xs
xsm
sm
md
lg

อัยการคุ้มครองสิทธิ์ฯระยอง ช่วยชาวบ้านถูกหลอกลงทุน ยกคดีสหกรณ์คลองจั่นโมเดล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



อัยการระยองยกคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นโมเดล เเนะเเนว ปชช. หลังรวมตัวกันร้อง ถูกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ หลอกลวงเงินลงทุน ชี้มีช่อง ยื่น ปปง.ริบทรัพย์


เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมเสนาคมพินิจ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดระยอง นายเทพประทานพร ทองคลัง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัระยอง(อจ.คช.ระยอง)ได้รับการประสานงานจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง กรณีมีตัวแทน สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกเสือชาวบ้านตำบลเพ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์บ้านคลองปูน และกองทุน สาธารณสงเคราะห์ผู้สูงอายุบ้านค่าย

โดย นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม พร้อมด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ จังหวัดระยอง พร้อมตัวแทนชาวบ้าน ผู้ได้รับความเดือดร้อน จากการดำเนินการของกลุ่มฌาปนกิจสงเคราะห์ ทั้ง 3 กลุ่ม ได้ เข้าร่วมประชุม

มี น.ส.สลารีวรรณ ทัพทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พร้อมผู้อำนวยการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง และ ยุติธรรมจังหวัดระยอง พร้อมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน


โดยกลุ่มชาวบ้าน ได้ยื่นข้อเสนอ ให้ ทางจังหวัดระยอง ช่วยเร่งรัด การดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการ และให้ความช่วยเหลือในการดำเนินคดีแพ่ง พร้อมให้ส่วนราชการช่วยประสานงานในการขอเอกสารต่างๆ จากองค์การบริหารส่วนตำบลคลองปูนและสมาคม เนื่องจากกลุ่มประชาชน ไม่มีอำนาจในการเข้าถึงเอกสารหลักฐาน

นายเทพประทานพร อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย และ การบังคับคดีจังหวัดระยอง กล่าวในเรื่องนี้ว่า ในฐานะที่เคยปฏิบัติราชการอยู่ที่สำนักงานคดีพิเศษ มีประสบการณ์ เกี่ยวกับการดำเนินคดี ในรูปแบบพฤติกรรมการกระทำความผิดอย่างนี้อยู่แล้ว จึงได้เสนอแนะมุมมองในการดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน

โดยยกกรณีการดำเนินคดี กับผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นรูปแบบในการดำเนินคดี ว่า หาก สถานะทางการเงินของสมาคมฌาปนกิจ ขาดสภาพคล่อง ไม่มีผลกำไร แต่กลับไปแอบอ้างกับสมาชิกเพราะว่า การดำเนินการ หรือสถานะทางการเงินมีสภาพคล่อง แล้วยังชักชวนให้สมาชิกส่งเงิน ทั้งที่ไม่ตรงต่อความจริง ย่อมเป็นการ หลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ อันเป็นการร่วมกันฉ้อโกงประชาชน อันเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน สามารถที่จะส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ยึดอายัดทรัพย์สิน ของผู้กระทำความผิดและผู้ที่เกี่ยวข้อง อันเป็นการใช้กฎหมายบังคับ กับทรัพย์สินได้อย่างทันท่วงที เพื่อเป็นการป้องกัน ไม่ให้ผู้กระทำความผิดยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน อันยากแก่การบังคับ เพื่อนำมาเฉลี่ยคืนแก่ผู้เสียหาย ซึ่งกลุ่มชาวบ้านเมื่อได้รับฟังการชี้แจงอย่างนี้แล้วก็มีความสบายใจที่ทางราชการมิได้ทอดทิ้งประชาชน

โดยศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง จะได้สรุปข้อร้องเรียน และแนวทางที่เกี่ยวข้อง เสนอผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป ทั้งนี้การดำเนินการในฐานะอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมาย ตระหนัก ในบทบาทภาระหน้าที่ ที่จะช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ผู้ได้รับความเดือดร้อน หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ในการดำเนินการแต่อย่างใด เพื่อมุ่งมั่น สร้างสรรค์ผลงานตามที่นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดี (สคช.)ได้ให้แนวทางไว้ในการปฏิบัติงาน