xs
xsm
sm
md
lg

"แทนไท" พ้อ "ไม่ใช่เรื่องของผมแท้ๆ อะไรก็แทนไท" หลังถูกออกหมายจับคดีฟอกเงิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม



"แทนไท" นักธุรกิจดัง โพสต์ข้อความตัดพ้อ ชีวิตวนเวียนอยู่แต่กับคดีความ เก่าไปใหม่มา ไม่ใช่เรื่องของผมแท้ๆ อะไรก็แทนไท หลังศาลอนุมัติออกหมายจับคดีฟอกเงิน มูลค่าความเสียหายกว่า 4.5 พันล้าน

วันนี้ (27 ม.ค.) มีรายงานว่า นายแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด โพสต์ข้อความลงในอินสตาแกรมครั้งแรก หลังถูกศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับในข้อหาว่ากระทำความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนดีเอสไอ โดยระบุเพียงสั้นๆ ว่า "ชีวิตวนเวียนอยู่แต่กับคดีความ เก่าไปใหม่มา ไม่ใช่เรื่องของผมแท้ๆ อะไรก็แทนไท"

สำหรับคดีนี้มีการกล่าวหา นายนุวัฒน์ ยงยุทธ กับพวกรวม 7 คน ในฐานความผิดสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน จากการร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอันมี ลักษณะเป็นการค้า อันเป็นความผิดมูลฐาน

โดยระบุพฤติการณ์สรุปว่า คดีนี้มี นายอธิวัฒน์ พุทธะโรจน์ธรรม ผู้กล่าวหาผู้รับมอบอำนาจจากนายเทียนชัย ปิ่นวิเศษ ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจเต็มจากเจ้าของงานสิขสิทธิ์ในภาพยนต์และโสตทัศน์วัสดุจากต่างประเทศ ได้เข้าร้องทุกข์กับกรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อให้ผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนต์ต่างประเทศ ซึ่งพบว่าเว็บไซต์ moviebfree.com เป็นเว็บไซต์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์จากการ

สืบสวนสอบสวนทราบว่านายนุวัฒน์ ยงยุทธ ได้ร่วมกันจัดทำเว็บไซต์การพนันออนไลน์แล้วนำมาลงโฆษณาใน moviebfree .com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่มีภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ต่อมาได้พัฒนาเป็นคลิปวีดีโอโฆษณาการพนันออนไลน์

นอกจากนี้ยังมีพยานซึ่งเป็นเจ้าของเว็บไซต์ อ้างว่าได้ซื้อไฟล์ภาพยนต์จากเว็บไซต์ moviebfree.com โดยในการซื้อนั้นได้มีการสนทนาผ่านโปรแกรมไลน์กับบุคคลที่ชื่อว่า tantaiz1688 ซึ่งเคยติดต่อลงโฆษณาเว็บไซต์ โดยมีการโอนเงินมาชำระค่าโฆษณา

พยานหลักฐานจึงน่าเชื่อว่าได้ร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลักษณะเป็นการค้า ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานของ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (13 ) มาตรา 5 มาตรา 9 มาตรา 60

โดยมีเงินที่เกิดจากมูลค่าความเสียหายจากความผิดดังกล่าว จำนวน 4,518,790,200 บาท
กำลังโหลดความคิดเห็น