MGR Online -“สยาม” สั่งผู้การ 2 ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีแม่ร้องลูกสาวขี่ จยย.ล้มบนถนนลาดพร้าว แต่เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพัก สุดท้ายเสียชีวิต พร้อมตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน และให้ บก.น.2 นำสำนวนมาดำเนินการเอง ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ชี้ เป็นเรื่องของหน้าที่ที่จะต้องทำของตำรวจกับกู้ภัย และได้ทำครบถ้วนถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต เตรียมถอดบทเรียนเกิดเหตุแบบนี้ นำตัวส่งโรงพยาบาลให้แพทย์วินิจฉัยก่อน ป้องกันเหตุซ้ำรอย
กรณี นางสมาภรณ์ ป้องคำลา อายุ 52 ปี ร้องขอความช่วยเหลือ เพจสายไหมต้องรอด “น้องใบเตย” ลูกสาว ประสบอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ล้มลง บนถนนลาดพร้าว แต่เจ้าหน้าที่มูลนิธิ เห็นว่า มีแค่รอยถลอก และได้กลิ่นสุรา จึงหิ้วตัวไป สน.พหลโยธิน ไม่ยอมส่งโรงพยาบาล สุดท้ายเสียชีวิตกลางโรงพัก แพทย์ชันสูตรพบปอดกับตับฉีกขาด และมีเลือดออกในช่องท้อง ผ่านไป 1 ปี คดีไม่คืบหน้า
วันนี้ (9 มี.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.กล่าวว่า เบื้องต้นขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ได้สั่งการ ผบก.น.2 ตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกประเด็นทั้งหมด และการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้ง สน.พหลโยธิน ได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง ครอบครัวได้รับการช่วยเหลือ เยียวยา หรือดำเนินการทางกฎหมายอะไรไปแล้วบ้าง ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งครอบครัวผู้เสียชีวิต ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิที่อยู่ในเหตุการณ์
ส่วนความคืบหน้าของคดี สน.พหลโยธิน ได้สอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปมากพอสมควร ในชั้นนี้ตนได้สั่งการ ผบก.น.2 นำสำนวนมาดำเนินการเอง โดยให้ บก.น.2 เป็นผู้ดำเนินการสอบสวน เพื่อจะได้มีความรอบคอบ และเกิดความเป็นธรรมกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ในเมื่อทางครอบครัว และสื่อมองว่าล่าช้า หรืออาจไม่ได้รับความเป็นธรรม เพื่อให้คลายข้อแทงใจจึงมอบหมาย ผบก.น.2 ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน และนำสำนวนมาดำเนินการเอง
ข้อเท็จจริงเมื่อเดือน ก.พ. 68 สน.พหลโยธิน ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่า ขณะขับรถบนถนนลาดพร้าว พบผู้หญิงประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มลง สายตรวจจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ประเมินบาดแผลเบื้องต้น พบว่า มีแค่รอยถลอกตามตัว จากการพูดคุยคาดว่ามีอาการเมาสุรา ประกอบกับไม่มีเอกสารระบุตัวตน จึงนำตัวมาที่ สน.พหลโยธิน ให้นั่งพักบริเวณจุดบริการประชาชน ระหว่างนั้นผู้ประสบเหตุยังสื่อสารพูดคุยได้ ตำรวจพยายามติดต่อหาญาติ หลังจากนั้น สังเกตเห็นว่าได้หลับแน่นิ่งไป จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิประเมินอาการอีกครั้ง เห็นว่า ชีพจรอ่อนลงได้ช่วยกันทำ CPR สุดท้ายได้เสียชีวิตลง
ประเด็นสื่อมวลชนตั้งคำถามว่าคดีล่าช้าหรือไม่ ได้สั่งการ ผบก.น.2 ตรวจสอบว่า ที่ดำเนินการไปแล้วครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ เหตุใดถึงล่าช้าแล้วที่ล่าช้าติดขัดประเด็นอะไร จะรายงานให้ตนทราบโดยด่วน ส่วนมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ประเมินอาการผู้ประสบเหตุผิดพลาดนั้น เป็นเรื่องการมีหน้าที่ที่จะต้องทำของตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ได้ทำครบถ้วนถูกต้องตามขั้นตอนแล้วหรือไม่ เหตุใดไม่ส่งโรงพยาบาลแต่กลับนำตัวมาโรงพัก ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญดำเนินการตรวจสอบ
พล.ต.ท.สยาม กล่าวต่อว่า ตนได้รายงานให้ ผบ.ตร.รับทราบแล้ว ผบ.ตร.มีความห่วงใยและกังวลเรื่องขั้นตอนการปฏิบัติ เน้นย้ำให้ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดความกระจ่าง อาจมีข้อสั่งการไปทุกพื้นที่เพื่อให้มีมาตรการเดียวกัน หลังจากนี้ จะมาทบทวน และวิเคราะห์โดยนำคดีนี้เป็นบทเรียนว่า กรณีอย่างนี้ต้องนำส่งโรงพยาบาล ให้แพทย์วินิจฉัยทุกคดีหรือไม่ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย
“การสูญเสีย หรือการเสียชีวิต ตำรวจไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น โดยเฉพาะเกิดขึ้นที่โรงพัก อาจจะเพิ่มมาตรการกรณีจับผู้ต้องหามา หรือนำตัวบุคคลวิกลจริต เมาสุรา จะต้องมีการนำส่งแพทย์ให้ตรวจวินิจฉัยโรคเบื้องต้น ก่อนควบคุมตัวมาที่โรงพัก เพื่อไม่เกิดเหตุเสียชีวิตระหว่างอยู่ในการควบคุม หรือดูแลของตำรวจ” ผบช.น.กล่าว


