xs
xsm
sm
md
lg

เสธหิ ติง ผู้บริหาร กองทุนประกันสังคม ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้หากส่อทุจริต ต้องถูกดำเนินคดี ลั่น พื้นฐานการลงทุน ไม่ใช่การนำเงินไปลงธุรกิจขาลง ไม่เห็นอนาคต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทีมข่าวภูมิภาค



เมื่อวันที่ 25 ม.ค.2569 ดร.หิมาลัยผิวพรรณ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคกล้าธรรม โพสต์ข้อความกรณีประกันสังคมว่า แท้จริงแล้วไม่ใช่เรื่องใหม่ หากแต่เป็นเรื่องที่ดำเนินการมานาน แต่ในอดีตเสียงของผู้ประกันตนอาจดังไม่พอ ส่วนหนึ่งเพราะช่องทางการสื่อสารยังไม่หลากหลายเหมือนในปัจจุบัน ประกอบกับช่วงเวลานี้เป็นช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง จึงเป็นธรรมดาที่บางพรรคการเมืองจะหยิบยกประเด็นการปรับปรุงการทำงานของประกันสังคมขึ้นมานำเสนอต่อประชาชน

สำหรับการชี้แจงจากคณะกรรมการหรือผู้เกี่ยวข้อง ที่ระบุว่าการบริหารกองทุนประกันสังคมสามารถทำกำไรได้ถึง 7–8 หมื่นล้านบาทนั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นคนละประเด็นกับคำถามหลักที่สังคมกำลังตั้งอยู่ การมีกำไรถือเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งสำคัญกว่าคือ ต้องพิจารณาเปรียบเทียบกับ ต้นทุนที่ลงทุนไปว่าผลตอบแทนคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ และอัตราผลตอบแทนนั้นอยู่ในระดับที่เหมาะสมและน่าพอใจหรือไม่

ที่สำคัญ เงินที่นำไปลงทุนเป็นเงินของผู้ประกันตน ซึ่งก็คือประชาชนวัยทำงาน ที่มอบเงินออมในอนาคตของตนเองให้รัฐบริหาร เพื่อใช้หลังเกษียณอายุ ดังนั้น เงินก้อนนี้จึงไม่ใช่เงินส่วนตัวของผู้บริหาร การใช้เงินจึงต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ เหมาะสม และโปร่งใส แม้ภาพรวมจะมีกำไร แต่หากมีโครงการใดที่ขาดทุน ไม่เหมาะสม หรือมีข้อสงสัยด้านความโปร่งใส ก็สมควรได้รับการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา

การแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ ไม่ได้มีเจตนาโหนกระแสหรือโจมตีบุคคลใด แต่เป็นความเห็นที่มีมาโดยตลอดว่า ผู้ที่ได้รับมอบหมายให้นำเงินของส่วนรวมไปบริหาร หากเกิดความเสียหาย ควรต้องอยู่ภายใต้กระบวนการตรวจสอบ และหากพบพฤติการณ์ที่ส่อไปในทางทุจริต ก็ควรต้องได้รับการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเหมาะสม เพราะเงินที่ดูแลอยู่นั้นคือเงินของประชาชน

หลักการนี้ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงกองทุนประกันสังคมเท่านั้น แต่ควรครอบคลุมถึงกองทุนของรัฐทุกประเภท การอ้างเพียงว่า ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบ ไม่ควรเป็นข้ออ้างเพื่อปัดความรับผิดชอบอีกต่อไป สิ่งที่ควรพิจารณาควบคู่กันคือเจตนา ความเหมาะสม และพื้นฐานทางธุรกิจของการลงทุน ไม่ใช่การนำเงินไปลงทุนในธุรกิจที่อยู่ในช่วงขาลงหรือมองไม่เห็นอนาคตอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการก็ควรได้รับการตรวจสอบในมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะข้าราชการ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีระเบียบวินัยสูง และมักไม่มีพื้นที่ในการส่งเสียง จึงอยากฝากประเด็นนี้ไว้ให้สังคมช่วยกันติดตามตรวจสอบด้วย


กำลังโหลดความคิดเห็น