุกร์ที่ 5 ก.ย.68 เพื่อขอให้ดำเนินการสอบสวนตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งมอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งความประสงค์ดำเนินคดีอาญากับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่รัฐในการเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย บริเวณพื้นที่เขากระโดง ต.เสม็ด และ ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อาณาบาล การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เข้าพบคณะพนักงานสืบสวนดีเอสไอ โดยประสงค์ขอให้ดีเอสไอดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มบุคคลที่ได้มีการบุกรุก ยึดถือ ครอบครองที่ดินบริเวณเขากระโดงทั้งหมด 4,414 ไร่ รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ตามประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้อง ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
วันนี้ (15 มี.ค.) รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับสำนวนการสอบสวนคดีการบุกรุกที่ดินเขากระโดงพื้นที่ ต.อิสาณ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ หลังจากก่อนหน้านี้ มีตัวแทนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เคยเข้าร้องทุกข์ขอให้ดีเอสไอตรวจสอบกลุ่มบุคคลที่เข้าไปบุกรุกครอบครองที่ดินเขากระโดง ซึ่งมีแนวเขตอยู่ในที่ดินของการรถไฟฯ จำนวน 4,414 ไร่ แต่ปรากฏล่าสุดว่าในส่วนของดีเอสไอที่ได้มีการสืบสวนมาอย่างยาวนาน 7 เดือน (นับแต่วันที่ 24 ก.ค.68) ได้มีมติไม่รับเรื่องบุกรุกที่ดินเขากระโดงเป็นคดีพิเศษ
โดย พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชี้แจงว่า จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้รับมาดำเนินการสืบสวนคดีดังกล่าว เนื่องด้วยมีบุคคลมาร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่และปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องจากการไปออกเอกสารสิทธิที่ดินและในส่วนของคณะกรรมการสอบสวนและผู้เกี่ยวข้องในการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินตามคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ดีเอสไอได้สืบสวนอยู่นั้น ก็ได้มีการสอบถามไปยังทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จึงทราบว่าทางตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ก็ได้มีการสืบสวนในเรื่องที่มีความเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกัน ประเด็นเดียวกัน จากที่มีผู้ไปร้องทุกข์ไว้เหมือนกัน และทางตำรวจ ปปป. ก็ได้ส่งสำนวนไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว จึงทำให้ภายใต้กฎหมายที่บัญญัติไว้อย่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เป็นเหตุจำเป็นที่เรื่องใดก็ตามที่ดีเอสไอสืบสวนในประเด็นเดียวกันอยู่นี้จะต้องส่งไปประกอบสำนวนด้วยเช่นกัน เพื่อให้ ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบพิจารณา
โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ แจงอีกว่า สำหรับสำนวนสืบสวนของดีเอสไอที่ส่งให้ ป.ป.ช. ไปพิจารณาร่วมกับสำนวนของตำรวจ บก.ปปป. ก็ได้มีการระบุข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ในสำนวน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นการกล่าวหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐตามที่มีผู้ร้องทุกข์ไว้ ทั้งนี้ สถานะคดีล่าสุด ดีเอสไอจึงได้ยุติเรื่องสืบสวนดังกล่าวเนื่องจากเหตุผลทางข้อกฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญว่าการดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐใด กฎหมายระบุชัดเจนว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.
โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ แจงต่อว่า ส่วนเรื่องทางปกครองและทางแพ่งที่ยังเป็นเรื่องดำเนินคดีคงค้างกันอยู่นั้น ทราบว่าก่อนหน้านี้ อธิบดีกรมที่ดินได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและผู้เกี่ยวข้องในการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เนื่องด้วยมันมีการฟ้องแพ่งเรื่องเพิกถอนที่ดินระหว่างกรมที่ดินและการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จึงเป็นสาเหตุให้ศาลได้มีคำพิพากษาให้กรมที่ดินไปแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและผู้เกี่ยวข้องในการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดินดังกล่าว ว่าจะเพิกถอนที่ดินหรือไม่ แต่เมื่อตั้งคณะกรรมการฯ ขึ้นมาแล้ว ก็ปรากฏตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ว่ามีมติไม่เพิกถอนที่ดิน จึงมีการฟ้องขอให้เพิกถอนมติเดิมนี้ ทำให้ยังคงมีคดีในศาลปกครองกันอยู่ และมีคดีแพ่งที่ค้างอยู่ระหว่างราษฎรและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ดีเอสไอจึงเห็นว่าข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์เห็นควรให้ส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และหน่วยงานท้องที่เพื่อสามารถนำใช้ดำเนินการต่อไป


