สาววัย 36 ปี ร้องขอความช่วยเหลือเพจสายไหมต้องรอด ถูกแม่หมอชื่อดังหลอกทำพิธีเรียกผัว ไม่เกิน 7 วัน จะกลับมา สุดท้ายก็ไร้วี่แวว สูญเงินไป 5 พันบาท
วันนี้ (28 ก.พ.) ที่ สำนักงานเพจสายไหมต้องรอด หญิงสาวผู้เสียหาย อายุ 36 ปี เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือจากนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกแม่หมอชื่อดังหลอกทำพิธีเรียกผัวเด็ก เก็บ 5,000 บาทค่าครู อ้างไม่เกิน 1 อาทิตย์ ผัวเด็กจะซมซานกลับมาหา แต่หลังผ่าน 7 วัน ยังไร้วี่แวว ซ้ำร้ายผัวเด็กกลับบล็อกเฟซบุ๊กและไลน์หนีหาย
น.ส.เอ ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เรื่องเกิดจากตนได้คบหากับแฟนหนุ่มอายุ 28 ปี ตั้งแต่ปี 68 หลังคบได้ 2 ปี วันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนมีปัญหาทะเลาะกับแฟนหนุ่มจึงแยกทางกัน และเป็นช่วงเดียวกันกับที่มีมรสุมชีวิต ทั้งตกงาน ทะเลาะกับที่บ้าน จึงอยากหาที่พึ่งทางใจ โดยตัวเองเดิมทีเป็นคนที่ชอบดูดวงอยู่แล้ว จึงคิดว่าเป็นช่วงที่ดวงไม่ดีดวงตกหรือไม่ จึงพยายามค้นหาหมอดูแก้คุณไสยผ่านทางโซเชียลมีเดีย จึงได้มาเจอกับแม่หมอ ผ่านทางแอปพลิเคชันดัง แต่ตนไม่ได้เจอบัญชีของแม่หมอโดยตรง แต่เป็นการเจอคอมเมนต์ของผู้ใช้รายหนึ่งที่แนะนำว่าถ้าอยากหาแม่หมอที่ดูดวงแม่นๆ ให้ทักสอบถาม จึงทำให้ตนลองทักข้อความไปสอบถาม ระบุว่าชื่อตาล ตนจึงได้มีการทักไปพูดคุยว่าหมอดูคนนี้ดูแม่นจริงหรือไม่ ซึ่งน้องตาลยืนยันว่าหมอดูคนนี้ดูดวงแม่น เพราะได้ผลมาแล้ว และรับแก้ของด้วย ซึ่งน้องตาลยังอ้างว่าแฟนของตัวเองกลับมาภายใน 7 วันจริง หลังทำพิธีกับแม่หมอ ก่อนที่น้องตาลจะให้เบอร์โทรศัพท์แม่หมอมา ตนจึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปทันที เพราะตอนนั้นต้องการให้แฟนหนุ่มกลับมาหา และเชื่อว่าที่ชีวิตตนเองแย่แบบนี้เป็นเพราะว่าดวงไม่ดีแน่ๆ
น.ส.เอ กล่าวต่อไปว่า พอโทรศัพท์ไปหา ทางแม่หมอก็ได้ขอวันเดือนปีเกิดของตนเอง หลังจากนั้นแม่หมอบอกให้แอดไลน์ พร้อมบอกว่ามีอะไรให้ดู และหลังจากแอดไลน์จึงได้มีการพูดคุยกัน โดยแม่หมอ ได้ส่งรูปขันน้ำมนต์ที่หยดเทียนสีขาวและสีดำลงไปในขันมาให้ พร้อมอ้างว่าแฟนหนุ่มที่เลิกรากันไปถูกทำคุณไสยใส่ จะต้องทำพิธีกรรมตัดของ ชื่อพิธีกรรมว่า “เรียกจิตคนรัก” แม่หมอบอกว่าถ้าหากทำพิธีนี้แฟนหนุ่มจะกลับมาภายใน 7 วัน แต่การจะทำพิธีจะมีค่าใช้จ่าย คือค่าตัดของ 1,800 บาท ค่าเรียกจิตคนรัก 3,800 บาท โดยแม่หมอพยายามเร่งให้ตนต้องรีบโอนเงินทันที เพราะในวันที่พูดคุยกันเป็นวันที่ฤกษ์ดีที่สุดในการทำพิธี แต่ตนได้บอกกับแม่หมอ ว่ามีเงินติดตัวเพียงแค่ 3,000 บาท ซึ่งแม่หมอบอกว่าไม่เป็นไร โอนมาแค่ 3,000 บาทก็ได้เดี๋ยวทำพิธีให้ ตนจึงตัดสินใจโอนเงินจำนวน 3,000 บาทไป เพราะต้องการทำพิธีให้เร็วที่สุด
