"โกศลวัฒน์" อธิบดีอัยการ สคช. รับเรื่อง "น้องกร" เตรียมตั้งผู้ปกครองตามกฎหมาย นัด "ตา" เคลียร์ปมเงินเยียวยา! เพื่อไกล่เกลี่ยแบ่งเงินให้เป็นธรรม จ่อใช้ ม.44/1 ฟ้องแพ่งคดีอาญาตามกฎหมาย
จากกรณี ตาน้องกร ได้นำเงินชดเชยเยียวยา จากการเสียชีวิตของแม่น้องกร ที่จ.บุรีรัมย์ไปใช้ส่วนตัว จนสร้างความไม่สบายใจให้ฝั่ง ปู่ย่า-ลุง ที่เลี้ยงน้องกรมา จนต้องไปปรึกษากับ อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯ
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ก.พ. นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) เปิดเผยว่า ทางสำนักงานอัยการได้เข้ามารับเรื่องและดูแลเคสนี้ตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการประสานงานร่วมกับอัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิฯ จะ. บุรีรัมย์ เพื่อเตรียมตั้งผู้ปกครองตามกฎหมายให้กับน้องกร และนัดหมายฝ่ายคุณตาเข้ามาพูดคุยเพื่อไกล่เกลี่ยเรื่องการจัดการเงินเยียวยาที่ได้รับไปก่อนหน้านี้ให้เกิดความเป็นธรรม
และการตั้งผู้จัดการมรดกของผู้เสียชีวิต ตามกฏหมาย เนื่องจากคุณพ่อน้องเสียไปตั้งแต่น้องอายุหนึ่งขวบ น้องอาศัยอยู่กับคุณปู่ และรักคุณลุงคนหนึ่งเหมือนพ่อ ต่อมาคุณลุงที่น้องมีความสนิทสนมมาก ก็มาเสียชีวิตไปอีก และทางคุณแม่ก็ไปทำงาน อยู่ที่กรุงเทพกับคุณตา น้องต้องสูญเสีย คนที่รักเหมือนพ่อ ถึงสองครั้ง จึงขอให้ผู้ห่วงใย ได้ทราบว่าตอนนี้ พมจ. และอัยการคุ้มครองสิทธิฯ บุรีรัมย์ ได้ช่วยดูแล ให้ความช่วยเหลือตามกฎหมายแก่น้องอยู่แล้ว
สำหรับเงินเยียวยาที่ คุณตา ได้รับและนำไปใช้ ทางอัยการคุ้มครองสิทธิฯ จะได้ดำเนินการ ให้ความรู้แก่คุณตาที่ถูกต้อง ตามกฏหมาย เพราะหากนำเงินไปใช้โดยไม่รู้กฎหมาย ไม่รู้สิทธิ์ของตน อาจเกิดปัญหาตามมา ซึ่งข้อเท็จจริงตอนนี้ยังอาจได้รับเงิน เยียวยาเพิ่มเติม และทางคดีอาญาที่อัยการยื่นฟ้อง อัยการก็จะดำเนินการเรียกค่าเสียหายเพิ่มให้อีก พนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ จะได้ดำเนินการทำความเข้าใจกับคุณตา และแบ่งเงินเยียวยา เงินค่าเสียหายในอนาคต ให้ถูกต้องยุติธรรมตามกฏหมาย ต่อไป ทางอัยการเน้นย้ำว่าแม้เงินเยียวยาจะไม่ใช่ทรัพย์มรดกเนื่องจากได้รับมาหลังการเสียชีวิต แต่ทางกฎหมายแล้วยังมีคดีอาญาเหลืออยู่ ซึ่งทางอัยการพร้อมจะใช้อำนาจตามกฎหมายมาตรา 44/1 เพื่อยื่นคำร้องขอค่าเสียหายและคุ้มครองสิทธิให้กับเด็กโดยไม่มีค่าธรรมเนียมศาลแพ่ง
นอกจากเคสของน้องกรแล้ว ทางอัยการยังเคยมีประสบการณ์ไกล่เกลี่ยในลักษณะเดียวกัน เช่น กรณีเด็กในจังหวัดศรีสะเกษที่อัยการช่วยจัดสรรเงินเยียวยาระหว่างพ่อและแม่ที่แยกทางกัน โดยกำหนดให้ฝ่ายที่ได้รับเงินมากกว่าต้องรับผิดชอบค่าอุปการะเลี้ยงดูและค่าเล่าเรียนของบุตรตามสิทธิที่ควรได้รับ ซึ่งหากภายหลังไม่มีการปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลง อัยการสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้มีสภาพบังคับตามกฎหมายได้ทันที
ดังนั้นขอให้ประชาชนที่ติดตามข่าวสบายใจได้ เพราะเรื่องนี้อัยการคุ้มครองสิทธิ์ได้รับเรื่องเข้ามาดูแลจัดการเพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายอย่างก็ตามขอฝาก ถึงผู้เสียหาย ญาติผู้เสียหาย จากทุกเหตุการณ์ ว่า เงินเยียวยา เงินค่าเสียหาย ทั้งจากรัฐและคู่กรณี ถ้าไม่รู้กฎหมาย อย่านำไปใช้จ่าย ตามอำเภอใจ อาจมีปัญหาการตรวจสอบตามมา จึงต้องแบ่งเงินและใช้เงินให้ถูกต้อง ไม่รู้ อัยการช่วยได้ โทรปรึกษาสายด่วนฟรี โทร 1157 หรือเดินเข้าหาอัยการคุ้มครองสิทธิฯ ทุกจังหวัดสาขาใกล้บ้าน ไปปรึกษา ให้มีความรู้ถูกต้องตามกฎหมาย และแบ่งเงิน กันตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาชีวิตตามมา ด้วยความห่วงใยจากสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน


