ผบ.ตร.สั่งทบทวนมาตรการรับมือเหตุคนคลุ้มคลั่งทั่วประเทศ หลังคนร้ายวัย 18 ปี ควงปืนบุกโรงเรียนที่หาดใหญ่ ยืนยันยุทธวิธีตำรวจไม่ล้มเหลว ก่อนปฏิบัติการขั้นเด็ดขาดจนควบคุมสถานการณ์ได้ พร้อมแสดงความเสียใจครอบครัว ผอ.โรงเรียน ผู้เสียสละปกป้องลูกศิษย์จนวาระสุดท้าย
วันนี้ (12 ก.พ.) เมื่อเวลา 15.00 น.ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าคดีคนร้ายชาย อายุ 18 ปี คลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนบุกเข้าไปภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จับครูและนักเรียนเป็นตัวประกัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ โดยยอมรับว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้สั่งการให้มีการทบทวนมาตรการป้องกันและระงับเหตุคนคลุ้มคลั่งทั่วประเทศอย่างเร่งด่วน
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า การทบทวนจะครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการเข้าระงับเหตุ การติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ไปจนถึงการป้องกันเหตุซ้ำ โดยเน้นย้ำหลักสำคัญ คือ ต้องไม่ให้เกิดความสูญเสีย ทั้งต่อประชาชนและเจ้าหน้าที่ โดยกำชับให้มีการฝึกซ้อมยุทธวิธีอย่างเข้มข้นและสอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากยิ่งขึ้น
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับว่ายุทธวิธีของตำรวจ โดยยืนยันว่า วิธีการไม่ได้ล้มเหลว เนื่องจากการเข้าระงับเหตุตั้งแต่เริ่มต้นเป็นไปตามยุทธวิธีที่กำหนดไว้ แต่สถานการณ์มีความซับซ้อน เพราะคนร้ายมีการใช้อาวุธแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องป้องกันตัวเองก่อนจึงจะสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้
"ส่วนในช่วงหนึ่งของเหตุการณ์ คนร้ายสามารถแย่งชิงอาวุธปืนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไปได้ ส่งผลให้การปฏิบัติการมีความเสี่ยงสูงขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการฝึกทบทวนยุทธวิธีให้รัดกุมและเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม" ผบ.ตร.กล่าวและว่า เหตุคนคลุ้มคลั่งมีหลายรูปแบบ บางกรณีไม่แย่งอาวุธหรือไม่ทำร้ายผู้อื่น แต่ในเหตุการณ์นี้มีการทำร้ายบุคคลอื่นอย่างชัดเจน ตำรวจจึงต้องใช้ดุลยพินิจตามสถานการณ์เฉพาะหน้า โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก
สำหรับอาวุธปืนที่ถูกแย่งชิงไป ทราบว่าเป็นอาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม. ไม่ใช่ปืนกล และมีลักษณะถูกดัดแปลงให้สามารถถือใช้งานได้กระชับมากขึ้น ทัยืนยันว่าการปฏิบัติการของตำรวจเป็นไปอย่างเด็ดขาด เมื่อพบว่าผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมประสงค์ร้ายต่อผู้อื่น จึงจำเป็นต้องใช้ยุทธวิธีขั้นสูง ส่งผลให้ผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บ และขณะนี้อยู่ระหว่างการควบคุมตัวตามกระบวนการกฎหมาย
ผบ.ตร. กล่าวว่า จากไทม์ไลน์ที่ได้รับรายงาน เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าปฏิบัติการทันที พยายามดำเนินการทุกวิถีทางอย่างเต็มกำลัง แม้อาจประสบข้อจำกัดด้านสภาพเวลา การเสริมกำลัง และพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุที่ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ซึ่งปัจจัยทั้งหมดจะถูกนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงแนวทางการปฏิบัติงานในอนาคต
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวด้วยว่า การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทุกนายในเหตุการณ์นี้ เป็นไปด้วยความตั้งใจและทุ่มเทอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ตนเองขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของนางศศิพัชร สินสโมสร ผู้อำนวยการโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว และยกย่องความกล้าหาญในการปกป้องครูและนักเรียนจนวาระสุดท้ายของชีวิต


