xs
xsm
sm
md
lg

คุ้มครองสิทธิฯ จับมือ OHCHR เปิดรายงานวิจัย "ขจัดการเลือกปฏิบัติ" หนุนร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองกลุ่ม LGBTQ+ และแรงงานข้ามชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



MGR Online - อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ร่วม ผู้แทน OHCHR เปิดประชุมเสนอรายงานวิจัย "ขจัดการเลือกปฏิบัติ" หนุนร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองกลุ่ม LGBTQ+ ตามหลักสากล

วันนี้ (17 ก.พ.) ณ อาคารกระทรวงยุติธรรม นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมด้วย คุณคาเทียร์ ชาริชซี รองผู้แทน OHCHR ร่วมเป็นประธานเปิดการประชุมนำเสนอรายงานการศึกษาเรื่องสถานการณ์การเลือกปฏิบัติต่อบุคคลตามรสนิยมทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศ (SOGIE) และสถานะของแรงงานข้ามชาติ ภายใต้กฎหมายภายในประเทศ

โดย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ร่วมกับ สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) เปิดตัวรายงานผลการวิจัยทบทวนสถานการณ์การเลือกปฏิบัติในประเทศไทย มุ่งยกระดับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนและเตรียมความพร้อมผลักดันร่างกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติฉบับใหม่ยกระดับกฎหมายไทยสู่มาตรฐานสากล

นายไตรยฤทธิ์ เปิดเผยว่า รายงานฉบับนี้เป็นการวิเคราะห์เจาะลึกถึงนโยบาย กฎหมาย และแนวปฏิบัติที่ยังมีช่องว่างและก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติในสังคมไทย โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการขับเคลื่อนร่างพระราชบัญญัติการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล พ.ศ. …. เพื่อให้ประเทศไทยมีมาตรการคุ้มครองสิทธิที่เป็นรูปธรรมและครอบคลุมทุกกลุ่มคน ชำแหละปัญหา "การเลือกปฏิบัติ" ในที่ทำงานและสังคม

ภายในงานได้มีการอภิปรายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้แทนหน่วยงานรัฐกว่า 50 แห่ง โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ ดังนี้ ด้านแรงงาน : การวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นการบังคับตรวจเลือดก่อนเข้าทำงาน และการตั้งเงื่อนไขการสมัครงานที่ส่อไปในทางเลือกปฏิบัติทางเพศ , ด้านนิยามทางกฎหมาย : การสร้างความชัดเจนให้กับนิยามของ "รสนิยมทางเพศ" (Sexual Orientation) เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีความเที่ยงตรง , ด้านแรงงานข้ามชาติ : การหารือเรื่องสิทธิการจดทะเบียนบุตรและการคุ้มครองสิทธิในการประกอบอาชีพของกลุ่มแรงงานข้ามชาติ

"การศึกษาวิจัยครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การรวบรวมปัญหา แต่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างกลไกทางกฎหมายที่เข้มแข็ง เพื่อรับประกันว่าไม่มีใครในประเทศไทยต้องถูกเลือกปฏิบัติเพียงเพราะอัตลักษณ์หรือสถานะของเขา" อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวทิ้งท้าย

การขับเคลื่อนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของกระทรวงยุติธรรมในการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของไทยในเวทีโลก และเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างสังคมที่เท่าเทียมอย่างยั่งยืน