xs
xsm
sm
md
lg

กก.4 บก.ป.นำเครื่องเซ่นถวายศาลเจ้าที่ในเขตอุทยานฯ หลังบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยพิชิตคดีฆ่ากำนันยอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวภูมิภาค



จากกรณี เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลูกซองซุ่มยิง นายพยอม สังข์ทอง หรือ กำนันยอง ผู้สมัครนายก อบต.ท่าชะมวง จนเสียชีวิตในพื้นที่ จ.พัทลุง โดยมีมูลเหตุจูงใจมาจากความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่นอย่างรุนแรง เนื่องจากผู้ตายเป็นผู้สมัครตัวเต็งในการเลือกตั้ง ภายหลังก่อเหตุ กลุ่มทีมสังหารซึ่งประกอบด้วยมือปืนและชุดคุ้มกันได้แยกย้ายกันหลบหนีออกจากพื้นที่ภาคใต้ไปยังแหล่งกบดานในจังหวัดห่างไกล เช่น เชียงใหม่ และนครนายก กระทั่งตำรวจ บก.ป. ได้ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 9 ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด

ก่อนเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายพร้อมกัน จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง 4 ราย พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย อาวุธปืนรวม 13 กระบอก (ปืนสั้น 9 กระบอก, ปืนยาว 3 กระบอก, ปืนลูกซอง 1 กระบอก), เครื่องกระสุนปืนกว่า 1,200 นัด ซึ่งมีกระสุนปืนสงคราม (5.56) รวมอยู่ด้วย 360 นัด, ท่อเก็บเสียง 1 ชิ้น, ระเบิดควัน 3 ลูก, ปลอกกระสุน M79 จำนวน 2 ปลอก, เงินสดรวม 909,640 บาท, รถยนต์ 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน ภ.9 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหา 3 รายให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนอีก 1 รายให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าได้ไปรับผู้ต้องหาบางรายไปส่งที่บ้านนักการเมืองท้องถิ่นจริง

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ก.พ. กก.4 บก.ป.นำเครื่องเซ่นถวายศาลเจ้าที่ในเขตอุทยานฯ หลังบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยพิชิตคดีฆ่ากำนันยอง

จากกรณี เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลูกซองซุ่มยิง นายพยอม สังข์ทอง หรือ กำนันยอง ผู้สมัครนายก อบต.ท่าชะมวง จนเสียชีวิตในพื้นที่ จ.พัทลุง โดยมีมูลเหตุจูงใจมาจากความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่นอย่างรุนแรง เนื่องจากผู้ตายเป็นผู้สมัครตัวเต็งในการเลือกตั้ง ภายหลังก่อเหตุ กลุ่มทีมสังหารซึ่งประกอบด้วยมือปืนและชุดคุ้มกันได้แยกย้ายกันหลบหนีออกจากพื้นที่ภาคใต้ไปยังแหล่งกบดานในจังหวัดห่างไกล เช่น เชียงใหม่ และนครนายก กระทั่งตำรวจ บก.ป. ได้ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 9 ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด

ก่อนเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายพร้อมกัน จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง 4 ราย พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย อาวุธปืนรวม 13 กระบอก (ปืนสั้น 9 กระบอก, ปืนยาว 3 กระบอก, ปืนลูกซอง 1 กระบอก), เครื่องกระสุนปืนกว่า 1,200 นัด ซึ่งมีกระสุนปืนสงคราม (5.56) รวมอยู่ด้วย 360 นัด, ท่อเก็บเสียง 1 ชิ้น, ระเบิดควัน 3 ลูก, ปลอกกระสุน M79 จำนวน 2 ปลอก, เงินสดรวม 909,640 บาท, รถยนต์ 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน ภ.9 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหา 3 รายให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนอีก 1 รายให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าได้ไปรับผู้ต้องหาบางรายไปส่งที่บ้านนักการเมืองท้องถิ่นจริง

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ก.พ. พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีเทา ผกก.4 บก.ป.พร้อมด้วย พ.ต.ท.ณรงค์ หาญสันเทียะ สว.กก.4 บก.ป.นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ เข้าทำการสักการะศาลเจ้าที่เจ้าทาง ในพื้นที่หน่วยศึกษาการพัฒนาการอนุรักษ์ต้นน้ำแม่ริม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จ.เชียงใหม่ หลังดำเนินการติดตามจับกุมตัว นายธันพิสิษฐ์ ปัญจสุวรรณ์ อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาในคดีซึ่งทำหน้าที่เป็นมือปืน ตามหมายจับศาลพัทลุง ที่ จ.28/2569 ลง วันที่ 30 มกราคม 2569 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และโดยไม่มีเหตุสมควร” เอาไว้ได้

