xs
xsm
sm
md
lg

ป.ป.ส. แจงคดีหนุ่มคลั่งฟันแม่ลูก ตรวจแล้ว "ไม่พบสารเสพติด" ชี้เป็นอาการป่วยจิตเวช

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - เลขาฯ ป.ป.ส. สั่งสอบเหตุชายคลั่งใช้มีดฟันแม่ลูกเจ็บสาหัส ตรวจสารเสพติดไม่เจอในร่างกาย พบป่วยจิตเวช เตือนครอบครัวเฝ้าระวังใกล้ชิด

จากกรณีเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ปรากฏตามสื่อมวลชน กรณีชายหนุ่มเกิดอาการคลุ้มคลั่งบุกใช้มีดฟันมารดาและเด็กจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนหลบหนีไปล้างตัวที่คาร์แคร์ ในพื้นที่ ม.4 ต.สี่ขีด อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและเกิดข้อสงสัยในสังคมว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากอาการหลอนยาเสพติดหรือไม่ นั้น

วันนี้ (12 มี.ค.) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้สั่งการด่วนให้ นายโชติพันธ์ จุลเพชร ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส. ภาค 8 พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและประวัติของผู้ก่อเหตุอย่างละเอียด เพื่อให้ความกระจ่างแก่สังคม

จากการตรวจสอบประวัติของ นายภาณุพงศ์ อายุ 18 ปี ผู้ก่อเหตุ ผ่านฐานข้อมูลระบบ DN ระบบ CRIMES ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และระบบรับเรื่องร้องเรียนสายด่วน ป.ป.ส. 1386 ไม่พบประวัติการถูกจับกุมหรือถูกร้องเรียนในคดียาเสพติดแต่อย่างใด แม้ในอดีตผู้ก่อเหตุจะเคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่ได้สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาในระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด (บสต.) ณ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ โดยมีข้อมูลยืนยันว่า ผู้ก่อเหตุได้เลิกเสพยาเสพติดมามาแล้วระยะหนึ่ง และในขณะเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการส่งตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด ซึ่งผลการตรวจยืนยันอย่างชัดเจนว่า ไม่พบสารเสพติดในร่างกายแต่อย่างใด

พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบว่ามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้ เป็นผลมาจากภาวะการป่วยทางจิตเวชและมีอาการทางสมองร่วมด้วย ซึ่งตัวผู้ก่อเหตุต้องทานยาเคมีเพื่อปรับสมองเป็นประจำทุกวัน ประกอบกับมีประวัติบุคคลในครอบครัว (บิดา) เป็นผู้ป่วยจิตเวชเช่นเดียวกัน เหตุการณ์นี้จึงเป็นเรื่องของอาการป่วยทางจิตที่กำเริบ ไม่ใช่การหลอนยาเสพติดอย่างที่สังคมตั้งข้อสงสัยในเบื้องต้น

เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้แสดงความห่วงใยต่อครอบครัวที่มีผู้ป่วยจิตเวช หรือผู้ที่เคยผ่านการบำบัดยาเสพติดจนมีภาวะทางจิตเวชร่วมด้วย โดยฝากเตือนให้คนในครอบครัวและชุมชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา เฝ้าระวังดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น โดยมีข้อสังเกต ดังนี้ พฤติกรรมการนอนผิดปกติ ไม่หลับไม่นอน เดินไปมาตลอดทั้งคืน , อารมณ์แปรปรวนรุนแรง หงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย ก้าวร้าวโดยไม่มีเหตุผล , พฤติกรรมหลงผิดหรือประสาทหลอน พูดคนเดียว หูแว่ว หวาดระแวงว่าจะมีคนมาทำร้าย , ละทิ้งกิจวัตรประจำวัน เก็บตัวเงียบผิดปกติ และ ไม่ยอมรับประทานยาตามแพทย์สั่ง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดที่ทำให้อาการกำเริบเฉียบพลัน

"หากคนในครอบครัวพบเห็นสัญญาณเตือนเหล่านี้ ต้องรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์เพื่อปรับยาหรือแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้จนอาการรุนแรง สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ขอยืนยันว่า เราพร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาทั้งในมิติของการปราบปรามยาเสพติด และการสนับสนุนกระบวนการบำบัดรักษาเพื่อคืนความปลอดภัยและสร้างความสงบสุขให้กับสังคมไทยอย่างแท้จริง" พ.ต.ต.สุริยา กล่าวทิ้งท้าย