MGR Online - ปปง. ยึดอายัดทรัพย์รายคดียาเสพติด ฉ้อโกงประชาชน การพนัน กว่า 676 ล้าน - ส่งอัยการขอศาลให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน 10 รายคดี มูลค่า 109 ล้าน
วันนี้ (20 ก.พ.) สำนักงาน ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 11 ก.พ.69 (เพิ่มเติม) โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด การทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ ซึ่งสรุปผลการดำเนินการที่น่าสนใจ นอกเหนือจากคดีที่นำเสนอเป็นที่ทราบไปก่อนหน้านี้ ในคดีเกี่ยวกับขบวนการสแกมเมอร์ 4 คดีแล้ว โดยดำเนินการกับทรัพย์สิน รวมจำนวน 1,307 รายการ 58 รายคดี มูลค่าทรัพย์สินกว่า 778 ล้านบาท มีรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
1. ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 34 รายคดี ทรัพย์สิน 835 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 676 ล้านบาท โดยเป็นทรัพย์สินในคดีสำคัญเกี่ยวกับความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และความผิดเกี่ยวกับการพนันฯ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
1.1 รายคดี นายเฟรดี้ กับพวก กรณีเครือข่ายการค้ายาเสพติด ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 11 รายการ (เช่น ที่ดิน ห้องชุดและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 31 ล้านบาท (คำสั่ง ย.30/2569)
1.2 รายคดี นายธาดา กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 53 รายการ (เช่น ที่ดิน ห้องชุด สินทรัพย์ดิจิตอลและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 421 ล้านบาท (คำสั่ง ย.25/2569)
1.3 รายคดี นายธนวันต์ กับพวก กรณีอ้างตัวเป็นผู้มีความรู้ศาสตร์ตี่ลี่ ฮวงจุ้ย ใช้กลอุบายหลอกลวงผู้เสียหาย ด้วยการนำเสนอขายหินแกะสลักที่อ้างว่านำเข้าจากประเทศจีน และผ่านการทำพิธีปลุกเสกมาแล้ว เป็นพฤติการณ์ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 105 รายการ (เช่น เงินสด เครื่องประดับ สินค้าแบรนด์เนม รถยนต์ ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 34 ล้านบาท (คำสั่ง ย.22/2569)
1.4 รายคดี บริษัท เดอะ นิว คอนเซปท์ฯ กับพวก กรณีชักชวนให้ซื้อห้องชุดโครงการต่างๆ และมีการจ่ายผลตอบแทนหมุนเวียน อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรม มีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 31 รายการ (เช่น สินค้าแบรนด์เนม ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 53 ล้านบาท (คำสั่ง ย.46/2569)
1.5 รายคดี นายไพบูลย์ กับพวก กรณีความผิดเกี่ยวกับการกรรโชกทรัพย์อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ จากพฤติการณ์ข่มขู่ เรียกรับเงินจากผู้ได้รับงานประมูลจากภาครัฐ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับ การกระทำความผิด จำนวน 30 รายการ (เช่น ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 33 ล้านบาท (คำสั่ง ย.44/2569)
2. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 10 รายคดี ทรัพย์สินกว่า 276 รายการ มูลค่าประมาณ 109 ล้านบาท เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดไว้ชั่วคราวนั้น มิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
2.1 รายคดี บริษัท เคโฟร์ คอมมูนิเคชั่นฯ กับพวก กรณีพฤติการณ์หลอกลวงให้ร่วมลงทุนซิมการ์ดโทรศัพท์ และตู้เติมเงิน อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 101 รายการ (เช่น เงินสด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทองรูปพรรณ วัตถุมงคล ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 67 ล้านบาท (คำสั่ง ย.288/2568)
2.2 รายคดี กลุ่มบุคคลที่หลอกลวงผู้เสียหายฯ ชื่อบัญชี นายสมพลชัย กับพวก กรณีพฤติการณ์หลอกผู้เสียหายว่าเป็นผู้กระทำความผิดและให้โอนเงินให้เจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนโดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 71 รายการ (เช่น เงินสด สินค้าแบรนด์เนม และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร)มูลค่าประมาณ 34 ล้านบาท (คำสั่ง ย.287/2568)
2.3 รายคดี นายกันชัย กับพวก กรณีพฤติการณ์เกี่ยวกับขบวนการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากร โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 16 รายการ (เช่น เครื่องประดับและเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร)มูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท (คำสั่ง ย.290/2568)
3. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวน 14 รายคดี ทรัพย์สิน 196 รายการ มูลค่าประมาณ 32 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน หรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้
3.1 รายคดี นายสรวิศิษฎ์ กับพวก กรณีหลอกลวงผู้เสียหายว่าติดต่อจากกรมบัญชีกลาง เรื่องรับเงินบำนาญและให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน ทำการควบคุมโทรศัพท์มือถือ อันเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกง อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (กรณีคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายจำนวน 10 ราย) ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน 49 รายการ มูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท (คำสั่ง ย.266/2568)
3.2 รายคดี น.ส.สุนิสา กับพวก กรณีเจ้าหน้าที่มูลนิธิทุจริตเบิกถอนเงิน อันเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการลักทรัพย์ และยักยอกทรัพย์ฯ อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง (แยกคดีในชั้นศาลเป็น 2 สำนวนคดี) ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย ซึ่งเป็นการดำเนินการกับทรัพย์สิน รวมในครั้งนี้ 42 รายการ มูลค่าประมาณ 18 ล้านบาท (คำสั่งย.186/2568 และ ย. 285/2568)


