กองปราบตามลากคอหนุ่มแสบอ้างเป็นตำรวจกองปราบ ตั้งแก๊งอุ้มยัดยา-ข่มขู่รีดเงิน พบมีหมายจับติดตัวอื้อ
วันนี้ (26 ม.ค.) พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.เอกรัฐ จันทร์มณี สว.กก.1 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายบุญทิ้ง (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 590/2567 ลง 12 ก.พ.67 ข้อหา “ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น, ร่วมกันกรรโชกทรัพย์, ร่วมกันเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น” ได้บริเวณลานจอดรถตลาดสด ต.ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี
ทั้งนี้ได้มีผู้เสียหาย 2 ราย เข้าแจ้งความ พนักงานสอบสวน สน.สายไหม ว่า ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ จำนวน 4 คน อ้างตัวเป็นตำรวจกองปราบ บุกเข้าค้นบ้านพักโดยไม่มีหมายค้น แต่เมื่อตรวจสอบภายในบ้านไม่พบสิ่งผิดกฏหมาย กลุ่มชายฉกรรจ์ทั้ง 4 ราย ดังกล่าว จึงบังคับให้ผู้เสียหายทั้ง 2 ราย ขึ้นรถพาขับวนไปตามถนนรามอินทรา - คู้บอน ก่อนนำยาบ้าจำนวนหนึ่งมาวางไว้บนตักพร้อมพูดข่มขู่เชิงบังคับให้ผู้เสียหายหาเงินมาให้จำนวน 1 แสนบาท หากทำตามข้อเรียกร้องไม่ได้ ยาบ้า ที่อยู่บนตักจะตกเป็นของผู้เสียหาย กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 3 ชั่วโมง เมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์ เห็นว่า ผู้เสียหายไม่สามารถหาเงินมาให้ได้ จึงเปลี่ยนแผนค้นตัวแล้วยึดเงินสดที่อยู่ในกระเป๋าผู้เสียหาย จำนวน 5,000 บาทแทน ก่อนปล่อยตัวทิ้งไว้ ริมถนน รามอินทรา 46
ต่อมาหลัง พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.ทราบเรื่องว่ามีการแอบอ้างหน่วยงานตำรวจกองปราบจึงสั่งการให้ ตำรวจ กก.1 บก.ป. จัดกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสคนร้ายกลุ่มนี้ ก่อนสามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลที่ร่วมก่อเหตุทั้ง 4 ราย รวมถึงยังทราบอีกว่า นอกเหนือจากคดีดังกล่าวแล้ว คนร้ายกลุ่มนี้ยังเคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันพื้นที่อื่น ๆ อีกหลายคดี อาทิ คดีอ้างเป็นตำรวจอุ้มยัดยาขู่รีดเงิน พื้นที่ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี และ คดีอุ้มรีดเงินเว็บพนันออนไลน์ พร้อมแกะรอยไล่ล่าตามตัวมาดำเนินคดี กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า นายบุญทิ้ง ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวการสำคัญของขบวนการ หลังก่อเหตุได้หนีมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ลพบุรี จึงนำกำลังตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว
สอบสวน นายบุญทิ้ง ให้การรับการรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง ภายหลังรู้ตัวว่าถูกออกหมายจับจึงหลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.ลพบุรี เพื่อหวังจะทำงานหาเงินไปใช้ในการประกันตัวสู้คดี เบื้องต้นจึงนำตัวส่ง สน.สายไหม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


