"รองหัวหน้าพรรคประชาชน"ยื่นฟ้องศาลอาญาทุจริต เอาผิด กกต.9 ราย อ้างจัดการเลือกตั้งไม่เที่ยงธรรม นัดตรวจคำฟ้องว่าจะรับฟ้องหรือไม่ 24 มี.ค.นี้
วันนี้ (26 พ.ย.) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ นายนิธิ ละเอียดดี ทนายความ ยื่นฟ้องกกต.จำนวน 9 ราย ได้แก่กรรมการ 7 ราย เลขาธิการกกต. 1 ราย และผู้อำนวยการสนับสนุนการเลือกตั้ง ฐานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157
นพ.วาโย กล่าวว่า วันนี้ตนเดินทางเข้ามาเพื่อยื่นฟ้องกกต.ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในข้อหาหลักคือ ละเว้นหรือปฏิบัตหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 69 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 96 ประกอบม.164 โดยได้ยื่นฟ้องต่อศาลโดยจะนัดตรวจคำฟ้องว่าจะรับฟ้องหรือไม่ในวันที่ 24 มีนาคม 2569
นพ.วาโย กล่าวอีกว่า ความคาดหวังจากที่มีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นจำนวนมาก จากการที่มีคดีตัวอย่างกรณีของ พล.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธานกกต.เมื่อปี 2549 ก่อนจะมีคำพิพากษาออกมาเมื่อปี 2558 เราได้นำข้อเท็จจริงมาศึกษาโดยละเอียด ก่อนเห็นว่าศาลได้ลงเป็นความผิดฐานพ.ร.ป.กกต.มาตรา 24 ประกอบมาตรา 42 ในขณะนั้น เทียบกับปัจจุบันคือพ.ร.ป.กกต.มาตรา 69 แม้คำวินิฉัยครั้งนั้นจะตีตก ในความผิดม.157 แต่ในครั้งนี้ เราได้ยื่นในข้อกฎหมายอื่นร่วมด้วย เพื่อปิดช่องโหว่และต้องการให้ทาง กกต.ได้รับผิดทางอาญา และตนยินดีต่อสู้หากคดีนี้ต้องลากกันไปยาวนานจนถึง 10 ปี
เมื่อถามว่าหากประชาชนเห็นว่าตนเองได้รับความเสียหาย จะสามารถมาใช้สิทธิ์ยื่นฟ้องได้หรือไม่
นพ.วาโย กล่าวว่า ราษฎรฟ้องคดีอาญาด้วยตนเองไม่ได้ง่ายอยู่แล้ว ยิ่งเป็นคดีอาญาทุจริต ที่เป็นการฟ้องเจ้าพนักงานยิ่งยากขึ้นกว่าเดิม แม้แต่การระบุพยานก็มีกระบวนการที่ต่างจากคดีอาญาทั่วไป แต่ประชาชนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกคนถือเป็นผู้เสียหาย มีสิทธิโดยชอบที่จะเข้าฟ้องคดีแบบนี้ต่อกกต.ได้ เพราะตนในฐานะโจทก์ก็เข้ามาฟ้องในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ได้รับความเสียหาย
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้เคยมีผู้ยื่นร้องกกต.ต่อทั้งศาลอาญาคดีทุจริต หรือศาลตามภูมิลำเนา มองว่าฟ้องซ้ำซ้อนหรือไม่
นพ.วาโย กล่าวว่า การรวมสำนวนเป็นดุลยพินิจของศาล แต่การฟ้องซ้ำซ้อนไม่ใช่แน่นอนเพราะผู้เสียหายเป็นคนละคนกัน อย่างในวันนี้ที่ตนเข้ามาฟ้องแล้ววันที่ศาลนัดตรวจคำฟ้องแล้วไม่รับฟ้องก็กลายเป็นยกฟ้องไปโดยปริยาย ตนก็เข้ามาฟ้องคดีใหม่ไม่ได้ แต่ก็ไม่ตัดสิทธิ์ผู้เสียหายคนอื่นที่เป็นประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่จะเข้ามาฟ้องต่อศาลได้อยู่ดี
เมื่อถามว่าพฤติการณ์ของผู้ที่ถูกร้องส่งผลเสียหายต่อตัวพรรค ผู้สมัคร หรือผู้ลงคะแนนยังไงบ้าง
นพ.วาโย กล่าวว่า ตนยื่นฟ้องคดีนี้โจทก์ที่ร่วมยื่นฟ้องคือพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชนในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งทุกคนที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้องทุกคนล้วนเป็นประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง นั่นหมายความว่าประชาชนทุกคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งก็ ถือว่าเป็นผู้เสียหายตามนิตินัย และ พฤติการณ์ของผู้ถูกร้องส่งผลเสียต่อพรรคการเมืองในเรื่องของเศรษฐกิจเพราะแต่ละพรรคต้องมีค่าใช้จ่ายในการหาเสียงอีกด้วย
เมื่อถามว่ารองหัวหน้าพรรคประชาชนมองกรณีที่ผู้อำนวยการกกต.กรุงเทพ ฟ้องประชาชนที่เรียกร้องให้นับคะแนนใหม่อย่างไรบ้าง
นพ.วาโย กล่าวว่า ตนมองว่าอาจจะมีการแก้ฟ้องเพิ่มเติมภายใน 15 วันในระยะเวลาตามที่ศาลอนุญาต เพราะการที่ฟ้องประชาชนที่เข้ามาพิสูจน์เรื่องนี้แต่กลับไม่ตั้งคณะกรรมการตามอำนาจของตัวเองในการไต่สวนเรื่องดังกล่าว ย่อมแสดงให้เห็นว่ากกต.เลือกปฏิบัติ
เมื่อถามว่าเป็นการฟ้องปิดปากประชาชนหรือไม่ เพราะอ้างว่าถ้าไม่ทำก็อาจจะโดนม.157
นพ.วาโย กล่าวว่า เรื่องนี้ตนมองว่าประหลาดมาก แนวทางของพรรคประชาชนมองว่าเป็นการฟ้องปิดปากอยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้ทีมของตนมุ่งมั่นที่จะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จให้ได้ ประชาชนที่รู้สึกว่าตนเองเสียหายก็สามารถดำเนินคดีได้ที่ศาลอาญาคดีทุจริตประจำภาค อันนี้ก็เป็นปัญหาที่ทำให้ประชาชนเห็นหน้าที่ขององค์กรอิสระที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน ตอนนี้ทางพรรคประชาชนส่วนนายพริษฐ์ ยกร่างเพิ่มเติมแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าสภาเปิดทางพรรคก็จะยื่นทันที
เมื่อถามว่าได้มีการยื่นขอพยานเพิ่มเติมหรือไม่ นพ.วาโย กล่าวว่า มีพยานหลายท่านทั้งนักกฎหมายที่อยู่หน้าสื่อแทบทุกท่าน หรือรศ.ดร.วิษณุ เครืองาม เราก็เชิญมาด้วย บริษัทพิมพ์บัตรเลือกตั้งทั้ง 3 บริษัทเราก็เชิญมาทั้งหมด รวมถึงเอกสารทีโออาร์ สัญญาจ้าง