โดยหลังเกิดเหตุ ชุดคลี่คลายคดีสืบทราบว่า นายธันพิสิษฐ์ ผู้ต้องหารายนี้ หลบหนีการจับกุมมาพักอยู่ที่บ้านญาติ ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ แถบจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบกับ นายธันพิสิษฐ์ เป็นบุคคลอันตราย เคยต้องโทษคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่น และ คดียาเสพติด ทำให้ชุดจับกุมต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ซึ่งระหว่างที่ พ.ต.ท.ณรงค์ หาญสันเทียะ สว.กก.4 บก.ป.นำกำลังพร้อมอาวุธครบมือ ติดตามล่าตัว นายธันพิสิษฐ์ เข้าไปในพื้นที่ป่าอย่างกระชั้นชิด จู่ๆ ก็พบศาลเจ้าที่เจ้าทางดังกล่าว ตั้งตระหง่านอยู่กลางป่า จึงยกมือไหว้บนบานศาลกล่าว ขอให้พิชิตคดีนี้ได้โดยเร็วและขอให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมปลอดภัยทุกนาย ปรากฏว่าไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ก็สามารถจับกุมตัว นายธันพิสิษฐ์ เอาไว้ได้ขณะกำลังขับรถหลบหนีเข้าไปในบ้านพักของญาติ ในพื้นที่ ต.สบเปิง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยไม่มีเหตุการณ์ปะทะ เบื้องต้นในวันนี้ชุดปฏิบัติการทุกนาย จึงได้นำหัวหมู เนื้อไก่ ผลไม้ 9 ชนิด สุรา และยาสูบ มาเซ่นไหว้แก้บน เนื่องจากเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วยคุ้มครองและเปิดทางให้พบกับผู้ต้องหาได้อย่างง่ายดาย ทั้งๆ ที่กำลังปฏิบัติการตามล่าตัวผู้ต้องหาอยู่กลางป่าใหญ่ ไม่ต่างจากการงมเข็มในมหาสมุทร. ผกก.4 บก.ป.พร้อมด้วย พ.ต.ท.ณรงค์ หาญสันเทียะ สว.กก.4 บก.ป.นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ เข้าทำการสักการะศาลเจ้าที่เจ้าทาง ในพื้นที่หน่วยศึกษาการพัฒนาการอนุรักษ์ต้นน้ำแม่ริม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จ.เชียงใหม่ หลังดำเนินการติดตามจับกุมตัว นายธันพิสิษฐ์ ปัญจสุวรรณ์ อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาในคดีซึ่งทำหน้าที่เป็นมือปืน ตามหมายจับศาลพัทลุง ที่ จ.28/2569 ลง วันที่ 30 มกราคม 2569 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และโดยไม่มีเหตุสมควร” เอาไว้ได้

โดยหลังเกิดเหตุ ชุดคลี่คลายคดีสืบทราบว่า นายธันพิสิษฐ์ ผู้ต้องหารายนี้ หลบหนีการจับกุมมาพักอยู่ที่บ้านญาติ ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ แถบจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบกับ นายธันพิสิษฐ์ เป็นบุคคลอันตราย เคยต้องโทษคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่น และ คดียาเสพติด ทำให้ชุดจับกุมต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ซึ่งระหว่างที่ พ.ต.ท.ณรงค์ หาญสันเทียะ สว.กก.4 บก.ป.นำกำลังพร้อมอาวุธครบมือ ติดตามล่าตัว นายธันพิสิษฐ์ เข้าไปในพื้นที่ป่าอย่างกระชั้นชิด จู่ๆ ก็พบศาลเจ้าที่เจ้าทางดังกล่าว ตั้งตระหง่านอยู่กลางป่า จึงยกมือไหว้บนบานศาลกล่าว ขอให้พิชิตคดีนี้ได้โดยเร็วและขอให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมปลอดภัยทุกนาย ปรากฏว่าไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ก็สามารถจับกุมตัว นายธันพิสิษฐ์ เอาไว้ได้ขณะกำลังขับรถหลบหนีเข้าไปในบ้านพักของญาติ ในพื้นที่ ต.สบเปิง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยไม่มีเหตุการณ์ปะทะ เบื้องต้นในวันนี้ชุดปฏิบัติการทุกนาย จึงได้นำหัวหมู เนื้อไก่ ผลไม้ 9 ชนิด สุรา และยาสูบ มาเซ่นไหว้แก้บน เนื่องจากเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วยคุ้มครองและเปิดทางให้พบกับผู้ต้องหาได้อย่างง่ายดาย ทั้งๆ ที่กำลังปฏิบัติการตามล่าตัวผู้ต้องหาอยู่กลางป่าใหญ่ ไม่ต่างจากการงมเข็มในมหาสมุทร.










กำลังโหลดความคิดเห็น