ตำรวจทางหลวงสกัดทีมรับ–ส่ง จีนเทา เครือข่ายสแกมเมอร์จากชายแดนจันทบุรีเข้ากรุงเทพฯ สารภาพได้ค่าจ้างเที่ยวละ 8 พันบาท
วันนี้ (25 ม.ค. พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. สั่งการ พ.ต.ท.นโรตม์ ยุวบูรณ์ ผกก.3 บก.ทล. พ.ต.ท.อิทธิศักดิ์ ค้ำคูณ สวญ.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล. พ.ต.ต.บดี ดวนพล สว.ส.ทล.2 กก.3 บก.ทล. นำกำลังร่วมกันจับกุมเครือข่ายลักลอบขนคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย ได้ผู้ต้องหา 6 ราย ประกอบด้วย นายนิมิตร อายุ 49 ปี, นายอนุพงค์ อายุ 41 ปี, นาย HAO อายุ 33 ปี, นาย ZHOULA อายุ 30 ปี, นาย GAO YUAN อายุ 32 ปี สัญชาติจีน และนาย AARON AU อายุ 37 ปี สัญชาติมาเลเซีย พร้อมของกลาง รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค ทะเบียนกรุงเทพมหานคร, รถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ ป้ายทะเบียนจังหวัดอุทัยธานี และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 7 เครื่อง ได้บนทางหลวงหมายเลข 344 ช่วง กม.57–43 ขาเข้ากรุงเทพฯ ต.หนองใหญ่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ตำรวจทางหลวงชลบุรี ได้จับกุมรถยนต์ต้องสงสัย จำนวน 3 คัน ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดชัยนาท ผ่านเส้นทาง ทล.344 อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ได้ผู้ต้องหา 8 ราย รถยนต์ 2 คัน และโทรศัพท์มือถืออีกกว่า 30 เครื่อง ก่อนสืบสวนขยายผลจนพบว่ายังมีเครือข่ายลักลอบขนคนจีนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอีกหลายกลุ่ม
จากการสืบสวนยังพบว่า เครือข่ายดังกล่าวเป็นขบวนการรับ–ส่งกลุ่มชาวจีนที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊ง สแกมเมอร์ หรือคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในฝั่งประเทศเมียนมาและกัมพูชา โดยลักลอบพาคนจีนข้ามแดนจากประเทศเมียนมา ผ่านพื้นที่ชายแดนจังหวัดตาก ก่อนกระจายเข้าพื้นที่ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา จากนั้นจัดหารถนำพาไปยังจังหวัดจันทบุรี เพื่อข้ามแดนออกไปประเทศกัมพูชา
ต่อมาเจ้าหน้าที่พบความเคลื่อนไหวของรถต้องสงสัย 2 คัน เดินทางออกจากพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ใช้เส้นทาง ทล.344 จึงวางแผนสกัดจับไว้ได้ดังกล่าว โดยรถเก๋งฮอนด้า พบนายนิมิตร เป็นคนขับ มีผู้โดยสารเป็นชาวจีนและชาวมาเลเซีย รวม 2 คน เมื่อตรวจสอบหนังสือเดินทางของชาวจีน ไม่พบตราประทับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และไม่มีเอกสารการอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยถูกต้อง ส่วนชาวมาเลเซียไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางได้
ขณะที่รถกระบะโตโยต้า มีนายอนุพงค์ เป็นผู้ขับขี่ พบผู้โดยสารรวม 4 คน เป็นภรรยาและบุตรชายของนายอนุพงค์ รวมถึงชาวจีนอีก 2 คน ตรวจสอบพบว่าหนังสือเดินทางสิ้นสุดการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทย และบางรายไม่สามารถแสดงเอกสารหนังสือเดินทางได้ อีกทั้งยังตรวจพบโทรศัพท์มือถือจำนวน 7 เครื่อง คาดว่าอาจเชื่อมโยงกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์
สอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่า ไปรับกลุ่มชาวจีนจากพื้นที่ชายแดน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี เพื่อนำไปส่งต่อในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนจะมีเครือข่ายอื่นมารับช่วงต่อ โดยได้รับค่าจ้างครั้งละ 8,000 บาท จึงแจ้งข้อหา นายนิมิตร และนายอนุพงค์ ในข้อหา "ร่วมกันช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือกระทำด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายหลบหนีการจับกุม" ส่วนผู้ต้องหาชาวจีนและชาวมาเลเซียอีก 4 ราย แจ้งข้อหา "เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีหนังสือเดินทาง, หลบหนีการตรวจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด" ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


