xs
xsm
sm
md
lg

สืบนครบาล เชิดสิงโตงับหัวขโมย "โจโจ้คนเถื่อน" งัดบ้าน "ผู้กำกับ" กวาดทรัพย์สิน 2 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online-"รองจ๋อ" นำทีมชุดสืบตามล่าหัวขโมย เจ้าของฉายา "โจโจ้คนเถื่อน" งัดบ้าน "ผู้กำกับ" ถึง 3 ครั้ง กวาดทรัพย์สินไป 2 ล้าน แต่ตามจับไม่ได้ซักที แถมตอนวิ่งหนียิ้มเยาะเย้ยให้กล้อง จึงตัดสินใจสวมชุดเชิดสิงโตตะครุบคนร้าย เพราะรู้ว่านัดกับเพื่อนจะมาเสพยาที่หลังวัด รับสารภาพนำของที่ขโมยไปขายแล้วนำเงินไปเสพยา

วันนี้ (19 ก.พ.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ศักดิเดช กัมพลานุวงศ์ ผกก.สน.ประชาชื่น พ.ต.ท.วิทวัส แสงเพิ่ม รอง ผกก.สส.สน.ประชาชื่น พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากร รอง ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ประจบ ศรีแสง สว.สส.สน.ประชาชื่น พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น.พร้อมตำรวจ ศอ.ปส.บช.น.
และฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น ร่วมกันจับกุม นายอดิศักดิ์ หรือ โจโจ้ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.963/2569 ลงวันที่ 18 ก.พ.69 "ลักทรัพย์ในเคหสถาน และบุกรุกเคหสถาน" จับกุมได้ที่ ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 18 ก.พ. เวลา 19.15 น.
 
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ก.พ. เวลา 22.00 น. ที่บ้านริมถนนประชาชื่น นายตำรวจระดับ ผกก.สังกัด บช.น.เป็นผู้เสียหาย ได้กลับมาถึงบ้านแล้วพบว่าทรัพย์สินภายในบ้านหายไปหลายรายการ เช่น พระเครื่องจำนวนมาก พระบูชาขนาด 12 นิ้ว 2 องค์ และอีกหลายรายการ พบร่องรอยการถูกงัดแงะ จึงเดินทางไปแจ้งความที่ สน.ประชาชื่น โดยยังไม่ทันจะแจ้งความเสร็จ คนร้ายได้กลับมาก่อเหตุเป็นครั้งที่ 2 ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าคนร้ายจะต้องกลับมาก่อเหตุอีก จึงวางแผนจับกุมด้วยตัวเอง

โดยในช่วงเช้าของวันที่ 7 ก.พ. คนร้ายได้กลับมาที่เกิดเหตุอีกครั้ง ทว่าคนร้ายเห็นฝ่ายผู้เสียหายกำลังซุ่มอยู่จึงไหวตัววิ่งหลบหนี โดยระหว่างวิ่งหลบหนี "ปั่นประสาท" ด้วยการยิ้มท้าทายให้กล้องวงจรปิด เยาะเย้ยผู้เสียหาย ก่อนหลบหนีเข้าไป ในชุมชนบ่อฝรั่ง ถนนประชาชื่น แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ รวมการก่อเหตุทั้ง 3 ครั้ง ได้ทรัพย์สินไปมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท หลังเกิดเหตุตำรวจ ศอ.ปส.บช.น.และฝ่ายสืบสวน สน.ประชาชื่น ลงพื้นที่ตรวจสอบติดตามคนร้ายในชุมชนบ่อฝรั่ง แต่คนร้ายไหวตัวทันหอบผ้าวิ่งหลบหนีออกจากชุมชน หนีการจับกุมไปได้อย่างฉิวเฉียดอีกครั้ง ในการสืบสวนติดตามยากลำบากเพราะคนร้ายเป็น "คนเถื่อน" อยู่ในแก๊งหัวจ่ายยาเสพติดสถานะไร้ตัวตน ทีมสืบสวนแกะรอยเปลี่ยนจากหาคนเป็นหาของกลางนานเกือบสัปดาห์ กระทั่งได้พบพระเครื่องจนทราบจากคนขายว่าคนร้ายมีฉายา "โจโจ้"ชอบไปตามวัดย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี

ต่อมาทีมสืบสวนได้พบกับคนร้ายที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ย่านบางบัวทอง แต่คนร้ายระวังตัวตลอดเวลา เมื่อได้สบตากับทีมสืบสวนเห็นท่าทางคล้ายทรงสืบ คนร้ายจึงได้วิ่งหลบหนีไปคลาดกับทีมสืบสวนไปได้กว่า 3 ครั้ง พล.ต.ต.ธีรเดช สั่งการวางแผนจับกุมด้วยแผนการพลางตัวสุดแยบยล เพื่อเข้าถึงตัวคนร้ายโดยมิให้รู้ตัว กระทั่งวันที่ 18 ก.พ. ชุดสืบสวนสืบทราบว่า คนร้ายนัดหมายกับกลุ่มเพื่อนเพื่อจะไปมั่วสุมยาเสพติดตามวัด จึงวางแผนกระจายตามวัด โดยทีมสืบสวนปลอมตัวเป็นคณะเชิดสิงโตอยู่ในงานประจำปี ณ วัดชื่อดังแห่งหนึ่งใน ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เพื่อสังเกตการณ์ตามล่าคนร้าย

จนช่วงค่ำทีมสืบสวนได้ไล่สแกนหน้าบุคคลภายในวัด พบชายต้องสงสัยใบหน้าคล้ายคนร้ายมาปรากฏตัวภายในวัด ชุดสืบสวนในบทบาทคณะสิงโตจึงค่อยๆ เชิดสิงโตเข้าไปใกล้ๆ กับคนร้าย จนประชิดตัวร้าย ก่อนล้อมจับคนร้ายได้ในที่สุด โดยคนร้ายยังอยู่ในอาการงุนงง หลังจับกุมตรวจสอบพบว่าคนร้ายคือ นายอดิศักดิ์ หรือ โจโจ้ อายุ 33 ปี ตรวจพบว่าเคยต้องโทษคดีเกี่ยวกับยาเสพติด และคดีลักทรัพย์ เป็นจำนวน 6 คดี

จากการขยายผลชุดสืบสวนได้ยึดของกลางได้หลายรายการ และสืบทราบว่า นายอดิศักดิ์ เป็นบุคคลที่ไม่มีทะเบียนราษฎร์ เนื่องจากครอบครัวมิได้ไปแจ้งเกิด และใช้ชีวิตพเนจรมาตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี อาศัยการลักเล็กขโมยน้อย เพื่อนำเงินไปซื้อยาเสพติดเสพ หลังจับกุมตัวได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และทำการขยายผลเพื่อติดตามทรัพย์สินคืนผู้เสียหายต่อไป

จากการสอบสวน นายอดิศักดิ์ ให้การว่า ชีวิตตนนั้นเริ่มพเนจรหนีออกจากบ้านตั้งแต่ 11 ปี เพราะตอนนั้นติดดมกาว และน้อยใจแม่มีสามีใหม่ ชีวิตเติบโตมาในมุมมืด ไม่ได้เรียนหนังสือ อยากสมัครงานแต่ก็สมัครไม่ได้ เพราะเป็นคนไม่มีบัตรประชาชน โดยคดีนี้ตนได้ขึ้นบ้านผู้เสียหายเป็นจำนวน 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 3 ไม่ได้ขโมยสิ่งใดไป เพราะคนที่อยู่ในบ้านรู้ตัวก่อน โดยทรัพย์สินที่ได้จากการก่อเหตุนำไปขายหมดแล้ว โดยขายไปในราคาถูก ก่อเหตุเพราะเกิดจากอาการดีดยาม้า หลังจากเสพเข้าไป 3 เม็ด และที่ชอบวิ่งหนีเพราะตนเป็นคนขี้ระแวง เพราะพื้นฐานเป็นคนที่เสพยาเสพติดเป็นประจำ ตนก่อเหตุเพื่อจะนำเงินไปซื้อยาเสพติดมาเสพ และนำไปเล่นการพนัน

ส่วนที่ยิ้มให้กล้องวงจรปิดนั้น ตนไม่ได้เยาะเย้ยแต่เพราะวิ่งหนีแล้วเหนื่อย โดยที่มางานวัดวันนี้ได้นัดหมายกับเพื่อนเพื่อจะมาเสพยาที่หลังวัด โดยไม่ทราบว่าตำรวจจะมาหาเจอ และคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าตำรวจจะปลอมตัวเป็นคณะเชิดสิงโตตกใจมาก หลังพ้นโทษอยากขอความเมตตาให้ตำรวจพาไปทำบัตรประชาชน ให้ตนเองมีข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ตนอยากสมัครงาน พร้อมสัญญาว่าหากออกมาครั้งนี้แล้วทำอีกยอมให้ตำรวจซ้ำได้เลย.