xs
xsm
sm
md
lg

ตำรวจ สน.ชนะสงครามใช้ปืนยิงตัวเองในห้องน้ำโรงพัก พบป่วยซึมเศร้ามานานกว่า 2 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



เกิดเหตุ ตำรวจยศจ่า สน.ชนะสงคราม ใช้ปืนยิงหัวตัวเองภายในห้องน้ำชั้น 2 ของโรงพัก พบมีอาการป่วยซึมเศร้า รักษามานานกว่า 2 ปี

วันนี้ (2 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง ภายในห้องน้ำบริเวณชั้น 2 ของ สน.ดังกล่าว สร้างความตกใจให้กับเพื่อนข้าราชการตำรวจและประชาชนที่มาติดต่อราชการ

โดยก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงรีบวิ่งเข้าตรวจสอบ ก่อนพบตำรวจยศจ่านายหนึ่ง นอนจมกองเลือดอยู่ภายในห้องน้ำ มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะอาการสาหัส จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพและเร่งให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน

จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงเป็นการเร่งด่วน ท่ามกลางความโกลาหล โดยมีการกันพื้นที่เกิดเหตุเพื่อรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมเก็บอาวุธปืนของกลางไว้ตรวจสอบ

เบื้องต้นทราบว่า ตำรวจนายดังกล่าวมีความเครียดสะสมจากหลายเรื่อง อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดได้ ต้องรอสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบพยานแวดล้อมเพิ่มเติมอีกครั้ง

ด้าน พ.ต.ท.นภสินธิ์ ปิยะรัฐ สารวัตร (สอบสวน) สน.ชนะสงคราม ะปิดเผยว่า ผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 13.05 น. มีแม่บ้านวิ่งมาบอกว่า ได้ยินเสียงปืนดัง และมีตำรวจนอนจมกองเลือดอยู่ภายในห้องน้ำ จึงขึ้นไปดูพร้อมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่มาส่งผู้ได้รับบาดเจ็บคดีอุบัติเหตุพอดี

พอไปถึงที่ห้องน้ำก็พบว่า จุดเกิดเหตุนั้นอยู่ภายในห้องส้วม ซึ่งล็อกประตูจากด้านใน เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงปีนเข้าไปแล้วเปิดประตูเพื่อนำร่างผู้บาดเจ็บออกมา ก่อนทำซีพีอาร์สลับกันกับตนอยู่นานเกือบ 1 ชั่วโมง เนื่องจากผู้บาดเจ็บยังมีลมหายใจอยู่ แต่ไม่ตอบสนอง ก่อนจะเรียกหน่วยแพทย์กู้ชีพมาช่วยเหลือนำตัวส่ง รพ.ธนบุรีบำรุงเมือง

ขณะที่ พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 กล่าวว่า ทราบว่าตำรวจคนดังกล่าว มีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า รักษาตัวมานานกว่า 2 ปี ก่อนหน้านี้ได้ปฏิบัติหน้าที่งานสืบสวนสอบสวนโดยอยู่ฝ่ายธุรการ แต่ด้วยอาการของโรคทําให้ขอผู้บังคับบัญชาย้ายมางานสายตรวจ ที่ปฏิบัติงานภายในสถานี ขณะที่ในวันนี้ได้ขอผู้บังคับบัญชาออกไปปฏิบัติงานร่วมกับเพื่อนร่วม จนกระทั่งกลับมายังสถานีเวลาประมาณ 12.00 น. แล้วเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า เจ้าหน้าที่ตํารวจใช้อาวุธปืนยิงกันนั้นไม่เป็นความจริง แต่อาจเกิดจากความเข้าใจผิดของประชาชนที่อยู่ใกล้พื้นที่ ที่ได้ยินเสียงการเข้าช่วยเหลือ หลังจากได้ยินเสียงปืน