ศาลอาญายกฟ้อง "จ่านิว" ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท กกต. ชี้ท้วงติงให้จัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี2562 ให้โปร่งใส เป็นที่ยอมรับ
ที่ห้องพิจารณา 809 ศาลอาญา เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 ก.พ. ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดำ อ 3328/2567 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว อดีตแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่น ซึ่งจำเลยได้ประกันตัวระหว่างสู้คดี
อัยการโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2562 นายสิรวิชญ์กับพวกอีกหลายคนใช้ชื่อกลุ่มชุมนุมว่า “กลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อการเลือกตั้งที่เป็นธรรม” ได้ร่วมกันหมิ่นประมาทใส่ความคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยจำเลยกับพวกได้ร่วมกันจัดกิจกรรมต้านโกงการเลือกตั้ง พร้อมประกาศเชิญชวนให้บุคคลทั่วไปร่วมลงรายชื่อเพื่อถอดถอนกรรมการการเลือกตั้ง และอ่านแถลงการณ์ปรากฏข้อความบางส่วนว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้งบประมาณในการจัดการเลือกตั้งครั้งหนึ่งสูงถึง 5.8 พันล้านบาท แต่กลับมีพฤติกรรมที่แสดงถึงความไม่โปร่งใสและความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่อย่างร้ายแรงหลายประการ อาทิเอื้อประโยชน์แก่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และพรรคการเมืองที่ คสช. สนับสนุนความเรรวนในการรายงานผลการเลือกตั้ง เช่น ตัวเลขที่เปลี่ยนไปมาคะแนนลดลงนับหมื่นคะแนน, ผลรวมของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งและการลงคะแนนไม่ตรงกับยอดรวมที่ประกาศออกมา ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมักง่ายและด้อยประสิทธิภาพ และอื่นๆ
โดยข้อความดังกล่าวมีความหมายว่า กกต. ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นกลาง มีการทุจริตในหน้าที่ จัดการเลือกตั้งไม่โปร่งใส และมีความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่อย่างร้ายแรง ซึ่งไม่เป็นความจริง แต่เป็นการใส่ความให้ร้าย กกต. และเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยาม โดยประการที่น่าจะทําให้คณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับความอับอาย ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยได้กล่าวถ้อยคำวิจารณ์การทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในขณะนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่มีประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง จึงทำให้มีข้อสงสัยเกิดขึ้นแก่สังคม จำเลยได้กล่าวในลักษณะท้วงติงให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับไม่ได้กล่าวมุ่งหมายเฉพาะเจาะจงไปยังบุคคลใดรายใดรายหนึ่งเป็นพิเศษอันเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 329 อนุ 3 การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทพิพากษายกฟ้อง
ต่อมานายสิรวิชญ์ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ศาลพิพากษายกฟ้องคดีที่ตนวิจารณ์การทำหน้าที่ของกกต.เพื่อให้การเลือกตั้งปี 2562 เป็นธรรม เนื่องจากศาลเห็นว่าเป็นการใช้คำวิจารณ์โดยสุจริต ไม่ได้มีการเจาะจงไปที่กกต.คนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ รวมถึงการเลือกตั้งครั้งนั้นก็ยังไม่มีการรับรอง ในฐานะที่เป็นพลเมืองชาวไทย ก็มีสิทธิ์ที่จะวิจารณ์ได้ มุมนึงอาจจะทำให้มองว่าประชาชนไทยก็มีสิทธิ์ที่จะวิพากย์วิจารณ์บุคคลที่ทำงานในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
นายสิรวิชญ์ กล่าวอีกว่า ตนพูดในครั้งนั้นเพราะการทำงานของกกต.ค่อนข้างมีปัญหา ตนก็ต้องตรวจสอบในฐานะประชาชนคนหนึ่งในการติชมและตรวจสอบ แม้เวลาจะผ่านจนเปลี่ยนบุคลากรไป 3 ชุดแล้วก็ยังมีปัญหาอยู่ แต่ตนก็ขอให้การวิจารณ์การทำงานของกกต.ระมัดระวังเรื่องการโจมตีเชิงตัวบุคคล ให้พูดถึงการทำงานที่มีปัญหาแล้วให้หน่วยงานออกมาชี้แจงให้ชัดเจนดีกว่า
เมื่อถามว่าเป็นบรรทัดฐานของคนที่จะออกมาวิจารณ์การทำงานของหรือไม่ นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า เรื่องนั้นเป็นสิทธิ์ของประชาชนในการวิจารณ์การทำงานของกกต.อยู่แล้ว แต่ควรระมัดระวังและพูดโดยหลักฐานและข้อมูลที่เป็นประจักษ์ ไม่ใช่การโจมตีเชิงตัวบุคคลเพื่อไม่ต้องเจอปัญหาเดียวกับตนในการโดนฟ้องแล้วต้องเสียเวลามาขึ้นศาลอีก เพราะเห็นหลายฝ่ายที่ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง


