xs
xsm
sm
md
lg

"ครูสาว"ร้อง "บิ๊กเต่า" เอาผิด "ลุงสนมสัปเหร่อ"หลอกทำพิธีล้างคุณไสย โกนขนลับ-อนาจาร

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



"หมอปลา"พา "ครูสาว" ร้อง "บิ๊กเต่า" เอาผิด "ลุงสนม สัปเหร่อ" หมอโรคมืดชื่อดัง หลอกทำพิธีอาบน้ำมนต์ล้างคุณไสย โกนขนลับ-ล่วงละเมิดทางเพศ


วันนี้ (12 ก.พ.)ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.)เมื่อเวลา 14.00 น. นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา มือปราบสัมภเวสี พาผู้เสียหายเป็นหญิงสาว 2 ราย เข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับ "ลุงสนม สัปเหร่อ" หรือ หมอถอนคุณไสย ชื่อดังในพื้นที่ จ.อ่างทอง หลังถูกหลอกให้ทำพิธีสะเดาะเคราะห์แก้คุณไสยและกระทำอนาจาร

โดยผู้เสียหายหญิงสาว อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นข้าราชการครูโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือน มี.ค.2568 ขณะนั้น สามีของตนป่วยเรื้อรังมา 1-2 ปี รักษาที่โรงพยาบาลไม่หาย จึงเกิดความเครียด ก่อนไปพบเจอข้อมูลของลุงสนม ตามสื่อสังคมออนไลน์ เห็นว่าเขาเป็นคนดี มีวิชาความรู้เกี่ยวกับเรื่องการทำพิธีกรรมอาบน้ำมนต์ล้างอาถรรพ์ ล้างคุณไสย อีกทั้งยังมีการกล่าวอ้างว่ามีลูกศิษย์เป็นข้าราชการตำรวจ ทหารชั้นผู้ใหญ่หลายคน ประกอบกับตนมีความเชื่อเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ก็เลยติดต่อไป โดยราคาอาบน้ำมนต์จะอยู่ที่ครั้งละ 200 บาท แต่พอไปกลับพบว่าไม่เป็นตามนั้น พอไปถึงเขาให้เปลี่ยนชุดแล้วสวมเพียงผ้าถุง ก่อนจะให้ถอดออกจนหมด

"จากนั้นหมอก็เอามีดมาเขียนตามร่างกายแล้วใช้มีดโกนโกนขนลับ ก่อนจะเอาเครื่องรางที่เป็นลูกกลม ๆ ที่เรียกว่าลูกกาเราะมายัดเข้าไปในอวัยวะเพศของฉัน นอกจากนี้ยังใช้มือลูบคลำอวัยวะเพศ พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์เรือนร่างของฉันไปด้วย ตอนแรกยอมรับว่าตกใจ แต่เพราะกลัวคำขู่เรื่องไสยศาสตร์จึงจำยอม" ผู้เสียหายกล่าว

ผู้เสียหายกล่าว ต่อว่าหลังทำพิธีกรรมดังกล่าว ตนไปพบเจอหญิงสาวหลายรายเข้าไปแสดงความคิดเห็นเชิงต่อว่าพฤติกรรมของลุงสนม ตามสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เนื่องจากถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน ประกอบกับภายหลังทำพิธีสามีของตนก็ไม่ได้หายจากอาการป่วยตามที่มีการกล่าวอ้าง จึงทำให้เชื่อเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นการหลอกลวง

"จากเรื่องที่เกิดขึ้น ค่อนข้างเสียความรู้สึก และ อยากให้ลุงสนม หยุดพฤติกรรมเช่นนี้ ตัวเขาเองก็อายุมากแล้ว และ ใช้สถานที่ทำพิธีอยู่ในวัด จึงไม่อยากให้มีผู้ถูกกระทำเช่นนี้อีก เพราะก่อนหน้านี้ทราบว่า เคยมีหญิงสาวรายหนึ่งไม่ยินยอมให้ทำพิธีแต่ก็ถูกบังคับให้ทำพิธีจนเสร็จ"ผู้เสียหาย กล่าว

ด้าน หมอปลา กล่าวว่า หลังทราบเรื่องว่า เคยมีการแอบอ้างชื่อตนตามสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ยอมรับว่าโกรธ เพราะไม่เคยรู้จักหรือไปบ้านเขา และ มีหลายคนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อจากการแอบอ้างชื่อตน ก่อนหน้านี้พยายามหาข้อมูลมาพักนึง เมื่อแน่ชัดแล้วจึงตัดสินใจพาผู้เสียหายมาพบพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ซึ่งขอยืนยันว่า เรื่องไสยศาสตร์ ไม่มีจริง และ กรณีของลุงคนนี้ เชื่อว่าทำมาหลายสิบปี คาดว่าน่าจะยังมีผู้เสียหายรายอื่นอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้มั่นใจว่าตำรวจสอบสวนกลาง จะสามารถดำเนินการเอาผิดกับลุงคนนี้ได้อย่างแน่นอน

ส่วน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้เสียหาย ทราบว่า มีหญิงสาวตกเป็นเหนื่อถูกกระทำเช่นนี้ราว ๆ 9-10 คน อยากให้มาให้ข้อมูลกับตำรวจ ส่วนแผนประทุษกรรมจะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ การกระทำอนาจาร และ ฉ้อโกงประชาชน ซึ่งหลังทราบเรื่อง ได้สั่งการให้ พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้ง 2 เรื่องนี้ไปพร้อม ๆ กัน ส่วนเรื่องที่ทำพิธีในสถานที่ของวัดก็ต้องมาดูว่าเข้าข่ายความผิดด้วยหรือไม่

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ถูกกล่าวหา เบื้องต้นทราบว่า มีอายุเยอะ รวมถึงยังมีพฤติกรรมแอบอ้างตำรวจและทหารชั้นผู้ใหญ่ ส่วนจะจริงเท็จแค่ไหนอยู่ระหว่างตรวจสอบ เรื่องนี้เป็นภัยสังคมไม่เกี่ยวศาสนา เป็นเรื่องตัวบุคคลที่สร้างตัวตนขึ้นมาจากการผ่าศพสาวท้องแก่ พอมีมีการนำเสนอตามสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อ บวกกับความทุกข์ของคน เลยเข้าไปพบ แต่ผลที่ได้มาไม่ตรงกัน ไม่ได้ช่วยอะไร แต่สิ่งที่เสียไปคือเงินค่าครู หรือ เงินที่บริจาคไป

"จากเรื่องที่เกิดขึ้นค่อนข้างเห็นใจผู้เสียหาย บางคนเป็นโรคซึมเศร้า หลังจากนี้จะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนใครที่เคยถูกล่วงละเมิด เจ้าหน้าที่พร้อมอำนวยความสะดวก ขอให้ติดต่อเข้ามาให้ปากคำหรือข้อมูล ขอให้มั่นใจตำรวจสอบสวนกลางทำงานเป็นมืออาชีพ” รอง ผบช.ก. กล่าวทิ้งท้าย