น.ส.เอ กล่าวต่อว่า ในการทำพิธีแต่ละครั้ง ไม่เคยเจอหน้ากัน ไม่เคยวิดีโอคอลไลน์กัน มีเพียงการทำพิธีส่งรูปภาพผ่านแชตไลน์เท่านั้น ซึ่งหลังทำพิธีเสร็จไป ตนก็ได้ทักไปหาแม่หมอทางไลน์ แต่แม่หมออ้างว่ายังต้องทำพิธีเพิ่ม และมีค่าคว่ำขันครูอีก 2,000 บาท ค่าดอกไม้ธูปเทียน 300 บาท ตนยังตัดสินใจรีบโอนเงินไปเพิ่มเพราะเชื่อว่าชีวิตต้องดีขึ้น และแม่หมอยังอ้างอีกว่าหลังจากนี้แฟนจะติดต่อกลับมาภายใน 1 วัน นอกจากนี้แม่หมอยังอ้างว่าเงินจำนวน 2,000 บาท ที่เป็นค่าคว่ำขันครูนั้น แม่หมอจะโอนเงินคืนให้ภายหลัง แต่จนกระทั่งตอนนี้ผ่านมาแล้ว 3 วัน ก็ยังไม่โอนเงินคืน อ้างว่าเข้าศีลไม่สะดวกคุย ต้องรับแขกด้วย หลังจากนั้นครบ 7 วันก็แล้ว แฟนหนุ่มก็ไม่กลับมาหา และยังไม่ปลดบล็อกเฟซบุ๊กและไลน์ตนเอง จึงพยายามทักไปหาแม่หมอว่าพิธีไม่ได้ผล แต่แม่หมอเอาแต่อ้างว่าเข้าศีลไม่สะดวกพูดคุย พฤติกรรมเริ่มตอบช้า ตนพยายามโทรศัพท์เพื่อขอเงินคืนหลายครั้ง ทำให้แม่หมอไม่พอใจ และด่าทอ ซึ่งตนเอาเงินที่เป็นเงินเก็บทั้งหมดไปใช้ทำพิธีหมดแล้ว ตอนนี้ไม่มีเงินเหลือติดตัวต้องกินข้าวคลุกกับน้ำปลา ซึ่งตนยังได้ส่งรูปที่กินข้าวคลุกกับน้ำปลาไปให้แม่หมอดู แต่เขาไม่สนใจ และไม่โอนเงินคืน
น.ส.เอ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ แม่หมอ ยังท้าทายให้ตนไปแจ้งความ อ้างว่าตัวเองก็มีลูกศิษย์เป็นตำรวจเยอะ และตนคาดว่าน้องตาลที่มีการแนะนำให้รู้จักกับแม่หมอ นั้น อาจจะเป็นนกต่อให้กับแม่หมอหรือไม่ เพราะตั้งข้อสังเกตว่าทั้งคู่มีเสียงที่คล้ายกัน แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ ซึ่งพอรู้ว่าตัวเองถูกหลอก จึงได้นำเรื่องมาร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด เนื่องจากไม่มีเงินเหลือติดตัวแล้ว ตอนติดต่อมาหานายเอกภพ ก็ไม่มีเงิน จนนายเอกภพ ต้องออกค่ารถให้จำนวน 2,000 บาท เพื่อเดินทางมาจาก จ.ระยอง ในครั้งนี้
“ขอฝากว่าอย่าไปหลงเชื่อเพจหมอดูหรือพวกที่ขายวัตถุนิยม อยากให้เรื่องของตัวเองเป็นอุทาหรณ์ให้กับหลายคนที่หลงเชื่อและยังงมงาย ให้ฟังหูไว้หู เพราะมันทำให้เสียใจและเสียความรู้สึก สูญเสียหลายอย่าง พร้อมฝากถึงแฟนหนุ่มว่า ไม่ต้องกลับมาแล้ว เพราะรู้ว่ามีแฟนใหม่แล้ว หนังสือเล่มเดิม ยังไงก็จบเหมือนเดิม ตอนนี้ไม่อยากได้แฟนเก่ากลับมา แต่อยากจะได้เงินคืนจากแม่หมอมามากกว่า” น.ส.รุ่งนภา กล่าว
ทั้งนี้ น.ส.เอ ยังระบุอีกว่า ในการโอนเงินชำระค่าพิธีแต่ละครั้ง ตนโอนไปยังเลขที่บัญชีธนาคารที่แม่หมอให้มา และในสองครั้งที่โอนไปก็เป็นชื่อบัญชีเดิม เป็นชื่อของผู้หญิง แต่ตนไม่รู้ว่าชื่อดังกล่าวเป็นชื่อและนามสกุลจริงของแม่หมอหรือไม่ หรือมีการเอาเลขที่บัญชีธนาคารผู้อื่นมาใช้ในการรับโอนเงินหรือไม่
ด้านนายเอกภพ ระบุว่า หลังจากนี้ตนจะประสานไปที่ สภ.เมืองระยอง เพื่อให้ผู้เสียหายได้เข้าไปแจ้งความ เพราะพฤติการณ์แบบนี้เข้าข่ายการฉ้อโกง และเป็นการซ้ำเติมผู้เสียหายที่กำลังเสียใจ จึงอยากฝากเตือนประชาชนว่าในยุคนี้มีมิจฉาชีพในหลายรูปแบบ จึงอยากให้ระวังกันด้วย


