xs
xsm
sm
md
lg

สภาทนายความ ชูนโยบายควบคุม “ทนาย-อินฟลูเอนเซอร์” โพสต์ชี้นำผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หวั่นกระทบกระบวนการยุติธรรม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม


ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ
สภาทนายความ ชูนโยบายควบคุมทนาย-อินฟลูเอนเซอร์” โพสต์ชี้นำผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หวั่นกระทบกระบวนการยุติธรรม

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2569 เวลา 10.00 น. ณ อาคารรัฐสภา คณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา โดย พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย ประธานคณะกรรมาธิการ ได้มีหนังสือเชิญ ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ พร้อมด้วย นายคณิต วัลยะเพ็ชร ประธานกรรมการมรรยาททนายความ เข้าให้ข้อมูลและชี้แจงต่อคณะอนุกรรมาธิการการกฎหมาย และการยุติธรรม วุฒิสภา เพื่อร่วมหารือและวางแนวทางแก้ไขปัญหาการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะกรณีทนายความและอินฟลูเอนเซอร์แสดงความคิดเห็นหรือให้สัมภาษณ์ในคดีที่อยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอันมีลักษณะชี้นำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมของกระบวนการยุติธรรม

ในการชี้แจงครั้งนี้ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ได้นำเสนอมาตรการกำกับดูแลทนายความทั่วประเทศเชิงรุก โดยไม่ต้องรอให้มีการร้องเรียน แต่จะมีคณะทำงานตรวจสอบว่ามีทนายกระทำการเข้าข่ายแทรกแทรงกระบวนการยุติธรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์หรือไม่ ซึ่งเน้นให้ทนายความปฏิบัติตามข้อบังคับมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการห้ามมิให้นำความลับของลูกความมาเปิดเผย หรือใช้ข้อมูลในสำนวนความเพื่อการโฆษณาอวดอ้างตนเอง และที่สำคัญคือ การให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอันมีลักษณะที่เป็นการกดดันการทำงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือศาล ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการประพฤติผิดมรรยาททนายความ

และเพื่อป้องกันการโฆษณาแฝงและการอวดอ้างสรรพคุณของตัวทนายความเองเพื่อชักชวนผู้มีอรรถคดีมาให้ตนว่าต่างหรือแก้ต่างให้ จึงได้มีการแต่งตั้งทีม “โฆษกทนายความ” ขึ้นมาทำหน้าที่ชี้แจงข้อกฎหมายที่ถูกต้อง เป็นกลาง และไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และที่สำคัญเพื่อที่จะลดบทบาทของทนายความที่มุ่งสร้างกระแสเพื่อประโยชน์ส่วนตน

ทั้งนี้ สภาทนายความ ได้แสดงสถิติการลงโทษมรรยาททนายความย้อนหลัง 10 ปี ตั้งแต่ปี 2559-2568 เพื่อยืนยันถึงความเด็ดขาดในการตรวจสอบ จะพบว่ามีคดีเข้าสู่การพิจารณาเป็นคดีมรรยาทฯ สูงถึง 5,002 คดี และมีการตัดสินลงโทษสมาชิกทนายความไปแล้วกว่า 3,211 ราย ซึ่งรวมถึงการลงโทษขั้นสูงสุดด้วยการลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความถึง 244 ราย และการสั่งพักใบอนุญาตอีกจำนวนมาก ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าสภาทนายความ ไม่เคยเพิกเฉยต่อการรักษาเกียรติศักดิ์วิชาชีพ


อย่างไรก็ตาม นายกสภาทนายความได้ให้ข้อสังเกตถึงปัญหาและอุปสรรค โดยเฉพาะความรวดเร็วของกระแสสังคมที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ ซึ่งสวนทางกับกระบวนการพิจารณามรรยาทที่ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายตามกฎหมาย จึงได้เสนอแนวทางต่อวุฒิสภาให้มีการร่างแนวทางปฏิบัติร่วมกัน ระหว่างสื่อมวลชนและองค์กรวิชาชีพกฎหมาย รวมถึงขอให้ภาครัฐสนับสนุนงบประมาณเพื่อสร้างช่องทางให้ประชาชนเข้าถึง “ทนายความอาสา” ที่ได้มาตรฐานอย่างทั่วถึงที่ประจำอยู่สถานีตำรวจและหน่วยงานราชการทั่วประเทศ

ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ เน้นย้ำทิ้งท้ายว่า “ความยุติธรรมต้องไม่ถูกกำหนดด้วยเสียงที่ดังกว่า” สภาทนายความ จะทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงที่ถูกต้องและเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน โดยจะไม่ปล่อยให้ทนายที่ชอบสร้างกระแสผ่านสื่อสังคมออนไลน์ชี้นำสังคม เพื่อให้ระบบยุติธรรมของประเทศขับเคลื่อนด้วยหลักนิติธรรมอย่างยั่งยืน